22.1.52

Beauty Check

พนักงานในออฟฟิศส่วนใหญ่เป็นสาวๆ แล้วก็ต้องออกไปพบปะลูกค้า และผู้คนอื่นๆ เป็นครั้งคราว ... เพราะฉะนั้น การแต่งตัว แต่งหน้า ก็เป็นเรื่องนึงที่ต้องคอยตรวจสอบให้เรียบร้อย จะได้ไม่ขายขี้หน้า เดี๋ยวเสียชื่อบริษัทฯ


แต่ก่อนก็จะเน้นเรื่องเสื้อผ้า แต่งตัวเป็นหลัก ว่าเรียบร้อย เหมาะสมรึยัง แต่งตัวจะไปงานไหน แบบที่ใส่มาโอเคมั้ย ควรจะปรับเพิ่มลดอะไรรึเปล่า ... สาวๆ ออฟฟิศนี้ พูดกันตรงๆ ชี้กันชัดๆ สวยบอกสวย แปลกบอกแปลก แรงบอกแรง กะโปโลก็บอกกะโปโล ... เพราะถ้าคนอื่นจะตำหนิ หรือ ชม เค้าไม่ได้ระบุตัวบุคคล แต่เหมารวมใช้ชื่อบริษัทเลย


แต่หลังจากที่เรา กับ สาวหมวยคู่หูบิวตี้ เกิดอาการต่อมอยากสวยอักเสบขั้นรุนแรง ... จูงมือกันไปเรียนแต่งหน้า และเริ่มสะสมกรุเครื่องสำอางมากขึ้น รวมถึงแต่งหน้ากันบ่อยขึ้น ... พฤติกรรม Beauty Check ก็เริ่มเกิดขึ้นตามมาด้วย


จากเดิมที่แต่งหน้ากันเอง หน้าใครหน้ามัน เราสองคนก็เริ่มระบาดไปยุ่งกับหน้าชาวบ้าน เพราะเห็นแจ้งกันทั้งคู่ว่า "ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง" จริงๆ ... เพราะฉะนั้น ถ้าวันไหนมีใครจะต้องออกไปงานข้างนอก ก็จะต้องเช็คความพร้อม ความงามกันสักหน่อย ... สาวที่ไม่ค่อยแต่งหน้า ก็จะบอกให้เติมปากสักนิด เติมแก้มสักหน่อย พอให้มีสีสัน แต่ถ้าใครที่แต่งหน้าประจำอยู่แล้ว ก็จะดูความเรียบร้อย ว่าแก้มจาง ปากจืด ตาซีด ไปรึเปล่า จะได้เติมให้สวยครบเช้งกระเด๊ะ ... ถ้าใครที่จำเป็นต้องจับเติมหน้าได้ เราสองคนก็จะแทคทีมช่วยกันเดิมทันที


แต่ก่อนก็ Beauty Check เป็นครั้งคราว แต่ช่วงนี้ต้องทำทุกวันค่ะ ... เพราะมีน้องคนนึงในออฟฟิศใกล้จะรับปริญญา เราสองคนเลยยึดตำแหน่งที่ปรึกษา แนะนำให้น้องหัดแต่งหน้าเอง จะได้ประหยัดตังค์ไม่ต้องจ้าง ... จากเดิมที่น้องแต่งหน้าเองอยู่แล้ว แต่แต่งแบบลองผิดลองถูกเหมือนที่เราสองคนเคยทำมาก่อน พอจะต้องแต่งจริงจัง ก็บอกให้เอากรุเครื่องสำอางที่มีติดมาออฟฟิศ แล้วมาหัดแต่งหน้าตามสเต็ป ซ่อนจุดด้อย เสริมจุดเด่น


สาวหมวยเป็นมือหนึ่ง เราเป็นมือสอง แล้วมีน้องอีกคนมาช่วยเสริม 3 คน รุมน้องเล็กคนเดียว ... เริ่มตั้งแต่ เบส รองพื้น คอนซีลเลอร์ ลงแป้ง เขียนคิ้ว ลงสีตา วาดอายไลน์เนอร์ ดัดขนตา ปัดมาสคาร่า ปัดแก้ม ทาปาก ปิดท้ายด้วยติดขนตาปลอม ... สาวหมวยลงมือทำให้ดูข้างนึง แล้วให้น้องลองทำเองข้างนึง โดยมีเรากับ น้องอีกคน ช่วยดู และกำกับ ผลงานออกมาสวยหวานถูกใจพี่ๆ แต่น้องไม่มั่นใจ เพราะไม่เคยแต่งเต็มยศแบบนี้


ร่ำเรียน ถ่ายทอดวิชากันไปแล้ว ก็ต้องฝึกฝน ... เรากับสาวหมวย เลยมอบการบ้านให้น้องแต่งหน้าตามสเต็ปทุกวัน ไม่ต้องครบสูตรเป๊ะก็ได้ แต่ต้องหัดลงสีตามาทุกวัน ... มอบการบ้านเสร็จ ก็มอบอุปกรณ์บางชิ้นให้ไปลองใช้ด้วย พร้อมกับแนะว่า น้องควรจะซื้ออุปกรณ์อะไรเพิ่ม โดยเลือกที่จำเป็นและจะได้ใช้บ่อยๆ เท่านั้น อันไหนที่ไม่ค่อยได้ใช้ ก็มาหยิบยืมของพี่ๆ ไปลองแล้วกัน


ทุกเช้าหลังจากนั้น พอน้องเดินเข้ามาก็ต้องผ่านด่านเราเพื่อเช็คสีตา ว่าสีอ่อนไปมั้ย ไล่สีดีรึยัง ... แล้วก็ไปผ่านด่านสาวหมวย ว่าคิ้วเป็นยังไง กรีดอายไลน์เนอร์เป็นยังไง สีตาเป็นยังไง ... วันไหนดีก็ชมกันไป วันไหนบกพร่องไปบ้าง ก็ชี้จุด หรือ จัดการเติมแก้ไข


2-3 วันก่อน น้องมาเล่าให้ฟังว่า เข้ามหาลัยไปทำธุระ เพื่อนทักว่า ไปทำอะไรมา สวยขึ้น แต่งหน้าสวยดี แต่งยังไง ให้สอนให้หน่อย ... น้องบอกว่า แต่งแบบที่คุ้นเคยตามสไตล์ตัวเองไป พอได้ยินเพื่อนชม ก็สารภาพว่า แต่งเองแบบงูๆ ปลาๆ ถ้าเจอพี่ๆ ที่ออฟฟิศหล่ะก็ แจ่มเด้งกว่านี้แน่ ... พี่ๆ เลยได้ทีสำทับว่า เห็นมั้ย ฝึกฝีมือบ่อยๆ เดี๋ยวก็คล่อง ชิน และปรับแต่งตามสไตล์ตัวเองได้ดีขึ้น เพราะฉะนั้น แต่งหน้ามาให้เช็คทุกวัน จนจะรับปริญญานั่นแหละ


ปัญหาของสาวคนนี้ อยู่ที่ ลงสีตาจาง บาง เหมือนไม่ได้ทา เลยต้องจับให้ลงสีชัดขึ้น เพราะถ้าถ่ายรูปออกมาเดี๋ยวจืดไปนิด น้องก็กลัวว่าตาเข้มไป ทั้งที่ สาวๆ ในออฟฟิศลงมติเป็นเอกฉันท์ว่าสีสวย ไม่เข้ม แต่น้องก็ไม่มั่นใจ ... บอกให้ฝึกเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ชิน เดี๋ยวก็ดีขึ้น แต่น้องก็ท้อแท้ ว่ามันยุ่งยากเหลือเกิน กลัวจะดูเลอะ จ้างช่างดีกว่า พี่ๆ ก็ไม่ยอม บอกว่าถ้าจะจ้างช่าง พี่ยอมตื่นเช้ามาแต่งให้เอง


ช่วงนี้เหมือนเป็นครูฝ่ายปกครอง ที่ต้องเช็คหน้าตาทุกวัน ... พอเรียกน้องเช็คที่ไร น้องก็จะทำหน้าแหยงๆ หวาดๆ แต่พี่ๆ ก็หาได้สนใจไม่ ก็อยากให้น้องสวยนี่นา

6 ความคิดเห็น:

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

บอกน้องค่ะ ว่าจ้างช่างแล้วน้ำตาจะเข็ดชุดครุย



เพราะช่างดีก็แพงติดเพดาน ช่างราคาพอจ่ายไหวก็มักได้รูปรับปริญญาที่อยากเอาใส่กล่องปิดตายแล้วยัดใส่ตายเตียง ((อาจต้องขู่เล็กๆ))



เป็นมนุษย์คนนึงค่ะ ที่ไม่ชอบลงสีตา หรือแต่งหน้าให้เห็นจัดนัก เพราะรู้สึกว่าแต่งทีไร คนพากันมองหน้าทำให้เสียสติไปว่าเราแต่งหน้างิ้วรึเปล่า หรือเหมือนนางเองลิเกหว่า ต่อให้ใครบอกสวยยังไง ก็ยังไม่มั่นใจอยู่ดีอ่ะค่ะ



^ ^



ปล. Check ความสวยทุกวันแล้ว แนะนำให้จับน้องถ่ายรูปเก็บไว้ทุกวัน แล้วเอามาประมวลให้ดูเลยค่ะ รูปที่เห็น น่าจะให้น้องเห็นเปรียบเทียบจุดเด่นจุดด้อยได้ง่าย และจะทำให้มั่นใจได้ว่าสวยจริงสมกับที่พี่ๆช่วยกันดันรึเปล่า


ปล. อีกที อย่าลืมทรงผมเก๋ๆนะคะ รับปริญญาเนี่ยตกม้าตายเพราะทรงผมกันมาหลายคนละคะ


^ ^

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

I'm a big fan of Lauren, you can check her at her youtube channel http://www.youtube.com/user/panacea81

You'll learn a lot of tips from her. She became famous on youtube in 2007.

Her accent might be a bit difficult to understand, e.g. she said "me" that means "my", "me eyelid". But she always gives information in written form on the "more info" section.

She does a variety of famous people's look. You'll enjoy.

l0veisl0ve กล่าวว่า...

ว่างๆ มาเช็คให้มั่งสิคะ

มาช่วยแต่งยิ่งชอบเลยค่ะ ^^

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

Me again.

I think you are very good in writing.

You should start writing review about beauty products that you use, e.g. base, foundation, eye shadow.

~ p r i m ~ กล่าวว่า...

แหมน่าจะมีรูป step

how to

นะค่ะ

เผื่อพิมจะได้แอบเอาไปใช้มั่ง


^^

phonic กล่าวว่า...

ขอบคุณทุกความเห็นและคำแนะนำนะคะ

อิอิ ^^.......

ก่อนอื่นต้องขอแสดงตัวก่อนว่า ข้าพเจ้าเป็นคนที่
"ดอกไวโอเลตกับเจ้าเตาทอง" พูดถึงนั่นเอง
ขอบคุณ กูรู ทั้งสอง ที่ชี้แนะและกวดขันทำให้น้องแต่งหน้าออกมาได้ดูดีและขอบคุณที่เอื้อเฟื้ออุปกรณ์แต่งหน้า โอ้ว...ช่างเป็นพี่ที่น่ารัก และประเสริฐที่สู้ดดดดดดดดดดดเลย...55555

หลังจากที่ฝึกฝนฝีมือบวกกับสร้างความกล้าให้ตัวเองได้นั้น ผลปรากฏออกมาเป็นที่น่าพอใจมาก จนเพื่อนๆทักว่าสวยขึ้นจริงๆ เลยมั่นใจมากขึ้น เพราะตอนแรกอารมณ์ประมาณที่คุณ "July" บอกเป๊ะเลย
ขอโค้ดคำพูดมาเลยละกันค่ะที่บอกว่า

"เป็นมนุษย์คนนึงค่ะ ที่ไม่ชอบลงสีตา หรือแต่งหน้าให้เห็นจัดนัก เพราะรู้สึกว่าแต่งทีไร คนพากันมองหน้าทำให้เสียสติไปว่าเราแต่งหน้างิ้วรึเปล่า หรือเหมือนนางเองลิเกหว่า ต่อให้ใครบอกสวยยังไง ก็ยังไม่มั่นใจอยู่ดีอ่ะค่ะ"

ตอนแรกที่ถูกพี่ๆในออฟฟิตจับแต่งนั้นรู้สึกแบบนี้เลย
เวลาเดินไปไหนก็จะพยายามมองผู้หญิงที่เดินสวนกับเราหรือที่นั่งตรงข้ามเรา อะไรประมาณนี้ดูว่าเค้าแต่งหน้าทาตาเหมือนเรามั๊ยน๊อ ปรากฏไม่เห็นมีเลย เหมือนเราประหลาดอยู่คนเดียวเวลาถูกมอง

แต่ตอนนี้เริ่มค้นพบทางสว่างว่าการแต่งหน้าบางทีก็เหมือนเป็นเรื่องสนุกและท้าทายฝีมือเราดี จนตอนนี้มั่นใจขึ้นเยอะเลยค่ะ ยังไงก็ต้องขอบคุณพี่ตั๊กกะพี่บีในทุกๆเรื่องที่ช่วยเหลือนะคะ ถ้าไม่ได้พี่ๆคงแย่และคงต้องเสียตังส์อีกมากมาย ทีนี้ก็พร้อมแต่งหน้าเองวันรับปริญญาแล้วค่า

แสดงความคิดเห็น