แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Bookcase แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Bookcase แสดงบทความทั้งหมด

8.4.54

รุ่งอรุณ

นิยายเล่มใหม่ของกิ่งฉัตร ในสไตล์ที่คุ้นเคย คือ ตัวเอกของเรื่องนี้เคยปรากฎตัวในเรื่องอื่นมาก่อน แล้วตัวเอกของเรื่องอื่น ก็มาเป็นตัวประกอบของเรื่องนี้ ออกมาให้ติดตามอีกแล้วค่ะ ... เล่มนี้มาในแนวสืบสวน สอบสวน ให้ได้ขบคิด และลุ้นตาม


รุ่งอรุณ เป็นเรื่องราวความรักของ ทินกร นักโบราณคดีหนุ่มหล่อที่มีรอยยิ้มอบอุ่นดั่งแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ น้องชายคนเล็กของ ดุจจันทร์ (นางเอก จาก ลำนำจันทร์) และ ดุจดาว (นางเอก จาก หิมะกลางทะเลทราย)


เมื่อ พิพัช สามีของดุจจันทร์ เดินทางมาติดต่องานที่ลาสเวกัส ดุจจันทร์และลูกๆ ทั้งสาม รวมถึงทินกร จึงติดสอยห้อยตามมาเยี่ยมเยียนดุจดาวและครอบครัวด้วย แต่แล้วเมื่อพี่สาวบังคับให้ทินกรไปเยี่ยมพ่อบังเกิดเกล้า เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เขาต้องเข้าไปข้องเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในบ้านพ่อ


และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาต้องไปพัวพันกับเหตุการณ์ร้ายๆ และที่สำคัญ หัวใจของเขาต้องเข้าไปพัวพันกับหญิงสาวคนหนึ่งที่ทำให้ใจของเขาแปลกไปจากเดิม


( รูป และ เรื่องย่อ จาก http://www.amarinpocketbook.com/ )


เราซึ่งเป็นแฟนนิยายกิ่งฉัตร อ่านนิยายเล่มนี้ด้วยความเพลิดเพลิน ... เพราะรู้จักและคุ้นเคยกับ ดุจจันทร์ และดุจดาว มาก่อนแล้ว เมื่อถึงคราวของน้องชายคนเล็กก็สนุกและชวนติดตามค่ะ


หนังสือความหนาไม่มาก อ่านได้เพลินๆ ไม่นานก็จบ ... จบเร็วจนรู้สึกว่าเร็วจัง เร็วไปมั้ย กำลังเพลินเชียว แต่จะว่าไปก็ดีนะคะ เพราะไม่ยืดเยื้อ จนอึดอัดขัดใจ


อ่านจบเร็ว ตอนนี้ก็ได้แต่รอต่อไปว่า นิยายเล่มใหม่ของกิ่งฉัตรจะคลอดเมื่อไหร่ ... รอ ร้อ รอ กันต่อไปค่ะ ระหว่างรอ ก็หยิบนิยายเล่มอื่นมาอ่านไปพลางๆ ก่อน ยังมีนิยายในสต็อกให้รออ่านอีกเพียบบบ

6.4.54

ดวงใจเจ้าเอ๋ย

เว้นว่างห่างเกิน กับการเขียนบล็อกในหมวดหนังสือไปนาน ทั้งที่อ่านหนังสือจบไปหลายเล่ม หลายเรื่อง ... รอบนี้อ่านจบไม่นาน นึกขึ้นได้ เลยเอามาเขียนถึงสักหน่อย


ดวงใจเจ้าเอ๋ย ผลงานของ "ดวงตะวัน" 1 ในนักเขียนที่ติดตามอ่านประจำ ... ออกวางแผงในช่วงงานสัปดาห์หนังสือพอดี ... ซื้อมาปุ๊บ ก็รีบเปิดอ่านปั๊บ


จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อสาวน้อยผู้ซึ่งขี้แย ขี้แพ้ แหย ฝ่อ ฯลฯ ต้องมาอยู่ร่วมบ้านกับสี่หนุ่มสี่สไตล์ พวกเขาจะเหวี่ยง วีน เม้ง และเปลี่ยนแปลงเธอให้กลายเป็นสาวมั่นสุดเจ๋งได้หรือไม่ หรือว่า...เธอเองนั่นแหละ ที่จะทำให้ดวงใจของพวกเขาเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล

(ภาพและคำโปรยจาก http://www.dtawanbooks.com/ ค่ะ)


เห็นคำโปรยแบบนี้ ใจเสียเลยค่ะ เพราะส่วนตัวไม่ชอบนางเอกที่หงุงหงิง งอแง อ่อนแอ สนิมสร้อย อ่านแล้วขัดใจว่าอะไรจะนางเอ๊ก นางเอก ขนาดนั้น ... แล้วดูแววว่าจะมาสไตล์คล้ายซีรี่ส์เกาหลี ที่นางเอกไปอยู่ท่ามกลางหนุ่ม 4 คน 4 สไตล์ ที่จะช่วยกันดึงบุคลิกใหม่ของนางเอกออกมา ... ตายแล้วฉัน อ่านไปจะหงุดหงิดไปมั้ยเนี่ย


มีช่วงให้หงุดหงิด ขัดใจนางเอกอย่างที่คาดค่ะ แต่พอนางเอกได้รับการประสิทธิประสาทวิชาจนกลายเป็น "เด็กตุ้ม" แล้ว ก็อ่านเพลิน ... แล้วตัวละครที่ได้ใจเราไปเต็มๆ ก็ "ป้าตุ้ม" นี่หล่ะค่ะ น่ารัก ถูกใจที่สุด


อ่านเล่มนี้จบ ก็หยิบนิยายเล่มใหม่ของนักเขียนคนโปรดอีกคนมาอ่านต่อทันที ... เล่มไม่หนานัก คาดว่าคงใช้เวลาไม่นาน หวังว่าจะไม่ลืมมาเขียนบันทึกเก็บไว้อีก

19.11.52

สูตรเสน่หา

สูตรเสน่หา ... เป็นนิยายของ กิ่งฉัตร ที่จัดเป็นเรื่องโปรดในดวงใจเลยค่ะ

ยังจำอารมณ์ตอนอ่านครั้งแรกได้เลยว่า หมั่นไส้นางเอกมากกกกกกก แต่ก็ชอบใจ และฮา เพราะเธอเป็นนางเอกที่ผิดฟอร์มนางเอกนิยายทั่วไป ... เป็นนางเอกที่มีหลากหลายอารมณ์ น่ารัก น่าชัง น่าหมั่นไส้ ฮา โก๊ะ


สูตรเสน่หา ... คุณรักเขา เพราะเขาสมบูรณ์แบบ หรือ เพราะคุณรักเขา เขาจึงสมบูรณ์แบบ


"อลิน" นางเอกสาวเจ้าบทบาท ที่กำลังอยู่ในช่วงขาลง ซึ่งภาพลักษณ์ของเธอดูเป็นผู้หญิงเรียบร้อย แสนดี แต่ตัวจริงเป็นคนเอาแต่ใจ หลงตัวเอง และไม่มีอะไรที่เหมาะกับความเป็นนางเอกหลงเหลืออยู่เลย


เมื่ออลินได้พบกับ "อนุชา" ผู้จัดรายการโทรทัศน์หนุ่ม ผู้เพียบพร้อมสมบูรณ์แบบ ซึ่งเธอใฝ่ฝันอยากได้ผู้ชายแบบนี้เป็นคู่ครองมานาน เธอจึงทำทุกวิถีทางให้ตัวเองได้เป็นพิธีกรรายการอาหารที่เขากำลังจะจัดให้ได้ ... ด้วยเหตุนี้เองเธอจึงได้พบกับ "พสุ" อาจารย์สอนการทำครัว ที่ไม่มีอะไรตรงสเปคของเธอแม้แต่นิดเดียว แต่เขาก็ช่วยให้อลินได้งานพิธีกรรายการอาหารของอนุชา และเป็นที่ปรึกษาให้เธอตลอดเวลา


จนกระทั่งถึงเวลาที่อลินได้ตระหนักว่า สิ่งที่เธอใฝ่หามาตลอดอาจไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการมาทั้งชีวิต ... เธอจึงต้องรีบเลือกก่อนจะสายไป ระหว่างความสมบูรณ์แบบที่ฝันหา กับ ความรักที่ยากจะตัดใจ อลินจะเลือกสิ่งใด


(ภาพและเรื่องย่อ จาก http://www.se-ed.com/ )


ทุกครั้งที่อ่านนิยายก็จะจินตนาการภาพพระเอกนางเอกเอาไว้ในใจ เรื่องนี้ก็เช่นกัน ... พอได้ข่าวว่านำมาทำเป็นละครก็ลุ้นน่าดูว่าใครจะมาเล่น พอเห็นชื่อนักแสดงแล้วก็ยิ้มได้ โล่งใจ เพราะเข้าทางกับที่คาดไว้


วันที่ละครออกอากาศวันแรก ก็ไม่พลาดค่ะ เพราะอยากรู้ว่า แอน ทองประสม จะเล่นเป็นอลินได้อย่างบทในนิยายรึเปล่า ... ไม่ผิดหวังเลยค่ะ เพราะแอน เล่นได้น่ารัก น่าชัง เหมือนอลินในนิยายจริงๆ ค่ะ ... คนดีที่นั่งดูอยู่ด้วย ก็ติดอกติดใจ ดูไปขำไป และติดละครเรื่องนี้ทันทีค่ะ


ปกติเราจะไม่ค่อยดูละครที่ได้อ่านนิยายแล้ว แต่เรื่องนี้ต้องบอกว่า รอดูเลยค่ะ ... ถึงแม้การดำเนินเรื่องในละครจะไม่เหมือนในนิยายเป๊ะ ผิดเพี้ยนไปบาง แต่ก็ครบรส สนุกสนาน และประเด็นหลักๆ ยังอยู่ครบค่ะ


ขอแนะนำ ให้ลองดูละคร และ ให้อ่านนิยาย ค่ะ ... เรื่องนี้ สนุก ฮา อ่านเพลิน ดูมันค่ะ

9.8.52

รักสราญใจ

นิยายเล่มใหม่ของ "ดวงตะวัน" คลอดแล้วค่ะ ... คอยเข้าไปเช็คข่าวในเว็บของสำนักพิมพ์เป็นระยะ พอได้ข่าวว่าจะมีหนังสือเล่มใหม่คลอดออกมา ก็แวะเวียนเข้าไปถี่ขึ้นค่ะ


วันพฤหัสที่แล้ว คุณไปรษณีย์มาส่งซองจดหมายสีเหลืองจากสำนักพิมพ์ดวงตะวัน ... พอเห็นซองปุ๊บก็รีบแกะทันที เพราะรู้ว่าจะได้สั่งซื้อหนังสือแล้ว


จดหมายแจ้งว่าเปิดให้สั่งซื้อหนังสือวันจันทร์ ... จัดการเขียนใบฝากเงินตั้งแต่วันศุกร์ พอเช้าวันจันทร์ก็แวะโอนเงินก่อนเข้าออฟฟิศ ... โอนเงินแล้วก็จัดการส่งแฟกซ์สลิปเข้าไป แล้วก็รอเช็ครายชื่อตัวเอง


ค่ำวันจันทร์ติดตามเช็ครายชื่อผู้สั่งซื้อจากเว็บอย่างใกล้ชิด พอเห็นรายชื่อตัวเองเรียบร้อย ก็สบายใจ ... เอกเขนกรอรับหนังสือ


งวดนี้คุณไปรษณีย์ทำงานช้าไปนิดนึงค่ะ เพราะได้รับหนังสือ พร้อมของที่ระลึก วันพฤหัส ... ทั้งที่น่าจะมาถึงมือตั้งแต่วันพุธ แต่ไม่เป็นไรค่ะ ได้หนังสือเรียบร้อย ครบถ้วน ก็โอเคแล้ว ... หนังสือถึงมือปุ๊บ ก็รีบเปิดอ่านทันที


"สราญใจ" เป็นชื่อถนนสายสั้นๆ ที่สองฟากฝั่งเปิดเป็นร้านขายของสุดกิ๊บเก๋ของหนุ่มสาวชาวอินดี้ และหนึ่งในนั้นมีสาวเซอร์สุดแนวอย่าง "ชื่นชีวา" รวมอยู่ด้วย ... สัญญาเช่าร้านค้าที่กำลังจะหมดในอีกไม่กี่เดือน มาพร้อมกับข่าวใหญ่ที่ว่าทายาทของวงศ์สราญ เจ้าของย่านการค้าแห่งนี้กำลังจะคืนกลับมา


ชื่นชีวากังวลเหลือเกินว่า การกลับมาของใครคนนั้นจะทำใหย่านการค้าที่หล่อนรัก และ ชีวิตแนวๆ ของหล่อนกับผองเพื่อนชาวอินดี้ต้องเปลี่ยนแแปลงไปหรือไม่ อย่างไร ... ทางเดียวที่แม่สาวเซอร์จะทำได้ก็คือ สืบรู้ให้ได้ว่า ใครกันคือทายาทวงศ์สราญ


(ภาพและเรื่องย่อ จาก http://www.dtawanbooks.com/ )


หน้าปกเขียนไว้ว่า รักสราญใจ : เรื่องรักน้ำเน่าของเด็กแนว เนื้อเรื่องก็ตามนั้นจริงๆ ค่ะ ... เป็นเรื่องรักน้ำเน่า ของเด็กแนวอย่างชื่นชีวา สาวเซอร์ที่เลือกทางเดินของตัวเอง ไม่ชอบอยู่ในกรอบ แต่เลือกเส้นทางที่เป็นอิสระ เป็นตัวของตัวเอง และมีผองเพื่อนขาวอินดี้อยู่รายล้อม ... พล็อตเรื่่องที่สาวเซอร์ต้องเจอ น้ำเน่าจริงๆ ค่ะ อ่านไป ยิ้มไป ขำไป และต้องตบยุงไป


อ่านจบแล้ว ไม่ได้ปลื้มพระเอก นางเอก ... แต่ไปปลื้มเพื่อนนางเอก ซึ่งเป็นเพื่อนพระเอกด้วย "ป๊อด เจ้าของลัทธิ ป๊อดเดี้ยน" เป็นตัวละครที่สร้างสีสันได้ตลอดเรื่องจริงๆ ค่ะ ถ้าขาดป๊อดไป นิยายเรื่องนี้คงเหงา


ทยอยอ่านตั้งแต่ ค่ำวันพฤหัส อ่านทีละนิด ทีละหน่อย หนีบติดจั๊กกะแร้ไปไหนต่อไหนด้วยตลอด ... จนจบสมบูรณ์เรียบร้อย ก็ค่ำวันอาทิตย์ค่ะ


อ่านแล้วก็สนุก อ่านได้เพลินๆ แต่แอบหงุดหงิดใจนิดหน่อยกับสไตล์การเขียน ... เพราะระยะหลัง รู้สึกว่าเนื้อเรื่องจะถูกปูไว้นาน ให้พอเดาทิศทางได้บ้าง แต่กว่าจะคลี่ปม เฉลยเรื่องก็ช่วง 6-7 ตอนท้ายๆ ... รู้สึกอึดอัด และหงุดหงิดใจ เพราะอยากรู้ว่าที่เดาทางเอาไว้ ใช่รึเปล่า


อ่านจบแล้วก็สบายใจค่ะ ... ตอนนี้ก็ลังเลว่า จะหยิบหนังสือในกรุที่เข้าคิวรอให้อ่านเรื่องไหนออกมาอ่านต่อดี ... ทั้งนิยาย ทั้งหนังสือธรรมะ จะหยิบเล่มไหนดีน้า

4.8.52

สิ่งมีชีวิตในโรงแรม กับ ตะคริว ณ นิ่วใจ

ชื่อบล็อกวันนี้อาจจะดูแปลกๆ งงๆ ... ไม่ได้มีเหตุอะไรแปลกประหลาด หรือ อาการผิดปกติในร่างกายหรอกค่ะ ... แต่เป็นชื่อหนังสือค่ะ


หลังจากที่หมวยบีได้เปิดบล็อก ที่ exteen กลายร่างเป็นบล็อกเกอร์ ... ทำให้เราที่เยี่ยมเยียนไปอ่านบล็อกของหมวยบี เลยเถิดแวะเวียนไปอ่านบล็อกของคนอื่นๆ พ่วงต่อไปด้วย ... โดยเลือกไปเยี่ยมเยียนจากรายการ Favourites ที่หมวยบีคัดไว้ค่ะ


ปรากฎว่าอ่านแล้วติดหนึบหนับ จนดึงมาเป็น Favourites ของตัวเองด้วย เผื่อจะติดตามอ่านได้อย่างใกล้ชิด ... พอดีที่ 1 ในนั้นมีหนังสือวางแผงในงาน a book a day เลยโฉบไปดู และอุดหนุนมาสักหน่อย





สิ่งมีชีวิตในโรงแรม กับ ตะคริว ณ นิ่วใจ ... ทั้งสองเล่มเป็นผลงานเขียนของ คุณวิชัย เจ้าของบล็อก เรื่องป่วยๆ ของคนโรงแรม ค่ะ

(รูปปก จาก บล็อก เรื่องป่วยๆ ของคนโรงแรม )


เนื้อหาในหนังสือทั้งสองเล่ม ส่วนใหญ่มาจากบล็อกที่คุณวิชัยเคยเขียนไว้ นำมาปรับแก้ และมีเรื่องที่เขียนใหม่เพิ่มเติมค่ะ ... อ่านสนุก อ่านง่าย อ่านเพลิน เพราะภาษาที่ใช้เป็นเอกลักษณ์มากค่ะ อาจจะเป็นศัพท์แปลกๆ งงๆ แต่อ่านแล้วเข้าใจอารมณ์ชัดเจนค่ะ


สิ่งมีชีวิตในโรงแรมนี่ นอกจากจะได้ฮาแล้ว ยังได้รู้เรื่องราวของสายอาชีพโรงแรมด้วย ... เรียกว่าได้ฮาแบบมีสาระค่ะ


ถ้าใครอยากได้หนังสืออ่านเพลินๆ ขำๆ แนะนำ 2 เล่มนี้เลยค่ะ ... ถือโอกาสช่วยอุดหนุนบล็อกเกอร์ที่เขียนมัน เขียนดี จนได้หยิบผลงานเขียนมารวมเล่มค่ะ


จริงๆ ยังมีหนังสือของบล็อกเกอร์อีกรายที่หมายตาไว้ แต่ยังไม่ได้ซื้อมาในครอบครอง ... ได้มาเมื่อไหร่จะเอามาอัพเดทเพิ่มเติมค่า

5.7.52

คิดถูก ดับทุกข์ได้

เข้าวัดครั้งก่อนได้หนังสือธรรมะของพระอาจารย์มิตซูโอะ ติดมือกลับมาหลายเล่มค่ะ ... ก่อนจะเข้าวัดครั้งนี้ เห็นหนังสือเล่มใหม่ "คิดถูก ดับทุกข์ได้" วางจำหน่ายในร้านหนังสือ ก็หมายตาไว้กะว่าจะซื้อ ... แต่ตั้งใจจะมาซื้อในวัด เพระเงินค่าหนังสือจะเข้ามูลนิธิของพระอาจารย์ มั่นใจได้ว่าเงินได้ไปใช้ประโยชน์ต่อแน่ๆ


ภาพจาก http://www.se-ed.com/


พอเข้าวัด จัดการธุระเรียบร้อย ก็รีบเดินไปดูหนังสือทันทีค่ะ ... เจอวางจำหน่ายก็รีบหยิบซื้ออ่านทันที พกติดย่ามไว้นั่งอ่านระหว่างชั่วโมงพัก อ่านไปได้แค่ 1 ใน 3 ก็อิ่มใจ ชอบใจ ได้อะไรมาคิดพิจารณาเยอะเลยค่ะ


แค่เริ่มต้นข้อความจาก ตรงพับปกของหน้าปก เปิดอ่านหน้าแรกก็โดนใจเลยค่ะ


"อย่าคิดว่าเราทุกข์ ... ทุกข์ไม่ใช่เรา เราไม่ใช่ทุกข์ ทุกข์ไม่อยู่ในเรา เราไม่ใช่อยู่ในทุกข์ ... ทุกข์เขาเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เรามีหน้าที่เพียงกำหนดรู้ทุกข์ที่เกิดขึ้น กำหนดรู้ทุกข์ที่ตั้งอยู่ กำหนดรู้ทุกข์ที่ดับไป ... ทำอย่างนี้เราก็สามารถรับทุกข์ได้ ทุกข์แค่ไหนก็รับได้ ต้องอดทนนะ คนมีปัญญาทนทุกข์ได้"


คำนำของสำนักพิมพ์บอกว่า ... ทางสำนักพิมพ์ดีเอ็มจี ได้รับเมตตาจากพระอาจายร์มิตซูโอะ ให้นำหนังสือสามเล่ม ได้แก่ ทุกข์เพราะคิดผิด ผิดก่อน-ผิดมาก พลิกนิดเดียว มารวมเล่มจัดพิมพ์ใหม่ ... เพราะฉะนั้นเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ก็แยกออกเป็น 3 ส่วนหลักค่ะ


อ่านไปได้ส่วนเดียวก็เจอข้อความเตือนใจ ให้เก็บมาคิดทบทวนตัวเองเยอะค่ะ


"อย่ายุ่งกับเรื่องของคนอื่น ภาวณามากๆ ดูตัวเองมากๆ หลวงพ่อชา (พระโพธิญาณเถร) บอกว่า "ธรรมดาเราดูแต่คนอื่น 90% ดูตัวเอง 10%" คือคอยดูแต่ความผิดของคนอื่น เพ่งโทษคนอื่น คิดแต่จะแก้ไขคนอื่น


กลับเสียใหม่นะ ดูคนอื่นเหลือไว้ 10% ดูเพื่อศึกษาว่า เมื่อเขาทำอย่างนั้น คนอื่นรู้สึกอย่างไร เพื่อเอามาสอนตัวเองนั่นแหละ ดูตัวเอง พิจารณาตัวเอง 90% จึงเรียกว่าปฏิบัติธรรมอยู่


ธรรมชาติของจิดใจมันเข้าข้างตัวเอง โบราณพูดว่า เรามักจะเห็นความผิดของคนอื่นเท่ากับภูเขา ความผิดของตนเองเท่ารูเข็ม มันเป็นความจริงอย่างนั้นด้วย เราจึงต้องระวังความรู้สึกนึกคิดของตัวเองให้มากๆ เห็นความผิดของคนอื่นให้หารด้วย 10 เห็นความผิดตัวเองให้คูณด้วย 10 จึงจะใกล้เคียงกับความจริงและยุติธรรม เพราะเหตุนี้ เราจะต้องพยายามมองแง่ดีของคนอื่นมากๆ และตำหนิติเตียนตัวเองมากๆ แต่ถึงอย่างไรๆ เราก็ยังเข้าข้างตัวเองนั่นแหละ


พยายามอย่าสนใจการกระทำ การปฏิบัติของคนอื่น ดูตัวเอง สนใจแก้ไขตัวเองนั่นแหละมากๆ เช่น เข้าครัวเห็นเด็กทำอะไรไม่ถูกใจ แล้วก็เกิดอารมณ์ร้อนใจ ยังไม่ต้องบอกให้เข้าแก้ไขอะไรหรอก รีบแก้ไข ระงับอารมณ์ร้อนใจของตัวเองเสียก่อน เห็นอะไร คิดอะไร รู้สึกอย่างไร ก็สักแต่ว่าใจเย็นๆ ไว้ก่อน ความเห็น ความคิด ความรู้สึกก็ไม่แน่...ไม่แน่ อาจจะถูกก็ได้ อาจจะผิดก็ได้ เราอาจจะเปลี่ยนความเห็นก็ได้


สักแต่ว่า...สักแต่ว่า...ใจเย็นๆ ไว้ก่อน ยังไม่ต้องพูด ดูใจเราก่อน สอนใจเราก่อน หัดปล่อยวางก่อน เมื่อจิตสงบแล้ว เมื่อจิตปกติแล้วจึงค่อยพูด จึงค่อยออกความเห็น พูดด้วยเหตุ ด้วยผล ประกอบด้วยจิตเมตตากรุณา


ขณะมีอารมณ์อย่าเพิ่งพูด ทำให้เสียความรู้สึกของผู้อื่น ทำให้เสียความรู้สึกของตัวเอง ไม่เกิดประโยชน์เท่าที่ควร มักจะเสียประโยชน์ซ้ำไป


เพราะฉะนั้น อยู่ที่ไหน อยู่ที่วัด อยู่ที่บ้าน ก็สงบๆ ๆ ไม่ต้องดูคนอื่นว่าเขาทำผิดๆ ๆ ดูแต่ตัวเรา ระวังความรู้สึก ระวังอารมณ์ของเราเองให้มากๆ พยายามแก้ไข พัฒนาตัวเรา ... นั่นแหละ


เห็นอะไรชอบ ไม่ชอบ ปล่อยไว้ก่อน เรื่องของคนอื่น พยายามอย่าให้เขามาที่จิตใจเรา ถ้าไม่ระวัง ก็จะยุ่งแต่เรื่องของคนอื่น ไปเรื่อยๆ หาเรื่องอยู่อย่างนั้น เอาเรื่องโน้นเรื่องนี้มาเป็นเรื่องของเราทั้งหมด มีแต่ยินดียินร้าย พอใจไม่พอใจทั้งวัน อารมณ์มาก จิตไม่ปกติ ไม่สบาย ทั้งวันๆ ก็หมดแรง


ระวังนะ พยายามตามดูจิตของเรา รักษาจิตของเราให้เป็นปกติให้มาก ใครจะเป็นอะไร ใครจะทำอะไร ดีหรือไม่ดี เรื่องของเขา แม้เขาจะทำกับเรา ว่าเรา ... ก็เรื่องของเขา อย่าเอามาเป็นอารมณ์ อย่าเอามาเป็นเรื่องของเรา


ดูใจเรานั่นแหละ พัฒนาตัวเองนั่นแหละ ทำใจเราให้ปกติ สบายๆ มากๆ หัด-ฝึก ปล่อยวาง นั่นเอง ไม่มีอะไรหรอก ไม่มีอะไรสำคัญกว่าการตามรักษาจิตของเรา คิดดี พูดดี ทำดี มีความสุข"


ข้อความบางส่วนจากหนังสือ หน้า 44-47 ค่ะ ... ถ้าใครสนใจส่วนที่เหลือไปหาอ่านเพิ่มเติมจากในหนังสือเองนะคะ


ที่ยกข้อความส่วนนี้มาเพราะว่า ตัวเองเป็นคนที่ทำอะไรตามกฎ กติกา เวลาเห็นใครทำอะไรแตกไปจากกฎ กติกา ก็มักจะหงุดหงิด ขุ่นเคืองใจ ... แม้กระทั่งการเข้าวัดปฏิบัติธรรมทั้ง 2 ครั้ง ก็เจอคนไม่ทำตามกฏ กติกา อยู่เรื่อยๆ


เลยต้องหมั่นเตือนตัวเอง พิจารณาตัวเอง อย่าเอามาเป็นอารณมณ์ อย่าเอามาเป็นเรื่องของเรา ... ควบคุมดูแลตัวเองไม่ให้ทำผิดพลาดอย่างเขา เตือนตัวเองให้ คิดดี ทำดี พูดดี ตัวเราก็ได้รับความสบายใจ สุขใจ หมั่นเตือนตัวเองบ่อยๆ ทุกข์จะได้น้อยๆ ค่ะ

20.5.52

หนังสือการ์ตูน ผู้หญิง - จริงเหรอ???


ถึงจะอายุขึ้นด้วยเลข 3 แล้ว ก็ยังอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่ค่ะ แต่จะเลือกซื้อเฉพาะเล่มที่ติดตาม และสนใจจริงๆ เท่านั้น ... เพราะไม่อยากให้ห้องนอน ล้นไปด้วยหนังสือ เท่าที่มีอยู่ก็เยอะแล้ว

คนดีเห็นเราซื้อการ์ตูน และอ่านการ์ตูน เกิดคำถามว่า "นี่มันหนังสือการ์ตูนผู้หญิงจริงๆ เหรอ" ... พร้อมกับจ้องหน้าเราจริงจัง และถามว่า "จริงๆ ตัวเป็นผู้ชายแปลงเพศมาใช่มั้ย" ... เพราะหนังสือการ์ตูนที่ตามอ่าน ตามเก็บ คือ โคนัน ดร.เค และ ซิตี้ฮันเตอร์


แหม แค่อ่านหนังสือการ์ตูนที่ออกแนวหนุ่มๆ นิดหน่อยแค่นั้นเอง ถึงกับคิดว่าไม่สาวซะแล้วเหรอคะ ... หนังสือการ์ตูนผู้หญิง ประเภทการ์ตูนตาหวาน ก็เคยอ่าน ก็ยังซื้ออ่านบ้าง แต่เลือกเฉพาะนักวาดการ์ตูนคนโปรดเท่านั้น ... ส่วนการ์ตูนหนุ่มๆ ที่ตามซื้ออยู่เนี่ย มันมีที่มาค่ะ

เริ่มจาก โคนัน ... จำไม่ได้ว่ารู้จักกับ ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน ได้ยังไงค่ะ จำได้แค่ว่าซื้อมาแล้วแบ่งกันอ่านกับเจ้าน้องชาย ซื้ออ่านตั้งแต่ยังเรียน ม.ปลาย จนตอนนี้ทำงานมา 11 ปี โคนันก็ยังไม่จบสักที ... เพราะชอบเนื้อเรื่องประเภทสืบสวน สอบสวน ไขคดีแบบนี้ค่ะ เพราะฉะนั้นก็คงต้องซื้ออ่านกันต่อไปจนกว่าจะจบ



(picture from wikipedia)

ตอนนี้ก็ปาไป 60 เล่มแล้ว ไม่รู้จะจบที่เล่มเท่าไหร่ ... ซื้ออ่านตั้งแต่ราคาเล่มละ 25 บาท จนเดี๋ยวนี้อัพราคาไป 35-40 บาท กว่าการ์ตูนจะจบ ราคาจะถึง 50 บาทมั้ยน้อ
ต่อกันที่ ดร.เค คุณหมอผู้เก่งกาจ ... จำไม่ได้เหมือนกันค่ะว่ารู้จักกับคุณหมอคนนี้ได้ยังไง รู้แต่ว่า พอรู้จักกันแล้วติดใจเนื้อเรื่องที่เกี่ยวกับการรักษาโรคต่างๆ ของคุณหมอฝีมือเยี่ยมคนนี้


(picture from siambookcenter)

ชื่อเต็มๆ จริงๆ คือ Super Doctor K ... เป็นภาคแรก มี 44 เล่ม ตามซื้อ ตามอ่าน ตามเก็บจนครบ ... จนตอนนี้สำนักพิมพ์ทำ รีพริ้นท์ออกมาจำหน่ายอีกรอบแล้ว

(picture from siambookcenter)
จบแล้วใจหายนิดหน่อย แต่ก็แอบโล่งใจว่าจะสบายตัวแล้ว ไม่ต้องตามเฝ้าแผง ตามหาการ์ตูนกันอีก ... ที่ไหนได้ มีตอนต่อ Doctor K ออกมาอีก ... เอ้า ออกมาก็ตามซื้อ ตามอ่าน ตามเก็บกันต่อ เก็บจนครบ


(picture from siambookcenter)

วันดีคืนดี เดินวนเข้าไปในร้านการ์ตูน อ้าว ตายแล้ว เจอกับ K2 ... มีคลอดภาคต่อออกมาอีกแล้ว ออกมาก็ตามซื้อ ตามอ่าน ตามเก็บกันต่อ ... เจอร้านหนังสือการ์ตูนก็ต้องขอเข้าไปโฉบ เดินวนสักรอบ ว่ามีเล่มใหม่คลอดออกมารึยัง นี่ก็ค้างอยู่ที่เล่ม 8 นานแล้ว ไม่ออกต่อสักทีค่ะ

ส่วน ซิตี้ฮันเตอร์ พ่อหนุ่ม ซาเอบะ เรียว ... จำไม่ได้อีกเหมือนกันค่ะว่ารู้จักกันได้ยังไง จำไม่ได้ด้วยว่าไปอ่านของใคร แต่อ่านแล้ว ขำดี หนุ่มหล่อล่ำ ฝีมือการยิงปืนเก่งฉกาจ แต่เจ้าชู้ กะล่อน สุดๆ จำมุขที่โดน ซาโอริ น้องสาวของคู่หูเค้าใช้ค้อนปอนด์ใหญ่ยักษ์ทุบได้ไม่ลืม ... แล้วจู่ๆ ก็เห็น ซิตี้ฮันเตอร์ ที่ รีพริ้นท์ ออกมาวางขาย ได้แต่ลูบๆ คลำๆ เพราะเล่มละ 125 บาทค่ะ


(picture from wikipedia)

เลยลองเสิร์ชข้อมูลจากเน็ทดู ว่าน่าซื้อ น่าเก็บรึเปล่า แล้วจะทยอยออกมา หรือว่ามาๆ หายๆ ให้เสียดายตังค์มั้ย ... พอได้ข้อมูลจนมั่นใจ ก็ซื้อค่ะ ตอนนี้ตามเก็บถึงเล่ม 7 แล้ว เหมือนจะเห็นว่ามีเล่มใหม่ออกมาแล้ว แต่ยังไม่ได้ซื้อเลย อยากได้อ่ะ
ส่วนการ์ตูนตาหวาน รักกุ๊กกิ๊ก ก็พอมีนะคะ ... จากเดิมที่มีเยอะมากก็โละบริจาคไปเพียบ และพยายามจะไม่ซื้อเพิ่ม แต่จะซื้อเฉพาะนักวาดการ์ตูนคนโปรดเท่านั้นค่ะ ... ของเก่าที่มีอยู่ก็เหลือไม่มาก ของใหม่ก็ไม่ค่อยได้ซื้อเพิ่ม มีแต่การ์ตูนที่ดูแม้น แมน นี่หล่ะค่ะที่ซื้อถี่หน่อย คนดีถึงได้สงสัย

วันดีคืนดี จะเอารูปตู้หนังสือ และกรุหนังสือมาโชว์นะคะ ... ขอจัดระเบียบให้รกน้อยกว่านี้อีกนิด แล้วจะเอาตู้หนังสือมาเปิดเผยเนื้อตัวค่ะ

13.5.52

เมืองแมนสรวง

เริ่มทยอยหยิบนิยายที่ตั้งวางไว้มาอ่านได้ทีละเล่มแล้วหล่ะค่ะ ... แล้วที่เลือกมาอ่านก็คือ เมืองแมนสรวง นิยายเล่มล่าสุดของ ดวงตะวัน


ซื้อเมื่อตอนมีงานสัปดาห์หนังสือค่ะ ตั้งใจไปซื้อตั้งแต่วันแรก ... แต่กว่าจะได้อ่านก็ผ่านมาเดือนกว่าๆ ผิดวิสัยที่สุด



จดหมายร้องทุกข์จากเด็กชายยากไร้นำเจ้าชายรัชทายาทแห่งเวียงอมรา เมืองแมนสรวง เดินทางมาถึงรีสอร์ตริมแม่น้ำอมรา ของหญิงสาวลูกครึ่งเวียงอมรา – ไทย ... ที่นั่นชายหนุ่มไม่เพียงได้พบ ปีบทอง แต่เขายังเผชิญกับเหตุการณ์พลิกผันตาลปัตร ทั้งการลอบสังหาร แผนการพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน และการชิงไหวชิงพริบทางธุรกิจ ... รวมทั้ง ได้มองเห็นและรับรู้ถึงความรู้สึกใน “หัวใจ” ตัวเองที่มีต่อ “ไอ้เพื่อนยาก” ที่ชื่อ...ปีบทอง

(ภาพและเรื่องย่อ จาก http://www.dtawanbooks.com/ )



นิยายความหนา 4 ร้อยกว่าหน้า พกไปอ่านระหว่างทำผมก็อ่านไปได้เกือบ 2 ร้อยหน้า ... กลับมาเปิดอ่านช่วงว่างๆ อีก 2-3 วันก็จบค่ะ


เล่มไม่หนามาก เนื้อเรื่องอ่านเพลินดีค่ะ ... เจ้าชายรัชทายาท กับ สาวเจ้าของรีสอร์ท มีเหตุให้ต้องมาเจอกันโดยบังเอิญ แล้วก็เกิดเหตุให้ต้องสืบเสาะค้นหาติดตาม ... อ่านไปได้เรื่อยๆ สบายๆ


นิยายเรื่องนี้ มีคู่นะคะ ชื่อ แก้วรัดเกล้า เป็นผลงานนิยายเรื่องที่ 2 ของคุณดวงตะวัน ... เคยอ่านเมื่อนานมาแล้ว พอจะจำเรื่องราวได้เลาๆ แต่ยังไม่ได้ซื้อเก็บไว้ ... พอสำนักพิมพ์ดวงตะวันมาพิมพ์ใหม่ แล้ววางขายคู่กับ เมืองแมนสรวง เลยรีบสอยมาทันทีค่ะ


ตอนแรกกะว่าจะหยิบ แก้วรัดเกล้า เรื่องราวของเจ้าน้องมาอ่านทวนก่อนค่ะ ... แต่พอจะจำเรื่องได้นิดๆ เลย คว้า เมืองแมนสรวง เจ้าพี่มาอ่านเลยดีกว่า แล้วค่อยไปอ่านเรื่องของเจ้าน้องตามหลังอีกที


อ่านจบแล้วจะนำเจ้าน้อง "แก้วรัดเกล้า" มาแนะนำตัวนะคะ

4.5.52

ทรายสีเพลิง

หน้าที่แล้วเขียนถึง เพียงใจที่ผูกพัน ของ กิ่งฉัตร ... ก็นึกขึ้นได้ว่าเพิ่งอ่าน ทรายสีเพลิง ของ ปิยะพร ศักดิ์เกษม จบไปก่อนหน้านี้นิดหน่อย ... งั้นก็ต้องเอามาลงบันทึกไว้


ทรายสีเพลิง เป็นนิยายที่คนดีซื้อให้ แบบไม่รู้ตัวว่าตัวเองซื้อค่ะ ... คือว่า ตอนไปเที่ยวจันทบุรี แล้วคนดีมีงานที่ต้องไปทำช่วงนั้นพอดี เราเลยบอกว่า งั้นขอหนังสือสัก 1-2 เล่ม เอาไว้อ่านระหว่างที่คนดีตะลอนออกไปทำงาน เพราะเราต้องนอนเซ็งอยู่ในที่พัก ออกไปลั้ลลาที่ไหนไม่ได้ ... คนดีก็ยอมอนุมัติ ให้เลือกได้เลย


ได้คำอนุมัติปุ๊บ ก็จัดการสอยนิยายปั๊บ ... กิ่งไผ่-ใบรัก กับ ทรายสีเพลิง ของปิยะพร ศักดิ์เกษม ทั้ง 2 เล่ม ... ไปเลือกเอง จ่ายตังค์เอง โดยใช้บัตรเครดิตของเราที่คนดียึดจัดการรูดปรื๊ดดดดด ไปซะ แล้วก็พกนิยายติดกระเป๋าไปด้วย ... จัดการ กิ่งไผ่-ใบรัก จบเรียบร้อยใน 1 วัน แต่กว่าจะเปิดทรายสีเพลิงอ่านได้ก็ทิ้งช่วงนานเชียว


ที่เลือกเรื่องนี้ เพราะ เคยเป็นละครเมื่อนานมาแล้ว ความจำเกี่ยวกับนักแสดงเริ่มเลือนลางไปแล้ว ว่าใครเป็นใคร นอกจาก คุณหมิว ลลิตา ที่ยังติดตาอยู่ ... พออ่านแล้วก็เห็นด้วยว่า คุณหมิว เหมาะที่จะเล่นเป็น "ทราย" จริงๆ




เรื่องย่อ
เพราะ ‘ความรัก’ แม่ของเธอเคยยินยอมให้ผู้คนเหยียบย่ำร่วมสิบปี ... และก็เพราะ ‘ความรัก’ พ่อเลี้ยงของเธอจึงอุทิศทุ่มเทอุ้มชูแม่และเธอ เธอจึงเรียนรู้ที่จะใช้ ‘ความรัก’ ของเธอ...เป็นเครื่องมือแสวงหาชัยชนะ

ทรายสีเพลิง เรื่องราวของหญิงสาวผู้ถูกเปลวเพลิงแห่งความกระหายในชัยชนะเผาไหม้จนต้องพบกับความสูญเสีย

(เรื่องย่อ และ ภาพปกหนังสือ จาก http://www.satapornbooks.com/ )


เป็นนิยายเล่มหนา ที่ค่อยๆ เก็บอ่านทีละนิด ทีละหน่อย พกติดมือไปเวลาไปทำผม ทำเล็บ ไปนวด ... เพราะไม่ได้อ่านต่อเนื่อง แต่อ่านเก็บทีละหน่อย เลยเป็นนิยายเล่มที่ใช้เวลาอ่านค่อนข้างนาน

เล่มนี้อ่านจบแล้วไม่ได้ปลื้มมากเป็นพิเศษ ... แต่ก็ได้แง่คิด อ่านแล้วเจอประโยคสะกิดใจอยู่หลายประโยค ให้เก็บมาคิดตาม ... โดยรวมก็ดีค่ะ ที่สำคัญคนดีซื้อให้นี่ดีมากค่ะ

3.5.52

เพียงใจที่ผูกพัน

นิยายเรื่องล่าสุด ของ กิ่งฉัตร นักเขียนคนโปรดค่ะ ... ออกวางจำหน่ายตอนงานสัปดาห์หนังสือ เมื่อเดือนมีนาที่ผ่านมา


ซื้อเก็บไว้ตั้งแต่ตอนนั้น แต่เพิ่งจะมีโอกาสได้เปิดอ่านจริงจังก็เมื่อสัปดาห์ก่อน ... ผิดวิสัยสุดๆ เพราะปกติได้หนังสือใหม่ของกิ่งฉัตรมาเมื่อไหร่ จะรีบเปิดอ่านทันที ... แต่คราวนี้มีเรื่องนั้นโน้นนี้ให้จัดการวุ่นวาย เลยต้องวางไว้นิ่งๆ อยู่เป็นเดือน


พอดีกับที่ได้ไปเที่ยว เลยได้หยิบติดไปอ่านด้วย ... นิยายความยาว 840 หน้า เล่มหนา หนัก ถืออ่านลำบาก แต่พออ่านแล้วก็ติดหนึบหนับ อ่านเพลินค่ะ




(ภาพประกอบจาก http://www.naiin.com/ )

... ข้อความจากปกหลัง ...

จากลูกฝรั่งไข่ทิ้งที่แม่ไม่เคยอุ้มชู มาสู่เด็กที่ปากกัดตีนถีบหาเลี้ยงครอบครัวตั้งแต่ยังไม่สิบขวบเต็ม

จากพ่อค้าปลาในตลาดนัด ก้าวไปสู่เจ้าของร้านอาหารและเจ้าของโรงแรมที่ใหญ่และหรูหราที่สุดในจังหวัดที่สำคัญ

จากเด็กชายที่ไม่เคยมีเพื่อน ไม่เคยมีใครรัก เขาได้อยู่เคียงข้างกับเพื่อนสนิทคนแรกและคนเดียวของเขา ซึ่งเป็นผู้หญิงที่เขารักและรักเขา

ทุกวันนี้เขามีทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยได้แต่ฝันถึง และมีมากกว่าที่จะฝันถึง ... ชีวิตและความรักเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์จริงๆ



เป็นนิยายเล่มหนาที่อ่านเพลินค่ะ เล่มหนา แต่ไม่รู้สึกว่าอืดอาด ยืดยาด หรือน่าอึดอัด ... เป็นนิยายรัก ที่มีตัวละครเยอะมาก และมีปมให้ติดตามสงสัย และคิดตามไปว่าใครเป็นคนก่อปม


ส่วนใหญ่ในนิยายแต่ละเล่ม อ่านไปแล้วจะมีประโยคโดนใจ ที่อ่านแล้วชอบใจ ... เคยคิดจะจดเก็บไว้ก็ลืมทุกที แต่เล่มนี้นึกขึ้นได้ค่ะ เลยเอามาลงบล็อกเก็บไว้สักหน่อย


"แต่คนเราไม่รู้อนาคต แถมยังย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ และที่ตลกคือ แทนที่มีบทเรียนแล้วจะพยายามแก้ไขปรับปรุงให้ทุกอย่างดีขึ้นในอนาคต คนเรามักกลับทำผิดซ้ำซากและมานั่งคร่ำครวญกับความผิดที่ทำลงไป ... เสมอ"


อ่านจบแล้ว ก็ได้เวลาส่งต่อให้สาวๆ ในออฟฟิศที่ชอบอ่านนิยายลองรับไปอ่านบ้าง ... ส่วนเล่มหน้าที่จะหยิบมาเปิดจะเป็นเล่มไหนดีน้า เพราะมีวางรอให้อ่านเป็นตั้งเลย

16.2.52

กิ่งไผ่ - ใบรัก

พอรู้ว่าคนดีต้องไปทำงานช่วงที่ไปเที่ยว ส่วนเราไปไหนไม่ได้ ต้องนอนเอกเขนกอยู่ในที่พัก ... เลยบอกคนดีว่า ซื้อนิยายให้สักเล่มซิ รับรองว่าจะไม่เกเร ไม่งอแง


แต่คนดียุ่งมาก เพราะต้องเคลียร์งาน ไม่มีเวลาให้ควงไปเลือกหนังสือ ... เลยถือโอกาสวันที่ไปซื้อของขวัญแวะดูหนังสือซะเลย ก่อนจะเลือกก็โทรไปหยั่งเชิงคนดีก่อน ว่าอนุญาต อนุมัติรึเปล่า ... มีนิยาย 2 เล่ม ทั่วไป 1 เล่ม และ นายรอบรู้ฉบับระยอง คนดีใจดีเหมาจ่ายให้ทั้งหมด


หยิบนิยายทั้ง 2 เล่มติดไปด้วย แต่เลือก "กิ่งไผ่ - ใบรัก" มาอ่านก่อน ... เล่มนี้เป็นผลงานของคุณปิยะพร ศักดิ์เกษม



(ภาพจาก http://www.naiin.com/ )



คำนำจากผู้เขียน

ระหว่างการเดินทาง ท่ามกลางความสนุกสนานรื่นรมย์ เบื้องหลังภาพถ่ายสวยๆ พบปะผู้คนแปลกหน้าต่างชาติต่างวัฒนธรรม ยังมีวินัย ความเสียสละ รวมทั้งความพยายามเพื่อเข้าใจและยอมรับผู้อื่น

การก้าวไปข้างหน้าเพื่อพบสิ่งสิงใหม่ บางครั้งก็เป็นสะเก็ดประกายเล็กๆ ที่จุดให้หวนนึกถึงความเก่าที่ล่วงผ่าน ความผิดความถูก เหตุผลต่างๆนานาของการกระทำที่เคยตัดสินใจ บางทีก็กลับกลายเป็นภาพอันชัดเจนในเวลาเช่นนี้

เวลาแห่งการพบสิ่งใหม่จึงอาจเป็นเวลาที่คนเราสามารถพบความรู้สึก และความต้องการที่แท้จริงในใจตนได้บ้างเหมือนกัน

ระหว่างหน้าหนังสือเล่มนี้ ท่ามกลางความฝันที่หวานและหอม ยังมีแง่มุมให้ขบ มีเรื่องราวให้คิดต่อและไตร่ตรอง แม้มิได้ทิ้งสารอันยิ่งใหญ่ไว้เพื่อพลิกฟ้าสะเทือนดิน ทรงภูมิถึงขั้นเพื่อยกระดับ เรียนรู้พัฒนา หากการปิดหน้าสุดท้ายด้วยรอยยิ้มและใจอันอิ่มสุข ก็น่าจะมีคุณค่าเพียงพอสำหรับการเปิดอ่าน

ความสุข ความงดงามและความพอใจ ไม่ควรกลายเป็นสิ่งอันควรปฏิเสธ!




คำนำจากสำนักพิมพ์อรุณ

พระเอกในนวนิยายของ "ปิยะพร ศักดิ์เกษม" มักเป็นที่ชื่นชอบของสาวๆ นักอ่านเสมอ แถมบาง "พระเอก" ยังได้เป็นต้นแบบชายในฝันของใครหลายคนเลยทีเดียว

"สรรค์" ก็เช่นกัน หลายคนที่อ่าน "กิ่งไผ่-ใบรัก" มาแล้ว ยอมรับว่าเขานี่แหละคือรูปแบบของพระเอกในดวงใจ ด้วยเหตุนี้ "กิ่งไผ่-ใบรัก" จึงมีผู้อ่านถามถึงอยู่เสมอยามหนังสือขาดตลาด

ใครที่รอคอยอยู่ ก็หวังว่าจะเป็นที่ถูกใจทั้งเนื้อหา รูปเล่ม และแบบปก ... ส่วนใครที่ยังไม่เคยอ่าน และอยากอมยิ้มอย่างมีความสุขตลอดการอ่าน รับรองแก้มปริสมใจ



หลังจากอ่านจบแล้วยิ้มแก้มปริจริงๆ ค่ะ ... เมื่อสาวหัวดื้ออย่าง "อารตี" กับ "สรรค์" หนุ่มโสดที่เพียบพร้อม โดนครอบครัวจับคู่เข้าด้วยกัน ... สาวหัวดื้อก็ตั้งป้อมปฏิเสธทันที แต่ก็พลาดตกหลุม โดนอามาชักเชิดให้เดินทางไปเมืองจีนด้วยกัน เป็นเหตุให้เธอได้เข้าไปใกล้ชิดผูกพันกับเขา ... หัวใจที่เคยคิดว่าแข็งแกร่ง กลับอ่อนไหวและหลอมละลายลงอย่างเงียบๆ


ได้อ่านไป ยิ้มไป แล้วได้เที่ยวไปด้วยค่ะ เพราะฉากของเรื่องนี้ พาไปเที่ยวเมืองจีนค่ะ ... อ่านสนุก อ่านเพลิน และมีเวลาเหลือเฟือให้อ่านต่อเนื่อง เลยอ่านจบได้ในวันเดียว

3.2.52

บัลลังก์แสงเดือน

เมื่องานหนังสือรอบปลายปีที่แล้ว มีหนังสือที่เล็งไว้อยู่แค่เล่มเดียว แต่ก็ขอเดินเล่นโฉบไปดูบูธประจำหน่อย ... นักเขียนเจ้าประจำไม่มีหนังสือใหม่ออก เลยสอยนิยายของ "ปิยะพร ศักด์เกษม" มา 1 เล่ม


จริงๆ ก็แอบสนใจผลงานของนักเขียนท่านนี้อยู่เหมือนกัน เพราะมีหลายเรื่องที่เคยนำไปทำเป็นละคร ... แล้วเพื่อนสมัยมัธยมที่เป็นแฟนนิยายของ "กิ่งฉัตร" ก็ติดตามผลงานของนักเขียนท่านนี้ด้วย ... ในเมื่อเพื่อนคอเดียวกันปลื้ม เลยตัดสินใจเลือกหยิบนิยายมาเล่มนึง


เล็งแล้วเล็งอีกว่าจะเลือกหยิบนิยายเล่มไหนดี เพราะดูๆ แล้วก็น่าสนใจไปทั้งนั้น ... ใจอยากจะหยิบไปซะทุกเล่ม แต่สติเตือนว่า หยิบไปเยอะไม่มีที่เก็บ ลองไปถามเพื่อนดูก่อนว่าเล่มไหนเป็นยังไง แล้วค่อยมาตามเก็บในงานครั้งหน้า


พลิกหน้าพลิกหลัง ดูปกและลองอ่าน คำโปรยด้านหลังหนังสือ แล้วก็ตัดสินใจเลือก "บัลลังก์แสงเดือน" ... พอเปิดอ่านข้างในก็พบว่า คำโปรยด้านหลังนั้น เป็นเนื้อหาบางส่วนจากคำนำของผู้เขียน


"เหตุและผลคือหลักการหนึ่งในการดำเนินชีวิต หากก็มิใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่สามารถตอบได้ทุกเรื่องทุกคำถาม ในเมื่อแต่ละคนจะต้องเผชิญปัญหาในแง่มุมที่ไม่เหมือนกัน ต่างฝ่ายต่างก็ต้องมีเหตุแลผลที่ต่างกัน ไว้รองรับมุมของตัว


ความรักต่างหากที่จะทำให้เรายอมรับและเข้าใจ ทำให้เราสามารถตอบได้ทุกคำถาม ไม่ว่าจะมองจากมุมที่ห่างไกลกันสักแค่ไหน ทำให้เราเรียนรู้ที่จะยอมรับเพื่อเข้าใจทุกเส้นทาง ทุกการตัดสินใจ ทุกความรู้สึก ทุกความแตกต่างแห่งวิถีของมนุษย์ทุกคน


ความรักไม่ใช่สิ่งที่ควรมองข้าม มันสร้างได้ทุกสิ่งทุกอย่าง สร้างปราสาทได้จากซากปรักหักพัง... เยียวยาได้ทุกบาดแผล ไม่ว่าแผลนั้นจะสาหัสสากรรจ์สักแค่ไหน


เพียงแค่เราจะหยุดเรียกร้อง รู้จักให้ความรัก เท่าๆ กับที่รู้จักรับความรัก เพื่อพาไปสู่ความเข้าใจ พาไปสู่การยอมรับกันและกันในท้ายที่สุด..."


(ที่มาภาพปกหนังสือ http://www.naiin.com/ )
นิยายความหนา 646 หน้า ถ้ามีเวลาได้อ่านต่อเนื่องใช้เวลา 3-4 วันก็จบ ... แต่นี่เปิดอ่านไปได้ทีละนิดทีละหน่อย ไปไหนก็พกติดไป แต่ไม่ได้หยิบมาอ่าน เลยใช้เวลาอ่านนานกว่าปกติ


ที่อ่านช้าไม่ใช่ไม่สนุก ไม่น่าสนใจ แต่เป็นเพราะตัวเองไม่เปิดอ่าน ... แต่พอได้เปิดอ่านต่อเนื่องแล้วก็เพลิน เพราะภาษาสวย อ่านแล้วสบายใจ ประกอบกับฉากของเรื่องเป็นประเทศสมมุติที่มีบรรยากาศสวยงาม จินตนาการภาพตามก็ยิ่งอิน


เนื้อเรื่องกล่าวถึงความรัก แต่ไม่ใช่รักกุ๊กกิ๊ก แต่เป็นรักที่มาควบคู่กับเหตุผล รู้จักให้ความรัก และรู้จักรับความรัก ... ในขณะเดียวกันก็มีเรื่องการเมืองของประเทศสมมุติด้วย อ่านแล้วรู้สึกบรรยากาศเหมือนการเมืองบ้านเราช่วงนี้ยังไงก็ไม่รู้ หลงอำนาจ โกง ลี้ภัย และหาช่องทางกลับมา ... อ่านไปก็ได้หยุดคิดตามทั้งแง่มุมเรื่องความรัก และการเมือง


สรุปว่า อ่านเล่มนี้จบก็ติดใจผลงานของ คุณปิยะพร ศักดิ์เกษม อย่างจัง ... ไม่เสียทีที่หยิบติดมา แต่เสียดายที่มองโฉบไปโฉบมาหลายรอบ น่าจะหยิบมาอ่านตั้งนานแล้ว ... งานหนังสือเดือนหน้าไม่พลาดตามเก็บแน่นอน

2.2.52

ปีกปรารถนา

“ชีวิตคนเรานั้นแสนสั้น”


หลายคนคงเห็นด้วยกับประโยคที่ว่านี้ น่าแปลกก็ตรงที่ความคิดที่ตามมาจากประโยคสั้น ๆ นั้นกลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง


สำหรับบางคน หรือหลายคน ชีวิตยิ่งสั้นก็ยิ่งต้องดิ้นรน ตักตวงกอบโกยให้เต็มที่ เพื่อร่นระยะเวลาแห่งความเต็มพร้อมในชีวิตให้มาถึงโดยเร็ว ก่อนที่โอกาสในการเสพสุขจะจบสิ้นลง


อีกบางคน ชีวิตแสนสั้นสั่งให้ขวนขวายแสวงหาความสำเร็จ รางวัล เกียรติยศ เพื่อให้โลกจารจารึกชื่อและตัวตนไว้


ขณะที่บางคน ชีวิตแสนสั้นกลับบอกเขาว่า ไม่มีเวลายาวนานพอในการรีรอที่จะทำความดี ไม่ใช่เพื่อคำยกย่องสรรเสริญ หรือแม้บุญบารมีใด ๆ หากแต่เพื่อหัวใจตนเอง...ทำเพราะต้องทำ ไม่อาจเพิกเฉยได้


ปรารถนา ปรมี ณภัทร์ นิจ กนธี รสริน ยวดยง ฯลฯ นิยามต่อ “ชีวิต” และ “การใช้ชีวิต” ที่แตกต่าง พาพวกเขามาพานพบและพันผูกกัน และจะโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม ต่างก็มีโจทย์ในใจ...คุณค่าแท้จริงของการใช้ชีวิตและความหมายที่แท้ของการดำรงอยู่คืออะไร ?


ที่สุดปลายทางของปรารถนาที่ต่างคนต่างติดปีกทะยานไป มีคำตอบรอคอยพวกเขาอยู่...คำตอบและความหมายของช่วงเวลาอันแสนสั้นในชีวิตเล็ก ๆ ของมนุษย์ ซึ่งแท้จริงแล้วอาจไม่ต่างจากชั่วขณะการกะพริบของดวงดาวยามค่ำคืน


(คำนำ ... สำนักพิมพ์ดวงตะวัน)


นี่คือเรื่องราวของสถาปนิกสาวคนเก่งของบริษัทกับครูใหญ่โรงเรียนอนุบาลเล็กๆ ที่จะมาร่วมกันพิสูจน์ว่า คุณค่าที่แท้จริงของชีวิตคนเราคืออะไรและอยู่ที่ไหนกันแน่ ...อยู่ที่การบินได้สูงเกินกว่าใคร ไกลกว่าทุกคน หรืออยู่ที่การร่วมเดินทางไปกับคนอื่นๆ ช่วยเหลือประคับประคอง จูงมือและเดินไปด้วยกัน ไม่ทอดทิ้งกัน


ขอเชิญโบยบินไปด้วย “ปีกปรารถนา” กับครูแมงปอและเด็กหญิงโกโก้ ...โรงเรียนอนุบาลของครูแมงปอยินดีต้อนรับทุกคน


(ภาพ คำนำ เรื่องย่อ ที่มาจาก สำนักพิมพ์ดวงตะวัน )


นิยายเล่มใหม่ของ 1 ในนักเขียนโปรดออกจำหน่ายอีกแล้วค่ะ ... ติดตามข่าวจากเว็บเป็นระยะ จนเช้าวันพฤหัสที่ 29 เห็นซองจดหมายแจ้งข่าวจากสำนักพิมพ์วางบนโต๊ะ รีบเปิดอ่าน แล้วออกไปโอนตังค์สั่งซื้อหนังสือทันที



ระหว่างเดินไปโอนตังค์ก็ส่ง sms แจ้งข่าวให้คุณกี้ l0veisl0ve ซึ่งเป็นสมาชิกนิยายเจ้านี้เหมือนกันทราบเรื่อง ... แล้วก็ส่งบอกข่าวสาวคู่หูที่ติดนิยายเจ้านี้เหมือนกัน ว่าจัดการโอนตังค์จองหนังสือให้เรียบร้อย



โอนตังค์ตอนเช้า ตอนค่ำก็รอเช็ครายชื่อ แต่ยังไม่มีแจ้ง เช้าวันศุกร์ก็รีบเช็คชื่อใหม่ เจอชื่อตัวเองก็สบายใจ ... นั่งรอคุณบุรุษไปรษณีย์พาหนังสือมาส่ง



สายๆ วันนี้ คุณบุรุษไปรษณีย์ก็หอบหิ้วจดหมายเข้ามา เหลือบตาไปเห็นกล่องพัสดุ รู้ทันทีว่าใช่แน่ๆ ... หนังสือที่สั่งมาส่งเรียบร้อย ครบถ้วน มาพร้อมกับของที่ระลึกเล็กๆ คือ ปกพลาสติคที่มีลายเซ็นนักเขียนพิมพ์มาด้วย



ดี๊ด๊าดีใจ แต่ก็แอบกลุ้ม เพราะได้มาแล้วแต่ยังเปิดอ่านไม่ได้ ... ก็ตอนนี้กำลังอ่านนิยายอีกเรื่องนึงอยู่ ติดพันจวนเจียนจะจบแต่ยังไม่จบสักที เพราะทยอยอ่านได้วันละนิดวันละหน่อย ... เหลืออีกร้อยกว่าหน้าเท่านั้น ยังไงก็ต้องเก็บให้หมดภายในคืนนี้ พรุ่งนี้จะได้เปิดเล่มใหม่สักที



ได้หนังสือมาแล้ว วางไว้เห็นๆ แต่ยังเปิดอ่านไม่ได้ ... อึดอัดขัดใจจริงๆ เลย

7.10.51

เอลันตรา

นิยายเล่มใหม่ของดวงตะวัน หนึ่งในนักเขียนคนโปรด คลอดออกมาให้สั่งซื้อได้เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม ... ใจจดใจจ่อรอนิยายเล่มนี้ เพราะเป็นนิยายในชุดธิโมส์ เมืองสมมุติที่คุณนักเขียนสร้างขึ้น จากเล่มแรกจนถึงเล่มล่าสุด มีเนื้อหา เหตุการณ์ เชื่อมโยงกันทั้งในยุดปัจจุบัน และยุดก่อน ... อ่านแล้วติดหนึบหนับ


พอรู้ว่าเปิดสั่งหนังสือได้ ก็รีบดำเนินการทันที สั่ง 2 เล่มเพื่อสาวคู่หูแฟนคลับของดวงตะวันเหมือนกัน ... แต่คราวนี้พิเศษนิดนึง เพราะคุณกี้ l0veisl0ve ก็สนใจจะสั่งหนังสือเหมือนกัน เลยส่งข่าวแจ้งเตือน พร้อมส่งลำดับการอ่านนิยายชุดแผ่นดินแสงดาวไปให้


สั่งหนังสือเรียบร้อย ก็ใจจดใจจ่รอคุณบุรุณไปรษณีย์พามาส่ง รอบนี้ก็มารวดเร็วว่องไวเช่นเคย ของที่ระลึกจากการสั่งหนังสือรอบนี้ เป็นปกพลาสติคที่มีลายเซ็นดวงตะวันปะหน้ามาด้วย ... โอนตังค์และใบสั่งซื้อหนังสือวันจันทร์ สิบโมงเช้าวันพุธ "เอลันตรา" ก็มาถึงมือแล้ว กรี๊ดกร๊าดยิ้มหน้าบาน เพราะจะได้พกไปอ่านระหว่างเที่ยวเขาหลัก


เอลันตรา ... ภาพวาดบนผนังหินที่ อินทัต ครีราโมส์ วาดเอาไว้และให้ชื่อว่า “เอลันตรา” เมื่อสามพันปีก่อนคืออะไรกันแน่
คือชายาเชลยของอินทัตที่บันทึกในหน้าประวัติศาสตร์นั้นกล่าวถึงนางเอาไว้เพียงน้อยนิด คือศาสนาใหม่ที่อินทัตหลงใหลฝักใฝ่กระทั่งในบั้นปลายชีวิต มีบันทึกว่าเขา “เพี้ยน” ไป หรือคือตัวการสำคัญที่ทำให้พี่น้องครีราโมส์แตกแยกเป็นสองสาย - - สายบุหลันของเรทัต และสายเอลันตราของอินทัต มาจนกระทั่งทุกวันนี้



Credit Synopsis & Picture : http://www.dtawanbooks.com/

- คำนำจากสำนักพิมพ์ -

ริมทะเลทางตอนใต้ของอลากาส บนผาหินสุดชายหาดด้านตะวันออก คือที่ตั้งของ “ศาลแม่เจ้าเอลันตรา” รูปเคารพศักดิ์สิทธิ์ซึ่งไม่มีใครรู้ประวัติที่มาอันแท้จริง

ภาพสลักโบราณนั้นยืนยงข้ามกระแสกาลมานานนับพันปี แม้เปลี่ยนรูป ผิดเพี้ยนไปจากเดิมจนแทบไม่เหลือเค้า หากคุณค่าความสำคัญยังคงอยู่...อย่างน้อย ก็ในหมู่คนครีราโมส์สาย “เอลันตรา” ผู้สืบทอดเชื้อสายมาจาก อินทัต ครีราโมส์ หรือ “อินทัต เดอะเซกั้นคิง” น้องชายฝาแฝดของกษัตริย์เรทัตผู้ยิ่งใหญ่

ไม่มีใครรู้ว่า “เอลันตรา” คืออะไร หรือเป็น “ใคร” กันแน่

คือรูปสลักบนผาหิน อนุสรณ์แห่งความรักนิรันดร์

คือชายาเชลยผู้ไม่มีใครรู้หัวนอนปลายเท้า หากกุมหัวใจและมีอิทธิพลต่ออินทัตเกินกว่าใครจะคาดคิด

คือ “ศาสดา” ของศาสนาใหม่ที่อินทัตเปลี่ยนไปนับถือแทนเฮกัล เธมส์ และกูตูร์ คือสัญลักษณ์แห่งความเพี้ยนในช่วงบั้นปลายชีวิต

เหนืออื่นใด คือกูตูร์ภาคผู้หญิง นางคนชั่วร้าย นางผู้สามานย์ ที่มอมเมาชักจูงให้อินทัตผิดใจกับเรทัตผู้เป็นพี่ชาย กระทั่งทำให้ราชวงศ์ครีราโมส์แตกออกเป็นสองสาย คือสายบุหลันกับเอลันตรา

...ไม่มีใครชี้ชัดลงไปได้ว่า เป็นเพราะบันทึกที่หายสูญ กาลเวลาที่ผันผ่านนานเนิ่น หรือความขัดแย้งร้าวลึกระหว่างพี่น้องอันเกิดจาก “นางผู้นั้น” กันแน่ ที่ทำให้เรื่องราวของ “เอลันตรา” ถูกลบเลือนหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ธิโมส์

“ดวงตะวัน” จะพาเราย้อนกลับไปยังธิโมส์ในอดีตอีกครั้ง กลับสู่คืนวันของ “เอลันตรา” เพื่อหาคำตอบนั้นร่วมกัน

เพราะคงมีเพียง อินทัต ครีราโมส์ ชายหนุ่มผู้มีชีวิตอยู่เมื่อสามพันปีก่อนเท่านั้น ที่จะรู้ว่า “เอลันตรา” คืออะไร คือใคร...และมีความหมายยิ่งใหญ่ต่อหัวใจของเขาเพียงใด


เพราะตั้งใจจะอ่านระหว่างอยู่เขาหลัก เลยพลิกเปิดอ่านลองเชิงไปแค่บทเดียว ... ใจจดใจจ่อ อยากจะเปิดอ่านต่อ แต่กลัวอ่านแล้วเริ่มมันวางไม่ลง ... ตอนนี้ถึงเขาหลักเรียบร้อยแล้ว ขอไปติดตามเรื่องราวของหนุ่มอีน พระเอกคนล่าสุดของแผ่นดินแสงดาวก่อนนะคะ

20.8.51

มหัศจรรย์แห่งรัก

เมื่อต้นเดือนเพิ่งได้นิยายเล่มใหม่ จากนักเขียนโปรด "กิ่งฉัตร" ... ค่อนจะปลายเดือนก็ได้นิยายเล่มใหม่ ของนักเขียนโปรดอีกคน "ดวงตะวัน"


มหัศจรรย์แห่งรัก ... เรื่องรักวุ่นๆ ชุลมุนหัวใจ เมื่อคุณแม่ลูกสามอย่าง "นวลตอง" ปรารถนาจะมีรักใหม่อีกสักครั้ง นี่คือการตัดสินใจครั้งสำคัญของหล่อน ที่ต้องเลือกระหว่างหนุ่มหล่อในฝันที่มาปรากฎตัวในชีวิตจริง กับ ผู้ชายที่แสนธรรมดาสามัญ พบเห็นได้ตามข้างบ้านและท้องถนนทั่วไป ... มหัศจรรย์แห่งรักจะเกิดขึ้นหรือไม่ และกับใคร โปรดติดตาม

Credit Synopsis & Picture : http://www.dtawanbook.com/

- คำนำจากสำนักพิมพ์ -
มีใครในโลกนี้บ้างที่ไม่เคยพลาดพลั้งเลยสักครั้งในชีวิต

นั่นเป็นทั้งคำถามและคำปลอบใจที่นวลตอง กองบรรณาธิการสาวผู้กลายเป็นคุณแม่ลูกติดด้วยอุบัติเหตุรักในวัยเรียน พร่ำบอกตัวเองมาตลอดหลายปี แทนการก่นโศกจมอยู่กับอดีตอันขมขื่น แล้วก้มหน้าก้มตาทำงานหาเงินเลี้ยงชีพ ใช้ชีวิตธรรมดาสามัญไม่ต่างจากคนอีกเรือนหมื่นเรือนแสนในเมืองกรุงอันศิวิไลซ์

แต่ใครจะรู้ ว่าจู่ๆ ฟ้าจะส่ง "ใครบางคน" มาทำให้โลกของหล่อนกลายเป็นสีชมพูแสนวิเศษมหัศจรรย์พันลึกขึ้นมาอีกครั้ง แต้มฝันหวานในหัวใจให้ชุ่มชื่นเปี่ยมหวัง

จากที่เคยแอบหวังแอบฝัน ว่าสักวันจะมีใครสักคนก้าวเข้ามาในชีวิต เปลี่ยนวันธรรมดาให้เป็นวันพิเศษที่งดงามด้วยความรัก คนที่ฟ้าส่งมากลับไม่ใช่เพียง "ใครสักคน" หากมีดีกรีเป็นถึง "ชายในฝัน" ที่หญิงสาวเคยหลงรักเมื่อครั้งยังแรกรุ่น หนำซ้ำใช่เพียงก้าวผ่านมาฉายแสงสีอันมหัศจรรย์ทาบทาไว้ในหัวใจหล่อน ให้เก็บไว้เป็นความทรงจำแสนหวาน เขากลับเดินหน้าก้าวเข้ามาในชีวิตและดูท่าจะไม่ถอยฉากไปง่ายๆ

จังหวะชีวิตอันเรียบเรื่อยมานานปีเริ่มเปลี่ยนไป ไม่ต่างจากจังหวะหัวใจที่เต้นแรงราวเมื่อเขาก้าวเข้ามา

หนุ่มในฝันกำลังจะพานวลตองก้าวพ้นวันธรรมดาสามัญไปยังจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิต และพบพานกับมหัศจรรย์บางประการที่หล่อนเฝ้ารอเฝ้าคอย

แต่กระนั้นหญิงสาวก็ไม่อาจละลืมไปได้ว่า ในวันธรรมดาสามัญเหล่านั้น วันที่สุขค่อนไปทางทุกข์ หล่อนผ่านพ้นมันมาได้เพราะมีใครคนหนึ่งอยู่เคียงข้างเป็นประดุจ "โช้คอับ" ให้รถยนต์มือสองอย่างนวลตองโลดแล่นไปบนถนนชีวิตได้อย่างไม่กระแทกกระทั้นจนเกินไปนัก

เมื่อถึงทางแยกให้ต้องเลือกเดิน คำถามหนึ่งกลับผุดขึ้นในใจ ... มหัศจรรย์แห่งรักมีอยู่จริงไหม?

หรือที่แท้แล้ว ... มีแต่เราเท่านั้นที่ต้องสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวและหัวใจของเราเอง


ได้จดหมายสั่งซื้อหนังสือเมื่อวันจันทร์ รีบไปโอนตังค์ทันที ... แล้ววันพุธที่ 20 ส.ค. กล่องพัสดุไปรษณีย์ ที่มีนิยายที่สั่งไปก็ส่งมาถึงมือ แค่เห็นกล่องก็มีความสุขแล้ว ... คราวนี้ของที่ระลึกที่สำนักพิมพ์ดวงตะวันใจดี แจกให้กับผู้อ่านที่สั่งหนังสือผ่านสำนักพิมพ์ คือ ถุงผ้ามหัศจรรย์แห่งรักใบกำลังเหมาะ มาพร้อมกับเข็ดกลัดอีก 2 อัน


เปิดอ่านไปได้แค่บทเดียว เพราะงานยุ่งเหลือเกิน ... เสาร์-อาทิตย์นี่หล่ะ จะตะลุยอ่านให้เพลินเลย

2.8.51

สาปพระเพ็ง

นวนิยายเรื่องล่าสุดของ "กิ่งฉัตร" นักเขียนคนโปรด ... เป็นเล่มที่ไปสอยมาจากงานอัมรินทร์บุคแฟร์ แล้วบังเอิญไปเจอเจ้าของผลงานมาแจกลายเซ็นพอดี ... นอกจากได้นิยายเล่มใหม่แล้ว ยังได้ลายเซ็นด้วย ปลื้มสุดๆ


(Credit picture : http://www.amarinpocketbook.com/ )

คำนำจากสำนักพิมพ์บอกว่า เป็นนวนิยายที่รวมหลายรสหลายรูปแบบไว้ในเรื่องเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการฆาตกรรม การสืบสวนสอบสวน เรื่องในอดีตชาติ รวมถึงเรื่องราวเกี่ยวกับไสยศาสตร์ เพราะพิสูจน์ไม่ได้ ... ขณะเดียวกันก็มีความรักต่างรูปแบบให้ได้อมยิ้ม ได้ขำกันตลอดเรื่อง


พอเปิดอ่านแล้ว ก็เห็นจริงอย่างที่เขียนไว้ ... เพราะมีหลายรูปแบบจริงๆ อ่านแล้วชวนติดตามไปการการสืบสวน สอบสวน แต่ก็ยังมีความรักกุ๊กกิ๊ก และมุขให้ขำ ให้อมยิ้มด้วย ... ตั้งหน้าตั้งตาอ่าน จนนอนดึกดื่น ตื่นตาดำเป็นแพนด้าไปทำงานอยู่ 2 วัน


ตอนนี้ส่งต่อความสนุกไปให้สมาชิกในออฟฟิศที่ชอบอ่านนิยายได้อ่านต่อ ... แต่ย้ำแล้วย้ำอีก ว่าช่วยดูแลเล่มนี้เป็นพิเศษ เพราะมีลายเซ็นของนักเขียนคนโปรดอยู่ด้วย ... เล่มอื่นหายไม่ว่า เล่มนี้หายไม่ได้