แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Big_Birdy แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Big_Birdy แสดงบทความทั้งหมด

2.7.54

ภารกิจ อะไรกันแน่ ?!?!


คนดีมีการบ้านที่ได้จากพี่หมอดูเจ้าประจำ ให้ไปไหว้พระที่วัดริมน้ำ ... ได้การบ้านมานานแล้ว แต่ลืมไปเลย นึกขึ้นได้แล้ว ก็ต้องรีบไปจัดการค่ะ


วัดริมน้ำ ไม่ยากค่ะ มีอยู่ทั่วไปหมด ว่าแต่จะไปที่ไหนดี ... ริมน้ำกรุงเทพฯ ริมน้ำอยุธยา ริมน้ำฉะเชิงเทรา ริมน้ำสมุทรสงคราม


จริงๆ จากบ้านคนดี ก็มีทั้งวัดระฆัง วัดอรุณฯ วัดกัลยาณมิตร อยู่ริมน้ำทั้งนั้น ... แต่คนดีบอกว่า ขอลองเช็คสมาชิกดูก่อน ถ้ามีเสียงตอบรับ ก็จะไปวัดริมน้ำต่างจังหวัดดีกว่า


ว่าแล้วก็ไปหว่านล้อม 2 สาว สมาชิกแก๊งค์ลูกหมู ให้ร่วมทริปไปด้วยกัน ... แล้วยังชวนโซ้ยอี๊ กับ น้องชาย ไว้ด้วย พอมีสมาชิกแบบนี้ ก็มุ่งหน้าไปอัมพวากันดีกว่าค่ะ


นอกจากจะไปไหว้พระแล้ว คนดียังอยากให้หมวยบีนำทางไปร้านอาหารร้านหนึ่ง ที่หมวยบีไปกับที่บ้านแล้วเอามาเขียนบล็อกไว้ ... คนดีสนใจร้านนี้มานาน หมายตาจะไปหลายรอบแต่ไม่ได้ไปสักที คราวนี้ไม่มีพลาด


เสาะหาพิกัดไปร้าน บ้านเคียงเรือ ... ร้านไม่อยู่ติดถนน ต้องเข้าซอยไปสักหน่อย แต่ก็หาไม่ยากค่ะ พอเจอทางเข้าค่ายทีปังกรฯ ก็เลี้ยวซ้ายเข้าไปเลย ตรงไปตามทางเรื่อยๆ พอข้ามสะพานปุ๊บก็เลี้ยวขวาเข้าซอยปั๊บ ตรงไปอีกนิดก็จะเจอทางเข้าร้านทางขวามือ


เป็นทั้งร้านอาหาร บึงตกปลา และมีที่พักด้วย ... บรรยากาศร้านดูเงียบเหงาไปหน่อย เรามาเร็วไปรึ ก็ไม่น่านะ ... มีลูกค้าอยู่ตรงบึงตกปลานิดหน่อย แต่พนักงานไม่รู้อยู่ไหน ออกตามหาพนักงานมารับออเดอร์ดีกว่า


ในฐานะที่หมวยบีเคยมา เลยให้แนะนำอาหาร แต่ชีก็จำไม่ได้ว่ากินอะไรบ้าง ... เอ้า ลองสั่งดู ยำใบชะคราม ปลากระพงทอดน้ำปลา หมึกแดดเดียว แกงส้มใบชะคราม ผัดผักสี่สหาย ทะเลผัดฉ่า ข้าวผัดปู และที่ขาดไม่ได้ กุ้งราดซอสมะขาม


(ไม่แน่ใจว่าจำเมนูอาหารที่สั่งครบรึเปล่านะคะ เพราะรอบนี้ไม่ได้ติดกล้องไปถ่ายรูปด้วย เลยไม่มีภาพในกล้องช่วยเตือนความจำ และไม่มีภาพมายั่วน้ำลาย)


รสชาติอาหารส่วนใหญ่ก็อร่อยใช้ได้นะคะ เสียก็แต่กุ้งราดซอสมะขามที่น้ำซอสข้น รสโดดไปหน่อย ... หมวยบีที่เคยมากินถึงกับออกปากว่ารสเปลี่ยนไป


อิ่มมื้อเที่ยงแล้ว ก็ไปเดินย่อย หาของหวาน กันที่ตลาดน้ำอัมพวา ดีกว่าค่ะ ... เอ๊ะ ไหนว่าจะมาไหว้พระ แล้วไฉนไปตลาดก่อน


ที่เลือกไปเดินตลาดก่อน เพราะยังเป็นบ่ายต้นๆ คนยังไม่พลุกพล่านมากนัก ถ้าแวะไหว้พระก่อน กว่าจะมาเดินตลาดก็คงต้องมาเดินเบียดกับคนแน่ๆ ... รอบนี้พาโซ้ยอี๊มาด้วย ให้เดินสบายๆ จะดีกว่า


จอดรถได้ก็แวะหาขนมหวานก่อนเลยค่ะ เพราะคนดีอยากกิน "ปังติน" ที่ร้านกาญจนาพานิช ... แต่ไม่ได้มาแค่ ปังติน ปังชาเย็น ปังโอเลี้ยง ปังแดง ก็มาค่ะ ... ขาดแต่ ปังเขียว เท่านั้น


ได้ของหวานชื่นใจแล้ว ก็มีแรงเดินชมตลาด ซื้อขนม ในอากาศร้อนๆ กับคนเยอะๆ ค่ะ ... ซื้อขนมกันจนนิ้วกิ่ว นิ้วหงิก อากาศก็อบอ้าวขึ้นเรื่อยๆ ไม่ไหวแล้ว หมดแรง ไปเข้าวัดกันดีกว่า


วนไป วัดจุฬามณี เพราะอยู่ไม่ไกล ... ตอนแรกนึกทางไปไม่ถูก เพราะส่วนใหญ่ไปทางเรือ ทวนความจำสักนิดก็นึกออก ทำหน้าที่เนฯ นำทางไปได้


ถึงวัดจอดรถลงไปไหว้พระได้แป๊บเดียว ฝนก็เทกระหน่ำลงมาค่ะ ... ไม่ได้ชื่นชมจุดอื่นๆ ในวัดเท่าไหร่ ได้ไหว้พระแค่จุดเดียวก็ต้องล่าทัพ ฝนเทกระหน่ำหนักมาก หนักจนมองทางข้างหน้าไม่เห็นค่ะ ... นึกๆ แล้วก็ดีใจ ที่เดินตลาดก่อน เพราะถ้าไหว้พระก่อน คงไปเจอฝน ไปติดฝนอยู่ที่ตลาดแน่ๆ แล้วคนแน่นๆ เบียดกัน ไม่อยากจะคิดเล้ยยยยยยยย


กลายเป็นว่า ใช้เวลากินข้าวมื้อเที่ยง กับ เดินเล่นชมตลาด นานกว่าภารกิจหลัก ภารกิจไหว้พระที่ตั้งใจจะมาซะอีก ... เลยไม่แน่ใจว่า ตกลงวันนี้เป็นภารกิจอะไรกันแน่ ?!?!

19.6.54

ข้าวตุ๋น MK

"กินอะไร กินอะไร กินอะไร ไปกินเอ็มเค" เพลงโฆษณาที่ติดหู ติดปาก ... เพราะถ้าใครถาม กินอะไร เพลงนี้ ประโยคนี้ก็ลอยลมมาทุกครั้งค่ะ


เราสองคนก็แวะเวียนไปเป็นลูกค้าอยู่บ่อยๆ ... หลักๆ ก็ไปกินสุกี้นั่นหล่ะค่ะ ติ่มซำ เป็ดย่าง บ้างเล็กน้อย ... แต่มีเมนูพิเศษ ที่มีกุ๊กพิเศษจะปรุงให้กินเป็นครั้งคราว


เมนูที่ว่า คือ "ข้าวตุ๋น" ซึ่งไม่เคยกินที่อื่น มีที่นี่เท่านั้น


จำได้เลาๆ ว่าเคยมีกระดาษรองของเอ็มเคนี่แหละที่แนะนำวิธีทำเมนูนี้ แล้ววันนึงเรากับคนดีก็ลองชวนกันทำชิมดู ... จำไม่ได้แล้วว่าชวนกันปรุงเมนูนี้มานานแค่ไหน เอาเป็นว่านานพอๆ กับอายุความรักของเราสองคนนั่นหล่ะค่ะ


วิธีทำเมนูนี้ไม่ยากเลยค่ะ แต่ต้องใช้เวลาสักนิด ... เริ่มต้นด้วยการจัดการสุกี้ที่สั่งมาให้เรียบร้อย เหลือแต่น้ำซุป ... ซึ่งน้ำซุปที่เหลือนี่หล่ะค่ะ เด็ด เพราะผ่านการต้มผัก ต้มเครื่อง จนได้น้ำซุปหวานกลมกล่อม


สั่งข้าวสวยมาถ้วย 1 เทลงหม้อ แล้วหมั่นคนเรื่อยๆ ... คนๆ วนๆ หมุนๆ จนข้าวพองตัว บาน ขั้นตอนนี้หล่ะค่ะ ที่ใช้เวลานาน ... ถ้าคนไปแล้วน้ำซุปงวดไป ก็ขอน้ำซุปมาเติมเพิ่ม แต่ขอเทใส่ถ้วยไว้ แล้วค่อยๆ เติมนะคะ อย่าเทพรวดลงหม้อไปเยอะๆ เลย ไม่งั้นกว่าน้ำจะเดือด ข้าวจะบาน เสียเวลานานค่ะ


ระหว่างรอข้าวบาน ก็เตรียมเครื่องปรุงอื่นๆ ดังนี้ ... 1. เนื้อปลาทรงเครื่อง จะเลือกใช้เนื้อสัตว์ประเภทอื่นก็ได้ตามชอบค่ะ ... 2. ไข่ไก่ ตีแตกเหมือนจะทำไข่เจียว ... 3. น้ำมันงา เพิ่มความหอม ... 4. ซีอิ๊วขาว ปรุงรส ... 5. ต้นหอมซอย เพิ่มสีสัน ... 6. พริกไทย ลืมหยิบมาเข้าฉากด้วยค่ะ ช่วยแต่งรสแต่งกลิ่นอีกนิดหน่อย


และกุ๊กพิเศษ มือคน มือปรุงรส ... ต้องเชื่อมือกุ๊กคนนี้หล่ะค่ะ เพราะเคยเปิดร้านขายข้าวต้มอยู่ช่วงนึง จ่ายตลาดเอง ทำกับข้าวเอง ขายเองมาแล้ว ... ต้องเชื่อฝีมือกันหน่อย


คนจนข้าวบานได้ที่แล้ว ก็เติมเนื้อปลา แล้วก็ปรุงรสด้วย น้ำมันงา ซีอิ๊ว พริกไทย ... คนให้เดือดอีกสักนิด ก็ใส่ไข่ค่ะ เราเลือกเทไข่ผ่านตะกร้อลวก ไข่จะได้เป็นริ้ว เป็นเส้นสวย แต่พอเทไข่แล้วต้องหมั่นคนนะคะ ไม่งั้นไข่ลงไปนอนก้น ติดก้นหม้อค่ะ ... ปิดท้ายด้วย ต้นหอมซอย และพริกไทยอีกนิด


ปรุงจบครบถ้วนกระบวนความแล้ว ก็จะได้ข้าวตุ๋น อย่างที่เห็นนี่หล่ะค่ะ ... เป็นเหมือน ลูกครึ่งระหว่างข้าวต้ม กับ โจ๊ก รสหวานกลมกล่อม ทานง่ายๆ


แต่ก่อนก็กินกันอยู่ 2 คน ... หลังๆ ก็หาเหยื่อ หาสมาชิกเพิ่ม ไม่พ้นสมาชิกแก๊งค์ลูกหมูหล่ะค่ะ ... ลองชิมแล้วก็ติดใจกันไป แต่ไม่ได้กินกันบ่อยๆ เพราะบางทีจัดสุกี้หนักแน่นจนท้องเต็มเกินจะเติมอะไรลงไปไหว


ใครสนใจลองทำบ้าง ไม่สงวนสูตรค่ะ ... แต่แนะนำว่าถ้าจะทำเมนูนี้ ต้องกินสุกี้เบาๆ อย่าหนักมากนัก ไม่งั้นจะอิ่มเกิ้นนนนน

12.6.54

แม่บ้านญี่ปุ่นแปลงร่าง

ผ่านมาเกือบ 70 วัน หรือ ราวๆ 2 เดือน ที่คนดีได้ผมดัดลอนสวยมาครอบครอง ... จากผมสั้น ลอนสวย ก็เริ่มยาวสลวย ลอนเริ่มฟู ฟุ่ง ควบคุมทิศทาง และเซ็ทลำบาก ... จากบอยแบนด์เกาหลี กลายเป็นแม่บ้านญี่ปุ่นแล้ว


เราเห็นแล้วก็กลุ้มใจแทน จนต้องเอ่ยปากบอกคนดีว่า นัดคิวตัดผมเหอะ ... ขากลับจากทริปพัทยา ยังพอมีเวลาลองโทรนัดคิวดู มีคิวว่างพอดี งั้นก็ตรงจากพัทยาเข้ามาร้านตัดผมกันเลย


ถึงร้านตอน 5 โมง ตามเวลานัดพอดิบพอดี นั่งรอแป๊บเดียว คนดีก็ถูกตามไปสระผม ... ส่วนเรานั่งอ่านหนังสือรอไปเรื่อยๆ


ระหว่างรอก็คอยเงยหน้ามามองหา มาดูเป็นระยะว่าเป็นยังไง ทำอะไรอยู่บ้าง ... ตอนแรกก็เห็นมานั่งเป่าผม รอตัดผม เงยมาอีกที อ้าว ตัดแล้วนี่หว่า ... โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๊ะ ตายแล้วววววว


ภาพที่เห็นลิบๆ เท่าที่มองลอดผ่านคน และกระจกไป คือ คนดีโดนรวบผมช่วงบนขึ้น แล้วด้านข้างก็ถูกไถออก ... ตายแล้ว จะได้ทรงอะไรเนี่ย


รีบคว้า iPhone มาส่ง whatsapp ไปถามไถ่ ... ก็ไม่ได้คำตอบอะไรเพิ่มเติม ได้แต่รอลุ้นตอนจบ ... นั่งรอพักเดียว ก็ได้คำตอบค่ะ


ผมดัดยังคงเหลืออยู่ค่ะ ซ้าย-ขวา ถูกไถ ซอย เล็ม ออกไปพอสมควร เปิดหู เปิดคอ ดูโล่ง เบาขึ้นเยอะ ... ส่วนด้านหน้าปัด เป๋ ป้าย ดูไปดูมา คล้ายทรงผมของ เบล สุพล


เราเลยทำเป็นกรี๊ดกร๊าด วี้ดว๊าย "ใช่เบล รึเปล่าคะ ช่วยร้องเพลงให้ฟังได้มั้ยคะ" ... คำตอบที่ได้กลับมา คือ "เอิ่ม ไม่ใช่เบล สุพล นะคะ นี่ บาน สุกร ค่ะ"

ได้ยินแล้วฮาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา ... แม่บ้านญี่ปุ่นกลายร่างกลับมาเท่ ฮา น่ารัก แบบคนดีตัวจริงแล้ว

22.5.54

100 วัน ผ่านไป

นับตั้งแต่วันที่ป๊าจากคนดีไป ผ่านมา 100 วันแล้ว ... ปรับตัวปรับใจมาพอสมควร แต่ก็ยังไม่ชิน


แม้จะยังไม่ชิน แต่ก็มีภารกิจที่ต้องทำรออยู่ นั่นคือ ทำบุญ 100 วัน ... เป็นการทำบุญ 100 วัน แบบผสมผสานระหว่างธรรมเนียมจีนและไทย


ก่อนจะถึงกำหนดทำบุญ สมาชิกในบ้าน ทั้งโซ้ยอี๊ คนดี น้องชาย น้องสาว แฟนน้องสาว ก็ต้องช่วยกันเก็บของ จัดบ้าน ปัดกวาด โยกย้าย ตกแต่งมุมต่างๆ ใหม่ ... เราเองไปช่วยได้นิดๆ หน่อยๆ ช่วงเสาร์-อาทิตย์ ... กว่าพื้นที่ในบ้านจะเรียบร้อย พร้อมรับแขก ทำบุญ ก็เกือบวินาทีสุดท้าย


ตื่นแต่ 6 โมงเช้า ทำความสะอาดรอบสุดท้าย จัดเตรียมพื้นที่สำหรับพระ กางเต้นท์ผ้าใบสำหรับรับแขกกันเอง ... เพราะทำพิธีที่บ้าน นิมนต์พระมาทำบุญ แล้วเลี้ยงโต๊ะจีนญาติๆ และเพื่อนบ้านใกล้เคียง


สถานที่พร้อม ตั้งโต๊ะตั้งของไหว้ป๊าก่อน ... ใกล้ๆ 10 โมง ก็นิมนต์พระมาทำบุญ ถวายเพล ... พระสวดมนต์ ให้พร ถือโอกาสควบทั้งทำบุญ 100 วัน และทำบุญบ้านไปด้วย


ถวายเพลเสร็จก็เลี้ยงญาติ เลี้ยงแขก เลี้ยงเพื่อนบ้าน ... โต๊ะจีนเจ้าอร่อยประจำตระกูล มาตั้งเตาปรุงอาหารกันสดๆ ... ฟ้าเปิด แดดเปรี้ยง แขกนั่งกินข้าวไป ก็ปาดเหงื่อไป อร่อยแบบเหงื่อชุ่ม ... อาหารเสิร์ฟครบทุกรายการ แขกอิ่มหนำสำราญ ก็ได้เวลาอำลาแยกย้าย


เพื่อนบ้านในซอยก็แยกย้ายกลับเข้าบ้าน ญาติๆ บ้านไกลๆ ก็ลากลับ ญาติบ้านใกล้ๆ ก็ช่วยกันเก็บของ เคลียร์ค่าใช้จ่าย ... แล้วความเอิกเกริก ก็กลับสู่ความเงียบสงบ ให้ได้นั่งพักหายใจหายคอสักหน่อย ก่อนที่คนดีจะพาเรากลับมาส่งที่บ้าน


เมื่อคนสำคัญคนหนึ่งไม่อยู่ให้สัมผัสกันได้เหมือนเก่า แม้จะปรับปรุง จัดแต่งพื้นที่ใหม่ ... ความทรงจำเดิมๆ ที่เคยเกิดขึ้นก็ยังคงอยู่ ณ ที่เดิม ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ... คนคนนั้นก็ยังคงยึดครองพื้นที่ในหัวใจเราไว้เช่นเดิม

16.4.54

Big Birdy's Family Trip : เกาช้าง #3

ย้อนดู เมื่อวาน กันก่อน


วันสุดท้ายของทริปนี้แล้ว เวลาผ่านไปเร็วจริง ... วันนี้ตื่นแต่เช้าเหมือนเคยค่ะ ตื่นมาจัดการมื้อเช้า และจัดแจงเก็บเสื้อผ้า สัมภาระ


มื้อเช้าวันนี้ก็บุฟเฟ่ต์เหมือนเคย สมาชิกกินกันเต็มที่มากกว่าเมื่อวานเพราะไม่ต้องห่วงว่าจะเมาเรือ เลยใช้เวลานั่งหม่ำมื้อเช้าค่อนข้างนาน ... อิ่มแล้วเดินกลับห้องพัก เก็บสมบัติเตรียมเช็คเอาท์


ระหว่างทางเดินกลับ หางตาเห็นแวบๆ ว่าเหมือนจะมีตัวอะไรปรากฎออกมาจากหญ้า เลยเดินชะลอฝีเท้าลง ... หัวโผล่มาก่อน แหลมๆ นึกว่าจิ้งเหลน แต่พอตัวปรากฎออกมาด้วยเท่านั้นแหละ เท้าหยุดกึก ชะงัก ก่อนจะก้าวถอยหลังกรูดไปชนคนดีที่เดินตามมา คนดีถามว่าเป็นอะไร "งูงูงูงูงูงูงูงูงูงู"


ไม่เคยเจองูตามธรรมชาติจะจะตา ห่างกันไม่ถึง 5 เมตรแบบนี้มาก่อน ทำเอาคนกลัวงูขึ้นสมองเข้าขั้นโฟเบียอย่างเรา สมองโล่ง สั่งการไม่ถูก ... ยืนนิ่งลังเลอยู่พักว่าจะเอายังไงดี จะเดินไปตามทางนั้นก็กลัวงูจะเปลี่ยนใจย้อนกลับมา จะเดินอ้อมก็ไม่แน่ใจว่าจะมีพรรคพวกงูอยู่ทางนั้นอีกรึเปล่า ... แต่เลือกเดินอ้อมดีกว่า เพราะอย่างน้อยยังห่างจุดเกิดเหตุ และยังไม่เห็นอะไรให้ใจเสีย


กลับเข้าห้องพักได้ ก็จัดแจงเก็บเสื้อผ้า และสมบัติหลายแหล่ลงกระเป๋า ... เก็บเรียบร้อยก็นอนเอกเขนกอ่านหนังสือรอสมาชิกคนอื่นๆ พร้อม ... จวนเจียนจะ 10 โมง สมาชิกก็พร้อมจะเดินทางกลับแล้ว


เช็คเอาท์เรียบร้อย มุ่งหน้าไปท่าเรือทันที ที่ต้องรีบไปเพราะเกรงว่าคิวที่จะข้ามกลับไปฝั่งคนจะเยอะ ไม่อยากรอนาน ... ไปถึงท่าเรือ จอดรถเข้าคิวรอราวๆ 20 นาที ก็ได้ลงเรือข้ามกลับมาฝั่งค่ะ


ขึ้นฝั่งได้ รถคันที่ 3 ก็ขึ้นมาขับนำทางพาไปร้านอาหารสำหรับมื้อเที่ยง ... วกวนไปตามทางพอสมควรก็ถึง อ่างเก็บน้ำเขาระกำ มานั่งทานส้มตำ ไก่ย่าง หมูกระทะ ริมลำธาร


บรรยากาศดี แต่นั่งทานไม่สะดวก เพราะเป็นศาลาเล็กๆ นั่งล้อมวงลำบาก ... แล้วยังต้องบริการตัวเอง เดินไปสั่งเอง เสิร์ฟอาหารเอง เดินกันหลายเที่ยว ทำเอาเหงื่อหยด ... ส่วนอาหาร มีไก่ย่างที่รสดี อร่อย ส้มตำ ลาบ ตับหวาน หมูกระทะ ก็รสชาติธรรมดา ไม่ชวนปลาบปลื้ม ... เหมาะสำหรับไปนั่งเล่น นอนเล่น เอกเขนก เพลินๆ มากกว่าจะไปนั่งทานอาหารจริงจังค่ะ


อิ่มเรียบร้อย ก็ออกตระเวนซื้อของฝากค่ะ ... จุดแรกแวะร้านเจ๊อ้อ ร้านนี้เคยแวะซื้อแล้วประทับใจปลาหมึกบดปรุงรส น้ำพริกเผากุ้ง กับ น้ำพริกกระปุก ... จุดสองแวะร้านแตงโมริมทาง ได้แตงโมเหลือง-แดง กลับบ้านไปหลายลูก ... จุดสามร้านทุเรียนริมทาง ร้านนี้เราไม่ลงเพราะแพ้ทางกันค่ะ กลิ่นทุเรียนนี่สู้ไม่ไหวจริงๆ


ได้ของฝากกันถ้วนหน้า อัดแน่นเต็มรถ ก็ได้เวลาแยกย้ายค่ะ ... แบ่งสมาชิกขึ้นรถ 3 คัน สำหรับ 3 จุดหมายปลายทาง แล้วร่ำลากัน


ตรงดิ่งกลับกรุงเทพฯ ... เราที่มีอาการป่วยอยู่ ก็สะเงาะสะแงะไปตามประสา หลับบ้างตื่นบ้าง ... ส่วนคนดีรับหน้าที่คนขับ ก็ขับยาว


มาเที่ยวทางตะวันออกแบบนี้ เลยได้แวะส่งเราที่บ้านก่อนจะตรงกลับบ้านกันไป ... จบทริปแบบหมดสภาพ เพราะเหนื่อย และเปื่อย


ตอนร่ำลาก่อนจะแยกย้าย ก็มีเสียงถามว่า "ทริปหน้าไปไหน" ... เอ่อออออออ นั่นซิคะ ไปไหนดี

15.4.54

Big Birdy's Family Trip : เกาะช้าง #2

ย้อนดู เมื่อวาน กันก่อน


หกโมงเช้า สมาชิกทยอยตื่น อาบน้ำเตรียมตัวสำหรับมื้อเช้า และกิจกรรมดำน้ำของวันนี้ ... เพิ่งรู้ว่า สมาชิกของบ้านคนดี ล้วนมีประวัติเมารถ เมาเรือ กันเป็นประจำ ต้องมาดูกันว่าทริปนี้จะมีคนเมากี่คน


ออกไปจัดการเพิ่มพลังด้วย บุฟเฟ่ต์ ไข่ดาว ขนมปัง ไส้กรอก แฮม เบคอน ขนมปัง ข้าวต้ม ข้าวผัด กับข้าวอีกหลายอย่าง สลัด ผลไม้ ... สมาชิกก็กลับเข้าห้องพัก เตรียมตัว รอรถจากทัวร์มารับ


แปดโมงกว่า รถสองแถวจากศรัทธาทัวร์มารับ ขับวกวนไปตามทาง ขึ้นๆ ลงๆ เขา ทำเอาสมาชิกหลายคนเริ่มมึน ... พอไปถึงท่าเรือบางเบ้า ก็เดินไปลงเรือกันเลยค่ะ ทริปนี้เราใช้บริการของ ศรัทธาทัวร์ เกาะช้าง


เรือไม้ลำใหญ่ มีนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ จับจองที่นั่งบนเรือไปบ้างแล้ว ... กลุ่มเราไปเล็งหาทำเลที่นั่ง สักพักเรือก็ออก นั่งเรืออยู่เกือบชั่วโมงก็ถึงจุดหมายแรกค่ะ


คนดีที่มีประวัติเมาเรือ กินยาแก้เมาเตรียมพร้อมไว้แล้ว ลงเรือเลยยิ้มหน้าบานได้ แต่สักพักก็หลับเอาแรง ก่อนจะตื่นมาลงดำน้ำ ... กลับขึ้นมาจากกัตจัง กลายเป็นพุดเดิ้ลตกน้ำซะอย่างนั้น


สมาชิกบ้านคนดี มีหลายคนที่ว่ายน้ำไม่คล่อง ว่ายน้ำไม่เป็น และไม่เคยลงดำน้ำแบบนี้มาก่อน ... เลยเป็นทริปดำน้ำที่ห่วงหน้าพะวงหลัง ไม่รู้จะเข้าไปดูแลคนไหนดี อยากดำน้ำดูปะการังก็อยาก ห่วงสมาชิกก็ห่วง ... โชคดีที่ทีมลูกเรือรับหยี่อี๊ไปช่วยดูแล พาดำน้ำไปแล้วคน ส่วนสมาชิกคนอื่น พอแนะนำสักหน่อย ก็ปล่อยให้ลองเอง แล้วคอยดูเป็นระยะ


ดำจุดแรกประมาณ 45 นาที กลับขึ้นเรือมา ก็มีมื้อเที่ยงบนเรือ เห็นผัดกับข้าวกันสดๆ ร้อนๆ ... ยังไม่ทันได้เริ่มกิน เรือก็จอดที่จุดที่ 2 ปล่อยให้นักท่องเที่ยวกินข้าว แล้วลงไปลอยคอ เล่นน้ำ ดำน้ำ ชมวิว กันอีก 45 นาที


จุดนี้หนุ่มน้อยของทริป หลานชายของทุกคน อยากจะลงเล่นน้ำด้วย ... มีชูชีพยางส่วนตัวติดมา พ่อเค้าเลยฝากเราจับลงน้ำด้วย เพราะพ่อเองว่ายน้ำไม่คล่อง ไม่เคยดำน้ำ ลำพังจะดูแลตัวเองก็เหนื่อยแล้ว ถ้าต้องดูแลลูกชายคงจะสาหัส เลยฝากเราประคบประหงมแทน


ตอนลงบันไดเรือ หนุ่มน้อยก็ร่าเริงดี แต่พอลงน้ำปุ๊บเจอน้ำกระเด็นเข้าไปหน่อย ร้องจ้ากกกกกกกก ลั่นทะเล ไม่อยากจะไปต่อแล้ว อยากจะขึ้นอย่างเดียว ... ป่าป๊า อาแปะ อาโกว และป้า ช่วยกันกล่อม ก็ยังร้องลั่นนนน "ม่ายยยยยย อาววววววว แล้ววววววว" ต้องกล่อมกันอยู่นานกว่าจะเงียบ ... พอเงียบแล้ว ได้ไปน้ำตื้นๆ ไปนั่งเล่นทราย ที่นี้ก็ไม่อยากจะขึ้นเรืออีก


กลับขึ้นเรือมา ได้สับปะรดชื่นใจล้างปาก ให้สดชื่น ... ลงครีมกันแดดเพิ่มอีกหน่อย เรือจอดอีกแล้ว อะไรกันเนี่ยยยยย จุดที่สามแล้วเหรอ ไวจริง ... ลงดำน้ำสักพัก ก่อนจะหันมารับหนุ่มน้อยลอยคอเล่นน้ำอีก


45 นาทีผ่านไป กลับขึ้นเรือมาเติมพลังด้วยบาร์บีคิวอร่อยๆ กับมันฝรั่งเผา ... แล้วก็นั่งเรือกันอีกพักใหญ่ จนคิดว่ากำลังกลับเข้าฝั่ง แต่พักเดียว ทีมลูกเรือก็มาบอกว่า ถึงจุดที่ 4 เกาะหวาย


จุดดำน้ำ กับ สมาชิกบางส่วน ... ทริปนี้น้องชายคนดีทำเสื้อประจำทริปแจกสมาชิกด้วย


ลงไปลอยคอเล่นน้ำริมหาดกับเด็กอีกรอบ แต่รอบนี้ได้แผลกลับมาด้วย เพราะหนุ่มน้อยลอยคอเล่นตรงที่ยืนถึง แล้วลองลอยตัวเอง เกิดม้วนหน้าทิ่มจิ้มน้ำ รีบถลาไปรับหลาน ... เข่าเลยครูดกับเศษซากปะการังที่พื้นทราย ได้แผลถลอก แสบๆ คันๆ


กลับขึ้นเรือรอบนี้ โซ้ยอี๊ หยี่อี๊ หิ้วมาม่าคัพที่ซื้อบนเกาะหวายมาให้หลานๆ ด้วย ... กำลังจ้วงมาม่าคัพอย่างเพลิดเพลิน ก็เกิดสงครามน้ำขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว


ลูกเรือของเรือ 3-4 ลำที่อยู่ติดๆ กัน สาดน้ำข้ามเรือกันไปมา มีทั้งแบบใช้อุปกรณ์ตักน้ำสาดกัน และ บรรจุน้ำลงถุงแล้วปาใส่เรือ ทำเอานักท่องเที่ยวทั้งไทยและฝรั่งแตกตื่นฮือฮา ... พอตั้งตัวได้ทีนี้ก็ลุยสู้กันน่าดู


สาดใส่กันตั้งแต่เรือเทียบท่า จนเรือออกตัว แล้วยังตามไปสู้กันต่อในทะเลอีกพักใหญ่ ... ก่อนจะกลับเข้าฝั่งตอนห้าโมงเศษๆ ดวงอาทิตย์กำลังเคลื่อนตัวกลับลงน้ำแล้ว


กลับขึ้นฝั่ง เดินจากท่าเรือไปขึ้นรถที่จุดเดิมที่ลงรถเมื่อเช้า เจ้าหน้าที่เตือนให้เก็บของสำคัญลงถุงดำ กันน้ำซะ เพราะระหว่างทางกลับ เราจะต้องเผชิญกับขบวนเล่นน้ำสงกรานต์แน่ๆ ... แค่รถเคลื่อนตัวออกจากท่าเรือไม่เท่าไหร่ ก็โดนน้ำสาดโครมเข้ารถแบบไม่ทันตั้งตัว ที่จวนจะแห้งก็เปียกมะล่อกมะแล่กกันอีก


แล้วก็โดนสาดน้ำโครม โครม โครม ไปตลอดทาง ... ทำได้แค่ตั้งตัวรับ แต่ต่อสู้อะไรไม่ได้ เพราะไม่มีอาวุธอะไรติดมือกันเลย ... อยู่กรุงเทพฯ ไม่เคยเล่นสาดน้ำ แต่มาโดนรุมสาดน้ำบนรถสองแถวที่เกาะช้างซะอย่างนั้น


ถึงโรงแรมแบบชุ่มฉ่ำตั้งแต่หัวจรดเท้า เหมือนเพิ่งขึ้นจากดำน้ำมาหมาดๆ ... เพราะเปียกกันถ้วนหน้า เลยต้องทยอยกันอาบน้ำ ครั้นจะนั่งรอห้องน้ำแบบหนาวสั่น เลยชวนกันลงไปลอยคอในสระว่ายน้ำรอเวลาซะก่อน


พอสมาชิกทยอยอาบน้ำเรียบร้อย ก็ต้องหาร้านอาหารสำหรับมื้อเย็นค่ะ เพราะมื้อนี้ไม่รวมอยู่ในแพคเกจ ... ขนสมาชิกขึ้นกระบะคันเดียว ไปตระเวนหาร้านอาหาร ... ไปร้านแรกที่ขึ้นชื่อ เห็นรถจอด เห็นคนนั่งรอแล้ว แววว่าจะไม่ได้กิน เพราะคิวยาวววว เลยย้อนกลับไปร้านโล่งๆ ที่ไม่มีลูกค้านั่งเลย


จำชื่อร้านไม่ได้ค่ะ จำได้แต่ว่ามีไก่หมุน และมีโลโก้ช่อง 3 เลยเสี่ยงดวงร้านนี้หล่ะ เพราะสั่งอาหารปุ๊บ ได้กินปั๊บแน่ๆ ... รสชาติอาหารก็ใช้ได้ค่ะ ไก่หมุนอร่อยมากกกกกกก ผัดฉ่าทะเลก็เยี่ยม บางจานอาจจะไม่โดดเด่น แต่ก็ไม่แย่นัก นับว่าเป็นการเสี่ยงดวงที่โชคดี


อิ่มแล้วก็กลับเข้าที่พัก ห้องนึงตั้งวงคิดเลข ส่วนอีกห้องหลับสลบหมดแรง ... เรากับคนดี จัดอยู่ในห้องหลังค่ะ เพราะเหนื่อย เมื่อย เพลีย และง่วงตั้งแต่ยังไม่สี่ทุ่ม


เราต้องคว้ายาลดไข้ และยาลดน้ำมูก มาโด๊ปก่อนนอนกันไว้ก่อน ... เพราะไม่รู้ว่าโปรแกรมพรุ่งนี้จะเป็นยังไง จะไปไหน ต้องรักษาสภาพตัวเองไว้สักหน่อย


ส่วนพรุ่งนี้จะไปไหน ติดตาม ที่นี่ ค่ะ

14.4.54

Big Birdy's Family Trip : เกาะช้าง #1

ปกติช่วงสงกรานต์จะเก็บตัวอยู่บ้าน ไม่ออกไปไหน มี 2 ปีหลังที่เลือกไปเข้าวัดปฎิบัติธรรม ... ปีนี้ก็ตั้งใจว่าจะลายาวเข้าวัด 9 วัน แต่แผนเปลี่ยนกระทันหัน เพราะมีทริปของบ้านคนดีค่ะ


สมาชิกบ้านคนดีจะได้หยุดยาวก็ช่วงสงกรานต์ น้องชายคนดีเลยติดต่อเพื่อนที่ทำทัวร์ วางแผนชวนสมาชิกที่บ้านไปเที่ยว เกาะช้าง ... เราเลยได้ติดสอยห้อยตามไปด้วยเช่นเดียวกับทริปอื่นๆ แต่ต่างกันตรงที่ทริปนี้ไม่ต้องเป็นหัวหน้าทัวร์ค่ะ


ถึงแม้ไม่ได้เป็นหัวหน้าทัวร์ แต่คนดีก็เหมือนจะต้องเข้าไปจัดการเรื่องนัดต่างๆ อยู่ด้วย ทั้งนัดรถ นัดคน ... ทริปนี้คนดีนัดรวมตัวสมาชิกที่บ้านตอนตี 4 แต่กว่าสมาชิก 12 ชีวิต จะมาพร้อมหน้ากันเตรียมออกเดินทางได้ก็ ตี 5 นิดๆ


รถ 2 คัน ขับตามกันไปตามเส้นมอเตอร์เวย์ แล้วตัดผ่านเส้น 344 ไปแกลง ก่อนจะมุ่งหน้าไปจุดนัดพบรถคันที่ 3 และสมาชิกอีก 3 คน ในปั๊มที่เข้าเขต จ.ตราด ... ถนนโล่ง ขับรถง่าย แวะพักระหว่างทาง เติมน้ำมัน เติมแก๊ส เข้าห้องน้ำ เป็นระยะ


รถ 3 คัน ผู้ใหญ่ 14 เด็ก 1 รีบไปต่อคิวลงเรือเฟอร์รี่ข้ามเกาะ ... คิวเฟอร์รี่รถไม่เยอะ คนไม่แยะอย่างที่กังวล แป๊บเดียวก็ได้พักรถขึ้นไปชมวิวกันด้านบน


โฉมหน้าสมาชิกบางส่วน ระหว่างพักผ่อนบนเรือ ... งานนี้มากันเกือบครบ น้า หลาน พี่ น้อง เขย สะใภ้ ว่าที่สะใภ้ ใครเป็นใคร ไล่ลำดับกันจนงงค่ะ


นั่งเรือแป๊บเดียวก็ถึงเกาะ ลงประจำที่นั่งบนรถแล้วมุ่งหน้าไปที่พัก เกาะช้างรีสอร์ทแอนด์สปา ... เป็นรีสอร์ทที่มีพื้นที่อยู่ 2 ฝั่ง คือ ฝั่งติดทะเล และ ฝั่งติดเขา ... เราได้ห้องพักแบบ Rooms for group อยู่ฝั่งติดเขา เป็นห้องรวมที่มีฟูกปูเรียงกัน นอนได้ห้องละ 7-8 คน


ในห้องมีทีวี ตู้เย็น ตู้เสื้อผ้า เครื่องปรับอากาศ ผ้าเช็ดตัว พร้อมเครื่องใช้ในห้องน้ำ ... ห้องน้ำแบ่งเป็น ห้องสุขา 2 ห้อง ห้องอาบน้ำ 2 ห้อง และอ่างล้างหน้า 2 อ่าง สามารถเข้าใช้ห้องน้ำได้พร้อมๆ กัน ถ้ามาเป็นกลุ่ม ... สนใจดูห้องพักได้ที่ Koh Chang Resort and Spa ทริปนี้ไม่ได้ถ่ายรูปสักเท่าไหร่ เพราะสมาชิกหนาแน่นเกินจะมัวแต่ถ่ายภาพค่ะ


เรามาถึงก่อนเที่ยงนิดหน่อย ห้องพักพร้อมให้เข้าพักแค่ห้องเดียว อีกห้องแม่บ้านกำลังจัดการอยู่ ... เลยขนสัมภาระเข้ามาเก็บไว้ที่ห้องก่อน แล้วก็ปักหลักเปิดวงเปิบข้าวเหนียว ไก่ทอด หมูทอด ที่โซ้ยอี๊เตรียมมา ... แล้วยังมีซุปหน่อไม้ที่เตรียมเครื่องมาปรุงสดๆ กันที่นี่ ... เป็นมื้อ brunch ที่อิ่มท้องครบทั้งคาวหวาน เพราะมี สาลี่ กับ มะละกอ ตบท้ายด้วย


อิ่มแล้วก็เลือกกิจกรรมตามถนัดค่ะ เอนหลังงีบ ดูทีวี ดูดีวีดี เล่นเกม และตั้งวงคิดเลข ... ส่วนเรา หยิบหนังสือที่พกมาอ่าน ก่อนจะหลับยาว ไม่รู้ว่าเพราะตื่นเช้า หรือเพราะพิษไข้ ที่ทำเอาหลับไปพักใหญ่


พอบ่ายแก่ๆ ก็ย้ายขบวนออกไปนั่งรับลมกันริมหาด เล่นน้ำบ้าง ถ่ายรูปบ้าง เอนหลังชมวิว แล้วแต่ชอบ ... บางส่วนก็ออกสำรวจหาร้านขนม ร้านค้าใกล้ๆไว้เป็นขุมเสบียง


เกือบๆ ทุ่ม ก็มีรถสองแถวของร้าน ไอยราซีฟู้ด มารับ ... เป็นมื้อที่อยู่ในแพคเกจที่ซื้อมา เราเลือกอาหารกันไว้แล้ว ไปถึงเลยรอไม่นาน ... ร้านนี้ทางเข้าร้านแคบ ที่จอดรถน้อย แต่มีคนมาเยอะ เพราะอยู่ในทำเลที่วิวน่าจะดี แต่เรามาค่ำแล้ว ไม่เห็นอะไรนอกจากความมืด


อาหารที่เลือกไว้ทยอยออกมาเสิร์ฟ รสชาติไม่เลว แต่เสียตรงที่เติมไม่ได้ เพิ่มไม่ได้ ... ปริมาณอาหารที่ให้มากับจำนวนคนดูไม่ค่อยสัมพันธ์กันนัก กินกันเกลี้ยงแบบไม่อิ่มเท่าไหร่


จัดการอาหารหมดแล้ว ก็ลงเรือของทางร้าน ล่องเข้าไปตามป่าโกงกางข้างๆ เพื่อเข้าไปดูหิ่งห้อย ... เป็นการล่องเรือชมหิ่งห้อยที่บรรยากาศหลอนๆ พิกล แม้จะไม่มืดสนิท แต่ก็เงียบ วังเวง และบรรยากาศสองข้างทางก็ชวนหลอน มีหิ่งห้อยมาโชว์ตัวน้อยนิด เพราะไม่ใช่ฤดู ... ใช้เวลาล่องเรือราวๆ 30 นาที ก็กลับขึ้นฝั่ง ขึ้นรถกลับโรงแรม


บางส่วนก็อาบน้ำเข้านอน บางส่วนตั้งวงบวกเลข และบางส่วนออกไปตามหา 7-11 เพื่อเติมท้องให้อิ่มสมบูรณ์ ... เราสองคนจัดอยู่ในหมวดหลังสุดค่ะ


จากนั้นก็แยกย้ายกันเข้านอน เตรียมตัวพร้อมสำหรับวันพรุ่งนี้ ... เราจะไปดำน้ำกัน จะสนุก ตื่นเต้น รึเปล่า ติดตาม ที่นี่ ค่ะ

9.4.54

ผมใหม่ สีใหม่

แวะไปหาช่างทำผมคู่ใจให้ทำอะไรใหม่ๆ ให้ ช่วงก่อนปีใหม่ แต่ได้ ผมใหม่ ทรงเดิม กลับมากันทั้งคู่ ... ผ่านไป 3 เดือนกว่าๆ อดรนทนไม่ได้กับผมตัวเองทั้งคู่ ได้เวลานัดคิว แวะไปฝากหัวไว้ให้มือช่างคู่ใจอีกที


คนดีที่เพิ่งออกทุกข์ และไม่ได้ตัดผมมาพักใหญ่ เส้นผมยาวพอที่น่าจะทำอะไรใหม่ๆ ได้แล้ว ... ส่วนเราผมยาวขึ้น แต่ปลายผมแห้ง แตกปลายบ้าง เห็นแล้วหงุดหงิดใจ ไม่รู้ว่าช่างจะทำอะไรให้บ้าง แต่ยังไงก็จะขอให้ซอยผมออกสักหน่อยแล้วกัน


โทรนัดเป็นคิวแรก รีบไปก่อนเวลานัด เพราะเราทั้งคู่ไม่รู้ว่าช่างจะอนุมัติทำอะไรให้บ้าง ... พนักงานในร้านคุ้นหน้าคุ้นตากันดี ทักทายกันใหญ่ ถามไถ่ว่ามาทำอะไร ตอบเหมือนกันว่า "ยังไม่รู้ แล้วแต่พี่เค้าค่ะ" ... พนักงานเลยบอกให้นั่งรอสักครู่ พี่เค้าแวะไปทำธุระเดี๋ยวก็มา


ระหว่างรอ เตียงสระว่าง คนดีเลยได้ไปสระผมก่อน เพราะยังไงก็จะซอยผมแน่ๆ ... ส่วนเราที่ยังไม่รู้ว่าจะได้ทำอะไรบ้าง เลยต้องนั่งรอไปก่อน ... นั่งอ่านหนังสือรอพักเดียวก็ได้ยินเสียงคุ้นๆ หู เห็นพี่เค้าตรงไปทักคนดี ก่อนจะเดินมาหาเรา


เจอหน้ากันก็ถามคำถามเดิม "สวัสดีครับ วันนี้จะทำอะไร" เราก็ตอบแบบเดิมคือ "ทำอะไรได้บ้างคะ" แล้วก็หันหลังให้พี่เค้าทำพิธีกรรมประจำ คือ เช็คผม ... คำตอบที่ได้หลังเช็คผมคือ "เดี๋ยววันนี้เคลือบสีโทนน้ำตาลแดงให้ แค่เคลือบสีจะไม่ทำร้ายผมมากเกินไป กับทำไฮไลท์สักหน่อย ให้มีอะไรสักนิด แล้วพี่จะซอยผมออกสักหน่อย ความยาวผมกำลังดี แต่พี่ไม่ดัดให้นะ เพราะสภาพผมดีขึ้นแล้ว ไม่อยากทำเคมีทำร้ายผมอีก" ... ค่า พี่ว่าอย่างไหนหนูก็ว่าอย่างนั้นหล่ะค่ะ แค่ได้ยินว่าได้ทำสีผมสักหน่อยก็ดีใจแล้ว


ได้รับคำอธิบายจบ ก็ไปสระผม แล้วมานั่งประจำที่เริ่มต้นด้วยการทำไฮไลท์ด้วยแผ่นดีดก่อน ... จากนั้นก็ลงสีเคลือบ ทิ้งไว้ ล้างออก ไดร์แห้ง ซอยออก ... ปิดท้ายด้วยพี่ช่างหยิบที่หนีบผม มาม้วน ตวัด ปัดปลายผมตรงๆ ให้มีลูกเล่นเพิ่มขึ้น


เซ็ทผมให้ซะสวยนิ้งเกินหน้าเกินตาชุด ... ไฮไลท์ประปรายกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ช่วยให้ผมเรียบๆ ดูมีอะไรขึ้นมาสักนิด ค่อยยังชั่ว


ส่วนคนดีที่ไปสระผมก่อน และเป่าผมแห้งรอซอยผมออก ก็ลุกเดินกลับไปล้างผมอีกรอบ เพราะต้องเข้าสู่ขั้นตอนการดัด ซึ่งพี่ช่างประชำ ลงมือม้วนผม หยอดน้ำยาให้ด้วยตัวเองเลย ... ผ่านขั้นตอนการดัดแล้ว ยังมีทำสีอีกนิด และเติมไฮไลท์อีกหน่อย ... คราวนี้คนดีเริ่มทำผมก่อนเรา แต่กลายเป็นเสร็จทีหลัง


ได้ผมดัดสไตล์เกาหลีกลับมาอีกครั้ง มาพร้อมกับไฮไลท์สีเขียวๆ ที่อนาคตจะกลายเป็นสีทอง ... ได้ผมทรงใหม่ที่คล้ายเดิม แต่ลอนดัดเล็กกว่าเดิม


แฟนใหม่หน้าเดิมที่ดูไปดูมาคล้ายกัตจัง น่ารักแปลกตาดี ... ชอบจัง

29.3.54

บิ๊กเบิ้มรักษาตัว

ราวๆ 6 เดือน ที่คนดีได้ บิ๊กเบิ้ม มาครอบครอง ... บิ๊กเบิ้มก็ทำงานได้เต็มที่ ขนคน ขนของ มาหลายต่อหลายทริป


แต่ขากลับจากทริปหัวหิน ช่วงถนนพระราม 2 เราสองคนก็ได้ยินเสียง "แป๊ะ" ... เสียงที่สร้างความหวั่นใจให้เราทั้งคู่ เพราะเดาได้ว่า ต้องมีหินดีดขึ้นมาแน่ๆ กวาดตามองหาร่องรอยความเสียหาย ไม่เจอะอะไร ... ถอนหายใจโล่งงงงงงง กันทั้งคู่


แต่พอเข้าถนนวิภาวดีรังสิต ใกล้จะถึงบ้านเรา ก็เห็นอะไรผิดปกติเข้าตา ... อร๊ายยยยยยยยย


เสียงแป๊ะที่ได้ยินนั้น ไม่ได้มาแค่เสียง แต่มีร่องรอยฝากไว้ให้ช้ำใจด้วย ... เข้าใจว่าคงโดนตรงขอบกระจกด้านบนพอดี แล้วพอวิ่งมาเรื่อยๆ รอยร้าวก็วิ่ง อย่างที่เห็น ... รอยที่ทำให้เราสองคนใจหายยยยยย จำจารึกไว้ในใจอย่างแม่นยำ ว่าแผลนี้เกิดขึ้นวันที่ 15 มีนาคม 2554


2 วันต่อมา 17 มีนาคม 2554 บิ๊กเบิ้มก็ได้แผลเพิ่มอีกจุด ... คนดีบอกว่าระหว่างที่กำลังจะลงจากอาคารจอดรถ เจอะรถกระบะกำลังจะขึ้น แต่เครื่องดับ ตรงช่วงทางลาดพอดี คนดีเลยขับอ้อมหลบ เพื่อจะลง ก็เหลือบเห็นว่ารถกระบะไหลมาชนบังโคลนหลังขวา ... บิ๊กเบิ้มได้รอยถลอกเป็นแนวมาให้คนดีแสลงใจ


สัปดาห์เดียว เจอไป 2 แผล ทำเอาเจ้าของอย่างคนดีใจเสีย แผลถลอกยังไม่เท่าไหร่ แต่รอยร้าวที่กระจกนี่ซิ ปล่อยไว้ไม่ดี ... แจ้งประกันเคลมทั้ง 2 แผลเรียบร้อย ก็นัดวันกับศูนย์เพื่อส่งบิ๊กเบิ้มรักษาตัว


ศูนย์ประเมินระยะซ่อมไว้ 1 สัปดาห์ ตัวเปลี่ยนกระจกและรอให้เซ็ทตัวไม่นาน แต่แผลถลอกต้องใช้เวลาสักหน่อย ... รอได้ค่า ขอให้บิ๊กเบิ้มกลับมาหล่อนิ้งทำงานได้ดีเหมือนเดิมเถอะ


รักษาตัวรอบนี้แล้ว ขอให้บิ๊กเบิ้มไม่เจ็บ ไม่ถลอก ไม่เจอเหตุใดๆ ให้เป็นแผลอีกเล้ยยยยยยยยย ... ขอให้ปลอดภัยทั้งคน ทั้งรถ เถอะ สาธุ

25.3.54

ของขวัญจากงานสัปดาห์หนังสือฯ ครั้งที่ 39

งานสัปดาห์หนังสือฯ เป็น 1 ในงานแฟร์ ที่เราตั้งตารอ และไม่เคยพลาด ... ต้องแวะเวียนไปหอบหิ้วหนังสือกลับมาเป็นประจำ ไปคนเดียวบ้าง ไปกับสาวๆ ที่ออฟฟิซบ้าง ไปกับคนดีบ้าง


แต่งานครั้งนี้ยังไงก็ต้องควงคนดีไปแน่นอนค่ะ ... เพราะว่าคนดีเป็นเจ้ามือซื้อหนังสือให้เป็นของขวัญปีใหม่ ของขวัญวันเกิด ของขวัญวันครบรอบ ย้อนหลังค่ะ


จริงๆ เราให้รายชื่อหนังสือที่กำลังตามเก็บให้คนดีไปแล้ว ... แต่คนดีหาซื้อไม่ได้ เราเลยบอกว่าไม่เป็นไร รอดูจากงานสัปดาห์หนังสือฯ ก็ได้


เลิกงานเสร็จก็รีบลงรถไฟใต้ดินไปทันที มีเป้าหมายชัดเจนอยู่แล้ว ก็ตรงดิ่งไปซื้อได้ทันที ... เป้าหมายมีแค่ 2 บูธเท่านั้น


ดวงใจเจ้าเอ๋ย ของ ดวงตะวัน จากสำนักพิมพ์ดวงตะวัน


รุ่งอรุณ ของ กิ่งฉัตร จากสำนักพิมพ์อรุณ


ค่าของหัวใจ ของ กิ่งฉัตร ... จริงๆ มีแล้ว แต่หายไปไหนไม่รู้ เลยซื้อเก็บไว้


น้ำเพชร ... ลำนำในลมหนาว ... ตะวันเบิกฟ้า ของ ปิยะพร ศักดิ์เกษม จากสำนักพิมพ์อรุณ เช่นกัน


นิยายของคุณปิยะพรนี่หล่ะค่ะ ที่เป็นเป้าหมายหลักที่ตามเก็บ เพราะเพิ่งเปิดอ่านจริงๆ แล้วติดใจภาษาการเขียน แต่หาหนังสือจากตามร้าน หรือ ตามเว็บ ยากเหลือเกิน ... ตั้งใจจะทยอยเก็บให้ครบ แต่ก็หาไม่ได้ เลยจดชื่อหนังสือไว้ ว่ามีเล่มไหนแล้ว และยังขาดเล่มไหนอยู่


พอดีกับที่คนดีหมดมุขไม่รู้จะซื้ออะไรให้เราดี เราเลยบอกว่า ซื้อหนังสือก็ได้นะ มีรายชื่อหนังสือที่อยากได้ แต่ยังหาไม่ได้อยู่ ... คนดีรับรายชื่อไปแล้ว ลองตามหาดู ก็หาไม่ได้เหมือนกัน มาสารภาพเสียงอ่อยๆ ว่าหาไม่ได้จริงๆ


เราบอกไม่เป็นไร รอดูในงานนี้ก็ได้ ... คนดีบอกว่างั้นติดของขวัญไว้ก่อน จะย้อนหลังให้ทีเดียว จัดให้เลย 10 เล่ม พอมั้ย


พอเหลือจะพอค่ะ ... แต่พอมาดูในงานจริงๆ ก็ยังมีไม่ครบอยู่ดี ไม่เป็นไร อดใจรองานหนังสือรอบปลายปีก็ได้ ได้แค่นี้ก็โอเคแล้วค่ะ


ขอบคุณนะคะ เจ้ามือใจดี ... ส่วนรายการหนังสือที่ยังค้างอยู่ จะเก็บไว้เป็นทางเลือกสำหรับของขวัญปีหน้ารึเปล่าคะ คนดีขา

9.3.54

คนดีใช้สิทธิวาเลนไทน์

เมื่อวาเลนไทน์ที่ผ่านมา จัด voucher : body treatment ลงซองการ์ด แล้วไปซุกไว้ให้คนดี ... วันนี้ถึงเวลาคนดีได้รับสิทธินั้นแล้วค่ะ


จริงๆ เราตั้งใจจะมาทำ Body treatment ที่ DHC Olive beauty เพราะ voucher ที่ใช้จะหมดอายุวันพรุ่งนี้ ... คนดีเลยได้โอกาสติดสอยห้อยตามมาใช้สิทธิที่ได้เป็นของขวัญไปพร้อมกันเลย


เลิกงาน ก็รีบตาลีตาเหลือกออกจากออฟฟิศ ตรงไปพารากอน ... แม้จะหิวโหยก็ต้องอดใจไว้ เดี๋ยวไม่ทันเวลานัด แล้วกินข้าวก่อนนวดกระชั้นชิดแบบนี้ก็ไม่ดีด้วย


ถึงก่อนเวลานัดนิดหน่อย พนักงานพาไปนั่งรอ เสิร์ฟเก็กฮวยเย็นๆ หวาน หอม ชื่นใจ มาให้ดื่มดับกระหาย ... แล้วเอากลิ่นอโรมาที่จะใช้จุดในห้องมาให้เลือก เลือกได้เรียบร้อย รออีกสักพัก เธอราปิสท์ของเราสองคนก็ออกมาแนะนำตัว แล้วพาเราแยกเข้าห้องทรีทเม้นท์ไปคนละห้อง


คนดีเข้าไปทำ Exfloiating body treatment ... ที่จัดตัวนี้ให้เพราะคนดีบ่นอยากขัดตัวไล่รอยกระดำกระด่าง แต่คนดีก็บ่นอุบ เพราะต้องโป๊ ต้องเปิดเผยเนื้อตัวให้เธอราปิสท์ขัดๆ นวดๆ


เริ่มจากอาบน้ำล้างตัว แล้วมาให้เธอราปิสท์ขัดตัวให้ ล้างตัวอีกรอบ แล้วนวดปิดท้าย ... เสร็จกระบวนการก็ออกมาพักดื่มชา เขียนใบคอมเม้นท์


ส่วนเราเลือกทำ Body treatment สูตร Olive virgin oil ... อาบน้ำล้างตัว แล้วเธอราปิสท์ก็นวดผ่อนคลาย และบำรุงผิวไปพร้อมๆ กัน สบายยยยยยยยยยย


ทรีทเม้นท์ของเราใช้เวลาน้อยกว่า เสร็จก่อน ออกมานั่งจิบชา เขียนใบคอมเม้นท์รอ ... สักพักคนดีก็ตามออกมาสมทบ หน้าตาดูงุนงงเล็กน้อย ถามแล้วได้ความว่า ก็สบายตัวดี แม้จะเขินนิดหน่อย


จริงๆ ก็นวดให้คนดีบ้าง แต่นวดได้แค่นิดๆ หน่อยๆ เป็นครั้งคราว มาให้มืออาชีพนวดให้แบบนี้ สบายตัวดีกว่าเยอะ ... คนดีจ๋า ไว้มานวดกันอีกมั้ย

23.2.54

หลับให้สบาย

วันนี้สมาชิกบ้านคนดีตื่นแต่เช้า เพื่อไปทำการเก็บกระดูกของป๊า


เก็บกระดูกส่วนนึงลงโถบรรจุ แล้วนำมาทำพิธีวางไว้บนหิ้งที่บ้าน ... แล้วป๊ากับม้า ก็ได้มาอยู่ใกล้กัน


จากนั้นก็นำส่วนที่เหลือ ขึ้นรถ มุ่งหน้าไปมหาชัย ... ไปทำพิธีลอยอังคารกันค่ะ


ลูก หลาน และญาติๆ พร้อมกันมุ่งหน้าไปส่งป๊าเป็นครั้งสุดท้าย ... ลงเรือล่องออกไปปากอ่าว ก่อนจะเริ่มทำพิธี ฝากแม่พระธรณี แม่พระพาย แม่พระคงคา ช่วยดูแลป๊าให้อยู่เย็น


เมื่อโถบรรจุกระดูก ถูกปล่อยลงจากเรือ ลอยห่างออกไปพร้อมกับดอกไม้ที่โปรยลง ... น้ำตาของคนดีก็เอ่อล้น ก่อนจะอำลาป๊าเป็นครั้งสุดท้าย


หลับพักผ่อนให้สบายนะคะ

22.2.54

จำต้องอำลา

ภารกิจแฟนที่ดียังไม่จบค่ะ ... ยังต้องทำหน้าที่ให้ครบถ้วนจนถึงที่สุด


เย็นวันจันทร์ 21 ก.พ. 54 ... ออกเร็วกว่าเวลาเลิกงานสักหน่อย ลงรถใต้ดิน ขึ้นบีทีเอส ต่อแท๊กซี่ ตรงไปวัด


วันนี้พิเศษกว่าวันอื่นตรงที่ช่วงบ่ายมีพระจีนมาทำพิธีสวดให้ ... แล้วลูกๆ หลานๆ ญาติ ก็ช่วยกันเตรียมข้าวของที่จะเผาส่งไปให้ป๊า เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ใหม่สำหรับเรา บ้านหลังใหญ่ พร้อมรถ กับคนรับใช้ และข้าวของเครื่องใช้อีกมากมายหลายอย่าง ... ซึ่งข้าวของทั้งหมด ถูกนำไปเผาหลังจากสวดศพเสร็จคืนนั้น


วันอังคาร 22 ก.พ. 54 ... วันที่จำต้องอำลา ส่งป๊าไปสู่ภพภูมิที่ดี


ช่วงเช้าลูกและหลาน บวชหน้าไฟ และมีเลี้ยงเพลพระ ... เราลางานครึ่งวันบ่าย ตามไปสมทบที่วัดก่อน เผื่อจะช่วยเตรียมอะไรก่อนถึงเวลาฌาปนกิจ


ใกล้ๆ สี่โมง แขกเริ่มทยอยมา พอถึงเวลาตามกำหนดก็เริ่มทำพิธีตามลำดับ ... เราคอยดูคนดีอยู่ห่างๆ


เมื่อพิธีเริ่ม น้ำตาของคนดีก็เริ่มมา ... เมื่อถึงเวลาฌาปนกิจ เสียงกริ่งสัญญาณ ดอกไม้จัน ล้วนเป็นสัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาต้องอำลากันเป็นครั้งสุดท้าย น้ำตาของลูกๆ และญาติก็เริ่มริน


ขอให้ป๊าหลับให้สบาย ไม่ต้องห่วงกังวลใดๆ นะคะ

16.2.54

วันร้ายๆ ของคนดี

ใกล้ๆ 9 โมง ได้รับข้อความจากคนดีว่า "ป๊าอาการแย่มากแล้ว"


รีบโทรกลับไปทันที ... เสียงที่ได้ยินกลับมาเมื่อคนดีรับสาย คือ เสียงสะอื้น ... หายใจเข้าลึกๆ แล้วค่อยๆ ถามอาการ และให้กำลังใจ


คนดีบอกว่า รพ.โทรตามตั้งแต่ยังไม่ 6 โมง บอกว่าป๊าอาการแย่ ให้รีบมา เจ้าหน้าที่ต้องปั๊มหัวใจช่วย ตอนนี้ต้องดูอาการไปก่อน ... ได้ฟังแล้วก็ใจเหี่ยวตามไปด้วย ได้แต่ปลอบใจ และให้กำลังใจ


ราวๆ บ่ายโมงครึ่ง มีข้อความจากคนดีมาบอกว่า "ป๊าเสียแล้ว" ... ประโยคสั้นๆ ที่ทำให้ใจหายวาบ


รีบโทรกลับ ... เสียงสะอื้นหนักกว่ารอบเช้า เตรียมใจไว้แล้ว แต่พอได้ยินก็อดไม่ได้ที่จะใจเหี่ยวตาม ... ทำได้แค่ส่งเสียงปลอบกลับไปตามสาย


หลังจากนั้น ก็ทำหน้าที่แจ้งข่าว ส่งข่าว กระจายข่าว และคอยตอบคำถามเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ได้รู้ข่าว ... คอยโทรถามข่าวจากคนดีเป็นระยะ สลับกับตอบคำถามเรื่องรายละเอียดการจัดงานศพ


บอกคนดีไปว่า เย็นนี้เราคงยังไม่เข้าไป ขอเตรียมตัวเก็บเสื้อผ้าก่อน ... จะเข้าไปพรุ่งนี้ แล้วจะไปช่วยงาน ไปอยู่เป็นเพื่อนยาวเลย เพราะสุดสัปดาห์นี้เป็นวันหยุดยาว


เลิกงานก็รีบเข้าเมือง ไปสยามพารากอน เพราะนัดรับของกับกิ๊ก ... เลยได้โอกาสแวะซื้อเสื้อสำหรับใส่ไว้ทุกข์ด้วยเลย


ถึงก่อนเวลานัด รีบช้อปเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว พอถึงเวลานัดก็ได้เสื้อผ้าเรียบร้อย ... หม่ำข้าว พูดคุย รับของเรียบร้อย ก็ได้เวลากลับบ้าน


เตรียมตัวไปปฏิบัติหน้าที่แฟนที่ดีวันพรุ่งนี้

9.2.54

วันแรกของสัปดาห์ที่วุ่นวาย

ไม่ใช่สัปดาห์ที่วุ่นวายของเรา แต่เป็นสัปดาห์ที่วุ่นวายของคนดี ... เพราะสัปดาห์หน้ามีเข้าติดตั้งงานลูกค้า ซึ่งดูจะวุ่นวายนุงนังไม่น้อย แล้วป๊าเริ่มไม่สบายด้วย


คนดีบอกไว้ล่วงหน้าแล้วว่าวันนี้คงไม่เจอกัน เพราะจะพาป๊าไปหาหมอตอนเย็น คลาสภาษาอังกฤษตอนเย็นคงจะไม่ได้มา ... ไม่เป็นไรค่ะ


แต่กลับกลายเป็นว่า คนดีต้องพาป๊าไปหาหมอตั้งแต่เช้า เพราะอาการไม่ค่อยสบายของป๊า ที่อาเจียน ทานอาหารไม่ได้ และอ่อนเพลีย ... คนดีพาป๊า โซ้ยอี้ และน้องสาวไปส่งที่รพ. เพื่อรอตรวจ แล้วกลับมาทำงาน


แล้วคนดีก็วนกลับไปดูอีกรอบ แล้วก็อยู่ยาว เพราะต้องจัดการธุระเรื่องป๊า ... อาการที่เป็นคือ ปอดติดเชื้อ ต้องแอดมิทเพื่อรับยา และดูอาการ แต่รพ.ศิริราชที่ไปตรวจไม่มีเตียง เลยต้องทำเรื่องย้ายมา รพ.ตากสิน ที่ได้สิทธิบัตรทองอยู่


กว่าจะเสร็จธุระจาก รพ.แรก ส่งตัวมา รพ.ที่สอง จนได้เตียงเรียบร้อย แอดมิทเรียบร้อย ก็ปาไปเกือบเที่ยงคืน ... เหนื่อยทั้งคนป่วย เหนื่อยทั้งญาติ


เราได้แต่คอยติดตามข่าว และส่งกำลังใจไปให้ ... อยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ จริงๆ

30.1.54

Big Birdy's Family Trip : อยุธยา

คนดีจัดทริปพาที่บ้านตะลอนเที่ยวอีกแล้วค่ะ ... เป็นทริปทัวร์วัฒนธรรม ไหว้พระ 9 วัด เพราะเห็นว่าเริ่มต้นปีใหม่ ชวนกันไปไหว้พระเสริมสิริมงคลกันสักนิด น่าจะดี


นัดสมาชิกรวมตัวพร้อมออกเดินทาง 8 โมงเช้า ... ทริปนี้ต่างไปจากทริปก่อนๆ ตรงที่ คนดีเช่ารถตู้ไปค่ะ


ตอนแรกคนดีกะว่าจะนั่งไปสบายๆ ไม่ต้องขับเอง และไม่ต้องเสียเวลาวนหาที่จอดรถ ... เดิมไปกันหลายคน หลายคัน ต้องหาที่จอดรถเยอะ เหมาไปรถคันเดียวกันแบบนี้น่าจะสะดวกดี ... แต่ผลปรากฎว่า สมาชิกตอบรับคับคั่ง เกินความจุที่รถตู้จะรับไหว คนดีเลยต้องขับรถตัวเองไปอีกคัน


เริ่มต้นกันที่ วัดท่าการ้อง - วัดกษัตราธิราช - วัดไชยวัฒนาราม - วัดมงคลบพิตร - วัดสุวรรณดาราราม - วัดใหญ่ชัยมงคล - วัดพนัญเชิง - วัดหน้าพระเมรุ - วัดศรีโพธิ์


เป็นการวนไหว้พระ 9 วัด แบบที่ไม่เหมือนใคร เพราะมีเงื่อนไขอยู่นิดนึงตรงมื้อเที่ยงค่ะ ... เพราะตั้งใจจะแวะไปทานข้าวกันที่ร้านก๋วยเตี๋ยวผักหวาน จัดเป็นร้านประจำที่มาอยุธยาทีไร แวะทุกที ... มาครั้งนี้ก็ตื่นตาตื่นใจ เพราะร้านขยายออกไปมาก ส่วนอาหารก็ยังถูกปากเหมือนเดิม สั่งกันมามากมายหลายเมนู จำไม่ได้ และถ่ายรูปไม่ทัน


เพราะสมากชิกของทริปนี้ มี 12 ชีวิต แล้วแต่ละคนก็หิวกันถ้วนหน้า อาหารมาวางปุ๊บ ก็จัดการปั๊บ ... ขืนมัวถ่ายรูปอยู่ คงโดนสมาชิกต่อว่าแน่ๆ ค่ะ


เบื้องหลังลูกทัวร์ กับ เบื้องหน้าไกด์


เริ่มต้นไหว้พระไป 4 วัด หยุดพักมื้อเที่ยง แล้วก็ตะลุยไหว้พระกันต่อค่ะ ... ไปแบบเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน เพราะมีผู้สูงอายุมาด้วย ไหว้พระบ้าง แวะซื้อของฝากบ้าง พักบ้าง ตามสะดวกไป


ไหว้พระครบ 9 วัดตามที่ตั้งใจแล้ว ก็เที่ยวต่ออีกสักนิดค่ะ ... จุดหมายคือ ตลาดน้ำอโยธยา ไม่เคยมีสมาชิกคนไหนมาเลย รวมถึงเราสองคนด้วย ... เดินสำรวจตลาดตื่นตาตื่นใจกับสารพันของกิน แต่ที่ถูกใจมากที่สุดก็ต้อง ป้อนนมแพะนี่หล่ะค่ะ


เรา คนดี และพี่ชายคนดี ได้ที่จอดรถก่อน ลงเดินจากที่จอดรถมานิดนึงก็เจอซุ้มนี้ เลยหยุดแวะป้อนนมแพะกันก่อน ระหว่างรอสมาชิกมาสมทบ ... ดูลูกแพะหิวโหยกันทุกตัว พอเห็นขวดนมก็มุดหัว โผล่หน้า ลอดซี่ไม้ออกมาขอกันสลอน


บ้อนนมแพะ เดินชมตลาด ซื้อของกินเล่นเพลินๆ นั่งพักพอให้หายเหนื่อย ก็เตรียมตัวกลับกันค่ะ ... แต่ก่อนจะกลับต้องแวะซื้อโรตีสายไหมก่อน ไม่งั้นเดี๋ยวมาไม่ถึงค่ะ แล้วต้องเป็นโรตีสายไหมร้านโปรด ร้านประจำ ร้านเดิมเท่านั้นนะคะ ... ลุ้นกลัวว่าร้านจะปิดก่อน เพราะเย็นแล้ว แต่พอไปเจอว่าร้านเปิดอยู่ คนรอเข้าคิวไม่มากนัก ดีใจ๊ ดีใจ สั่งโรตีคนละ 2-3 ชุดติดมือกลับบ้าน


ตรงดิ่งยิงยาวเข้ากรุงเทพฯ แต่ยังไม่กลับบ้านค่ะ ไปแวะทานมื้อเย็น ร้านสเต็กยิ้ม แถวเอกชัยก่อน ... สั่งเต็มที่ กินเต็มพิกัด อิ่มจนเกินจะอิ่ม แล้วถึงได้แยกย้ายกันจริงๆ ปิดทริปกันสักที


เป็นอีกทริปที่อบอุ่น และน่าประทับใจ ... อิ่มท้อง อิ่มบุญ อิ่มใจ ครบบบบบบบ

29.1.54

Big Birdy's Birthday Party

เพราะคนดีกับน้องคนเล็ก (ลูกพี่ลูกน้อง) ของบ้าน เกิดเดือนมกราคมเหมือนกัน ... เลยได้โอกาสจัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดพร้อมกันไปเลยค่ะ


งานเลี้ยงของบ้านคนดี ก็สไตล์เดิมค่ะ คือ โซ้ยอี๊รับหน้าที่แม่ครัวหลัก ทำอาหารตามความชอบของหลานๆ และ ลูก ... แล้วหาเมนูอื่นๆ มาเสริมเพิ่มอีก


คราวนี้ก็มีอาหารหลากหลายรายการ หลายสัญชาติ หลายสไตล์เหมือนเคยค่ะ ... ไก่คาราเกะ ไก่ย่าง ลาบหมู หมูสะเต๊ะ ปลานิลเผา เส้นหมี่แห้งลูกชิ้น สปาเกตตี้ซอสหมู ต้มซุปเปอร์ ... อิ่มมมมมมมมม กันถ้วนหน้า


อยากจะถ่ายรูปประดาของกินทั้งหลายแหล่ เวลามีงานเลี้ยงของบ้านนี้จริงๆ เพราะจัดเยอะ จัดเต็ม ตลอด กินกันอิ่มเกินจะอิ่มทุกครั้ง ... แต่ไม่เคยถ่ายรูปทันสักทีค่ะ เพราะพอทยอยจัดโต๊ะ จัดของ สักพักก็ได้เวลาเริ่มหยิบอาวุธลงมือกันได้เลย แล้วสมาชิกบ้านนี้จัดเป็นสายแข็ง ... ถ้ามัวแต่ถ่ายรูปอยู่ อาจจะถูกเคืองได้


อิ่มแล้วก็ช่วยกันเก็บ ล้าง ก่อนจะแยกย้ายสลายตัวค่ะ ... วันรุ่งขึ้นยังมีนัดกับสมาชิกของบ้านกันอีกรอบค่ะ มีทริปเฉพาะกิจอีกแล้วค่า

27.1.54

HBD Big Birdy 2011

"Happy Birthday To You .. Happy Birthday To You .. Happy Birthday Happy Birthday Happy Birthday To You ... Happy Birthday To My Big Birdy"


ส่งเพลง Happy Birthday ให้คนดีผ่านทาง Whatsapp ตอนเช้า แล้วมาอวยพรผ่านทาง facebook อีกหน่อย ... จากนั้นก็รอ ร้อ รอ รอเวลาที่คนดีจะมาถึงค่ะ


ที่นั่งรอคนดีมาถึง ไม่ได้มีแค่เรานะคะ สาวๆ ในออฟฟิศก็รออยู่ค่ะ ... พอคนดีมาถึง เราก็แจกกอด พร้อมกระซิบ Happy Birthday อีกรอบ แล้วชี้ชวนให้ดูนั่นโน่นนี่ตรงโต๊ะทำงาน


สักพักสาวๆ ก็ยกเค้กชอคโกแลตมาให้ พร้อมยกขบวนมาร้องเพลงอวยพรวันเกิด ... อธิษฐาน เป่าเทียนเรียบร้อย ก็ได้เวลาแบ่งความอร่อยให้อิ่มกันถ้วนหน้าค่ะ


ได้เค้กเป็นของว่างช่วงบ่ายแล้ว ก็แยกย้ายกันกลับไปทำงาน รวมถึงเจ้าของวันเกิด ที่เปิดโน้ตบุ้คนั่งทำงานเหมือนกัน ... มีงานมาส่ง คนดีเลยลุกไปรับ ไปตรวจงาน เราเลยได้โอกาสหยิบของขวัญมาวางไว้ด้านหลังโน้ตบุ้ค


คนดีกลับมานั่งทำงานก๊อกๆ แก๊กๆ อีกพักใหญ่ กว่าจะเห็นว่ามีของขวัญวางอยู่ ... พอเห็นแล้วก็หน้าบานแฉ่งอย่างที่เห็นนี่หล่ะค่ะ


บรรจงแกะของขวัญ พอเจอของด้านในก็ยิ้มกว้าง เพราะกำลังอยากได้เคสสำหรับไอแพด แต่ยังไม่เจอที่ถูกใจ ... เราเลยจัดหามาให้ ไม่รู้ว่าถูกใจรึเปล่า แต่เห็นยิ้มแฉ่งขนาดนี้ก็น่าจะชอบหล่ะน้าาาา


นั่งทำงานจนถึงเวลาเลิกงาน ก็ได้เวลาไปฉลองค่ะ ... ลังเลอยู่นานว่าจะไปฉลองวันเกิดที่ไหนดี เราเสนอร้านให้คนดีที่เป็นเจ้ามือเลือกหลายร้าน แต่เจ้ามือก็ตามใจให้เราเลือกได้ตามชอบ ... เปิดบล็อกเก่าย้อนดูว่าปีที่แล้วไปฉลองที่ไหนกันมาน้อ ปีนี้จะได้เลือกร้านต่างจากเดิม


คอฟฟี่บีนส์ บาย ดาว คือ ตัวเลือกของปีนี้ค่ะ ... เพราะเราทั้งคู่ไม่ได้มานานแล้ว และมีอาหารอร่อย พร้อมเค้กอร่อยๆ เหมาะเจาะลงตัวที่สุด


สปาเกตตี้ปลาสลิด ลาบปูนิ่ม บะหมี่ราดหน้าปูกับบรอคโคลี่ ... อร่อยทุกจานเหมือนเดิมค่ะ อิ่ม อร่อย กำลังสบาย ปิดท้ายด้วย ไวท์ชอคโกแลตชีสเค้ก ของโปรดของเราทั้งคู่


จังหวะที่คนดีลุกไปห้องน้ำ เราจัดการเรียกเก็บตังค์ แล้วชิงจ่ายตังค์ซะก่อน ... จะให้เจ้าของวันเกิดจะมาเป็นเจ้ามือได้ยังไงหล่ะคะ


คนดีจ๋า ... ขอให้มีความสุขมากๆ นะคะ สุขภาพแข็งแรง การงานรุ่งเรือง เจอลูกค้าใจดีคุยง่ายๆ จ่ายตังค์คล่องๆ มีซัพพลายเออร์คุยรู้เรื่อง ทำงานเรียบร้อย ได้ลูกน้องเก่งๆ ช่วยแบ่งเบาภาระ ... ขอให้มีเรื่องดีดีเกิดขึ้นทุกๆ วันเลยค่า

17.1.54

ปัญหากับของเล่นใหม่

หลังจากที่เราตกเป็น สาวก iPhone ไปแล้ว ... คนดีก็มีโอกาสได้หยิบ จับ แตะ ใช้ ลองเล่นดูเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็ตกเป็นสาวก iPhone อีกคน


จากที่เคยกังวลว่าสมาร์ทโฟนจะใช้ยาก ใช้ไม่คุ้มค่ากับที่ซื้อมา ผลปรากฎว่า ใช้สะดวก ใช้ง่าย ใช้สบาย ใช้เพลิน ... เพราะมีสารพัด App ให้เลือกมาเล่น เพลินนนนนเลยค่ะ


หลังจากติด iPhone แล้ว คนดีก็สนใจ iPad ขึ้นมาบ้าง ... ลังเล รีรอ และหาข้อมูลอยู่พอควรว่าจะใช้ดีมั้ย ใช้คุ้มรึเปล่า ไตร่ตรองครุ่นคิดอยู่นาน แวะเวียนไปดูที่ iStudio อยู่หลายรอบ ... สุดท้ายก็สอยมาจนได้


ได้ของใหม่มาในมือ ก็ต้องทดลองใช้ ทดลองเล่น ให้คุ้นมือ ... แต่ปรากฎว่า ใช้ไม่ได้ค่ะ


คนดีโทรมาบ่นงึมงัมว่า น้องแพดเชื่อมต่อกับไวไฟที่บ้านไม่ได้ ไม่แน่ใจว่าเครื่องเกเรรึเปล่า อารมณ์เสีย หงุดหงิดหัวใจ ... ให้คนดีลองใช้น้องโฟนเชื่อมต่อกับไวไฟดูบ้างว่าเป็นยังไง ... ผลคือไม่ได้เหมือนกัน


เราเลยขอเวลา วางสาย ลองเชื่อมต่อกับไวไฟที่บ้านเราดู ก็ต่อได้ปกติ รวดเร็ว ไม่มีปัญหาใดๆ ... โทรกลับไปบอกผล แล้วสันนิษฐานว่า น่าจะมีปัญหาที่ไวไฟหล่ะ เครื่องน่าจะปกติ


คนดีเลยเก็บความหงุดหงิดใจไว้ แล้วมาซักถามกับที่ทรูช้อปเรื่องการเซ็ทระบบ ... เพราะพอไปที่อื่น น้องแพด เชื่อมต่อไวไฟได้หมด เล่นได้ปกติ รวดเร็วปรู๊ดดดดปร๊าดดดดด


สรุปคือต้องลองตั้งค่า password ใหม่ ... แต่ยังไม่ได้ลองทำสักที เพราะเจ้าของเครื่องคือพี่ชายคนดีที่ย้ายออกไปอยู่บ้านอีกหลัง จำไม่ได้ว่าเก็บอุปกรณ์เสริมไว้ไหน ... แต่ถึงหาอุปกรณ์เจอ คนดีก็วุ่นวายกับงานจนไม่มีเวลาจะเซ็ทใหม่


คนดีจะใช้น้องแพดได้ก็เวลามาอยู่ออฟฟิศเรา หรือ อยู่ที่บ้านเรา ... ได้ของเล่นมาใหม่แต่เห่อได้ไม่เต็มที่เลย น่าสงสารจริง

31.12.53

เที่ยวตลาดคลองสวน กับ The Tourist

ไม่ได้พานักท่องเที่ยวที่ไหนไปเที่ยว หรือ ไปเที่ยวกับเอเจนท์ทัวร์ที่ไหนหรอกค่ะ ... เพียงแต่รอบเช้าเที่ยวตลาด รอบค่ำดูหนัง เท่านั้นเองค่า


ทริปนี้จัดเป็นทริปเฉพาะกิจที่ฉุกละหุกอีกแล้ว ... เพราะคนดีอยากจะไปซื้อขนมเปี๊ยะเจ้าอร่อยที่ บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา มาเป็นของขวัญสวัสดีใหม่ให้ลูกค้า ... เลยชวนเราไปดูของซื้อของด้วยกัน


ไหนๆ ไปแล้ว คนดีเลยคิดว่าพาป๊าไปด้วยดีกว่า จะได้พาเที่ยวตลาดคลองสวน 100 ปีด้วยเลย ... พอชวนป๊า ก็เลยชวน พี่ และน้องๆ ในบ้าน รวมถึงโซ้ยอี๊ไปด้วย ... จากที่จะไปกัน 2 คน ก็เพิ่มมาเป็น 3 4 5 6 ....... สรุปได้ที่ 8 คน กับ บิ๊กเบิ้ม 1 คัน


ออกเดินทาง 8 โมงเช้า ตรงดิ่งยิงยาวไปตลาดคลองสวนเลย ... ถึงแล้วก็เดินชมตลาดสักหน่อย ก่อนจะไปแวะกินก๋วยเตี๋ยวเจ้าอร่อย ... อิ่มแล้วเดินชมตลาดต่ออีกนิด ก็เคลื่อนพลไปร้านขนมเปี๊ยะค่ะ


คนดีซื้อขนมเปี๊ยะหลายชุดตามรายการที่จดมา ... มากมายหลายชุดจนบิ๊กเบิ้มที่มีผู้โดยสารแน่นแล้ว ก็มีกล่องขนมเปี๊ยะแน่นล้นเพิ่มขึ้นมาอีก


ภารกิจจบเรียบร้อย ก็ยกพลกลับบ้านค่ะ ... เป็นทริปเฉพาะกิจที่ฉุกละหุกและรวดเร็วมาก เพราะบ่ายต้นๆ ก็กลับถึงบ้านแล้วค่ะ


บ่ายแก่ๆ เราก็ชวนคนดีออกไปดูหนัง เพราะอยากดูมากกกกกกก ถ้าไม่รีบดูเกรงว่าอาจจะพลาดได้ ... เช็ครอบหนัง หาโรงฉายใกล้บ้านคนดี แล้วก็ออกไปดูกันทันที


(ขอบคุณภาพโปสเตอร์ จาก movie.mthai.com)


The Tourist : ทริปลวงโลก ... แฟรงค์ นักท่องเที่ยวหนุ่ม เจอสาวพราวเสน่ห์ อีลีส เดินเข้ามาทักทายและนั่งร่วมโต๊ะบนขบวนรถไฟที่กำลังมุ่งหน้าไปเวนิส ... ภารกิจลับ และเรื่องราวซับซ้อน ก็เกิดขึ้นในชีวิตของแฟรงค์


เราสองคนชอบโจลี่ และ จอห์นนี่ เด็ปป์ เลยเพลินเพลินกับหนังเรื่องนี้ ... แต่ไม่รู้ว่าพี่เด็ปป์อินกับบท กัปตันแจ๊ค สแปร์โรว์ หรือ เราติดกับคาแรคเตอร์นั้น เลยมีบางช่วง บางวูบ ที่รู้สึกเผลอไผลว่าพี่เด็ปป์ เป็นกับตันแจ็ค ไม่ใช่แฟรงค์


ดูหนังจบก็ชวนกันกลับบ้าน มาเตรียมนับเวลาถอยหลัง รอเคาท์ดาวน์ด้วยกัน ... วันพรุ่งนี้เริ่มปีใหม่ ขอให้สดชื่น สดใส แล้วกันนะ :)