30.4.53

ประสบการณ์ นิ่งค้างกลางทางด่วน

ศุกร์ 30 เมษา ... ศุกร์สิ้นเดือน และเป็นวันหยุดต่อเนื่องด้วย เพราะฉะนั้นการจราจรคับคั่งแน่ๆ เพราะมีเหตุให้รถติดแบบทวีคูณ


เรานัดน้องฝน ชวนกันไปค้างบ้านคนดี เพราะคนดีจะพาที่บ้านไปหม่ำของอร่อย ... ตามแผนที่คุยกันไว้ตอนแรก คือ คนดีจะมารับที่ออฟฟิศ แล้วมุ่งหน้าไปหม่ำของอร่อย ที่ร้าน NK ตรงท่าดินแดง


เราหอบเสื้อผ้าสมบัติทั้งหลายมาที่ออฟฟิศเรียบร้อย เพราะคนดีไปค้างที่บ้านเมื่อคืน เลยหอบของใส่รถมาเลย ... แต่เพราะคนดีต้องไปตะลอนทั่วเมือง ทั้งเอารถไปเช็ค ไปรับของ ไปดูงานที่ซัพฯ ... คนดีเลยให้เราเอาสมบัติทั้งหลายลงที่ออฟฟิศไว้ก่อน แล้วค่อยขนขึ้นตอนมารับ


แต่................................................................................................................


งานที่ยุ่งนุงนัง บ่ายสามกว่าๆ คนดีโทรมาบอกว่ายังอยู่โรงงานซัพฯ ที่ศาลายา คงจะข้ามมารับลำบาก ... เอาหล่ะซิ ก็ต้องหอบสมบัติข้ามไปหา ไม่เป็นไร ไปได้ เจอกันแถวคลองสานแล้วกัน


เลิกงานเอาของที่ไม่ต้องใช้กลับมาเก็บบ้าน แล้ววนกลับมาออฟฟิศมารับน้องฝนขึ้นแท๊กซี่ไปด้วยกัน ... หาแท๊กซี่ไม่ยาก รอแป๊บเดียว และโชคดีที่ไม่ใช่แท๊กซี่เสื้อแดงเลยไม่ต้องฟังวิทยุให้ปวดหัว


แต่.................................................................................................................


พอเลี้ยวถึงด่านจ่ายเงินตรงดินแดง ก็อึ้ง เพราะรถหนาแน่นมาก เห็นไฟท้ายรถแดงๆ วิบวับเต็มไปหมด ... ต๊าย ตาย ตาย รถติดขนาดนี้เลยเหรอนี่ พอนึกได้ว่าเป็นศุกร์สิ้นเดือน แล้วหยุดต่อเนื่องด้วย ก็ทำใจได้ เรากับน้องฝนหยิบไอโฟนมาลองเล่น app ใหม่ๆ กัน


จากด่านดินแดงไปทางลงเพลินจิต รถค่อยๆ คืบไปทีละนิ ทีละนิด ใช้เวลาราวๆ ชั่วโมง แล้วค่อยๆ คลานผ่านทางลงพระราม 4 ... พอแยกมาทางดาวคะนองได้ก็แล่นฉิวดีขึ้น ก่อนจะมาเจอรถหนาแน่นเคลื่อนตัวได้ช้า ตรงหน้าเซ็นทรัลพระราม 3


ตรงนี้เองที่เสียงรถเริ่มแปลกๆ มันครืดคราดพิกล ... พี่คนขับบ่นว่า คลัทช์เริ่มไม่ปกติ คลัทช์จมๆ พิกล ... โอ๊ย ได้ยินแล้วใจไม่ดี ยังไงก็ขอให้พ้นทางด่วนไปก่อนเถอะ


แต่พอขึ้นเนินทางแยกจะมุ่งหน้าไปทางแจ้งวัฒนะ เพื่อที่จะลงทางด่วนสาทร รถก็ออกอาการหนักกว่าเดิม ส่งเสียงดังขึ้น กระตุก และดับ


เรียบร้อย ...................................................... รถนิ่ง เคลื่อนตัวไม่ได้แล้ว


เอาหล่ะซิ เอาไงดี ... พี่คนขับโทรหาเฮียเจ้าของอู่ พี่เค้าเพิ่งเอารถคันเก่าไปเทิร์นคันนี้มาได้ 2 วัน เมื่อวานก็เพิ่งซ่อมไดสตาร์ทไปตัวนึง วันนี้คลัทช์ก็มาออกอาการอีก ... โทรไปสอบถามวิธีแก้ไขอาการเบื้องต้น เพื่อให้รถลงจากทางด่วนไปได้ก่อน แล้วค่อยเอาเข้าอู่


แต่เฮียเจ้าของอู่รถก็ช่วยอะไรได้ไม่มาก และดูไม่อยากจะรับรู้ด้วยซ้ำ เพราะหลังจากนั้นก็ปิดเครื่องไม่รับสายพี่คนขับอีกเลย


เรากับน้องฝน คว้าไอโฟนมาหาเบอร์ฉุกเฉิน และช่วยกันโทร ... โทรติดศูนย์จราจรทางด่วนก่อน แจ้งเหตุขัดข้อง และขอความช่วยเหลือไปเรียบร้อย เจ้าหน้าที่บอกว่าจะส่งรถมาดูให้แต่คงต้องรอนานสักหน่อย เพราะรถติดมาก และมีรถเสียหลายจุด


เพื่อความอุ่นใจ เลยกดเบอร์ฉุกเฉิน จส.100 สวพ.91 สลับกันไปมาอีก ... จนติดสักรายนึง จำไม่ได้ว่ารายไหน แจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือไปเรียบร้อย ทีนี้ก็นั่งรอกันต่อไป


โชคดีที่จุดที่รถเสีย เป็นเนินทางขึ้นที่ด้านซ้ายมือเป็นสะพานพระราม 9 เลยได้ชมวิวมุมสูง สวยแปลกตาไปอีกแบบ ... นั่ง รอ ร้อ รอ รอกันไปเรื่อยๆ ลองโทรไปย้ำกับศูนย์จราจรอีกรอบว่ารถเจ้าหน้าที่ถึงไหนแล้ว


นั่งรออีกพักใหญ่ๆ พระเอกที่เรารอคอยก็มาถึงค่ะ ... เห็นไฟท้ายเหลืองๆ ถอยหลังวิบๆๆๆๆๆๆ มาจากข้างหน้า ... พี่เจ้าหน้าที่ 2 คน ลงมาคุยกับพี่คนขับถามอาการรถ เราเลยขอรบกวนถามเส้นทางด้วย เพราะคนดีกำลังหาทางวนรถมารับ


ตกลงกันว่าพี่เค้าจะลากรถไปส่งลงทางด่วนสาทร ... ผู้โดยสารอย่างเราก็หารถไปต่อ ส่วนพี่คนขับก็ต้องหารถมาลากไปเข้าอู่


ตกลงได้ก็ทำการประกอบร่าง รถลากถอยหลังมา ค่อยๆ ยกแท๊กซี่ขึ้น แล้วก็ลากรถเคลื่อนที่ไป ... ตอนประกอบร่าง ช่วนตื่นเต้นเล็กน้อย เพราะรถยกเอนขึ้น เหมือนกำลังจะนั่งรถไฟเหาะ พอรถเคลื่อนที่ได้ก็นั่งได้เพลินๆ สบายๆ มองซ้ายมองขวาไปเรื่อยๆ ... รถคันข้างๆ มีชะเง้อชะแง้ดูว่าเกิดอะไร เราก็แอบอมยิ้ม


มองโลกในแง่ดีว่า เป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต จะมีใครสักกี่คนที่จะเจอเหตุการณ์แบบนี้ ... แล้วโชคดีที่อยู่ด้วยกันสองคน เลยไม่เครียด ไม่ระแวง เท่าไหร่ ช่วยกันคิด ช่วยกันหา


พอลากรถลงไปได้ เราก็จ่ายค่ารถให้พี่แท๊กซี่ ขอบคุณพี่เจ้าหน้าที่ แล้วก็เดินไปหารถกันต่อ ... เดินหอบสมบัติไปจนถึงถนนสาทร แล้วก็ รอ ร้อ รอ แท๊กซี่ หายากเหลือเกิน แล้วยังมีอีกหลายกลุ่ม หลายคน ที่รอรถอยู่เหมือนกัน ... นั่งถอดใจว่าคงนานแน่ๆ โทรรายงาน โทรเช็คกับคนดีว่าใครอยู่ตรงไหน จะไปเจอกันตรงไหน เพราะคนดีวนรถมารับ ก็เจอรถติดหนึบเหมือนกัน


โชคดีที่เรียกแท๊กซี่ได้ แล้วพี่คนขับรู้จักทาง ขับรถปรื๊ดเดียวจากสะพานตากสินไปถึงท่าดินแดง ... เรากับน้องฝนหอบสมบัติ และสังขารเดินเข้าร้าน NK แบบเหนื่อยๆ


พักใหญ่ๆ คนดีก็ตามมาถึง ... คนดีมาแบบหิวโหย เรากับน้องฝน หิวโหยเหมือนกัน แต่หมดแรง


ออกจากออฟฟิศเกือบหกโมง กว่าจะมาถึงร้านได้ก็จวนเจียนจะสี่ทุ่ม ... เป็นการเดินทางที่ตื่นเต้น และเหนื่อยสุดๆ

29.4.53

Gizmo : 3 years old

29 เมษา ชิวาว่าสีขาวตัวกระจิ๋วหลิว อายุ 3 ขวบเต็มแล้วค่า ... ถึงจะตัวเล็กจิ๋ว แต่ความซน ซ่า ไม่จิ๋วเลยค่ะ นับวันยิ่งซน


อะแฮ่ม อะแฮ่ม มี้คร้าบ ... วันนี้วันพิเศษของผม ของผมยึดพื้นที่เหมือนเดิมนะคร้าบ ขอผมเม้าท์เองนะคร้าบ


สวัสดีคร้าบทุกๆ คน ผมกิซโม่ ชิวาว่าตัวจิ๋วของมี้ แต่ผมไม่ได้อยู่กับมี้แล้วหล่ะคร้าบ ... ผมย้ายสำมะโนครัวลาออกจากห้องมี้ แล้วย้ายไปอยู่กับคุณป๋า และคุณนายแม่ แล้วคร้าบ ก็สองคนนี้ใจดีมากกว่ามี้ตั้งเยอะ


ถึงผมจะหายไปนาน แต่ผมก็สบายดีครับ ... คุณป๋า กับ คุณนายแม่ ใจดีที่ซู้ด ให้ผมนอนบนเตียง หรือ นอนตรงไหนก็ได้ ให้ขนมผมกินบ่อยๆ แล้วก็ให้ผมลองกินอะไรอีกตั้งหลายอย่าง ฝรั่ง มะม่วง ชมพู องุ่น ผักบุ้ง เนื้อเค็ม กุ้งต้ม และของโปรด "ตับไก่ย่าง" แล้วยังมีอีกสารพัดหล่ะครับ แต่ต้องแอบให้ไม่ให้มี้เห็นนะครับ ไม่งั้นมี้ห้าม ผมก็อดกินทุกที


และที่ผมชอบมากที่สุดก็คือ คุณป๋า กับ คุณนายแม่พาผมไปเดินเล่น ไปเที่ยวบ่อยๆ เลยครับ ... จากเดิมผมจะได้เดินเล่นตอนเช้า-เย็นวันที่คุณป๋าไม่ไปทำงาน แต่เดี๋ยวนี้ผมได้เดินเล่นตอนเย็นๆ ทุกวันเลยคร้าบบบบบบบบบบบบ


ล่าสุดคุณป๋าพาผมไปเที่ยวไกล๊ ไกล ขึ้นรถเหล็กคันย้าวยาว เสียงดังสนั่น คุณป๋าบอกว่ามันคือ รถไฟ ... ผมตกใจเสียงดัง และที่แปลกๆ มีคนเดินเยอะแยะ ผมเลยได้แต่นอนมองนั่นนี่อยู่ในกระเป๋า ก็แหม เสียงมันโครมครามจังครับ หัวใจดวงน้อยๆ ของหมาจิ๋วอย่างผมสั่นไหว แต่พอผมเริ่มคุ้นเคย ก็ขอชะเง้อชะแง้สำรวจสักหน่อย ... คุณป๋าบอกว่าจะพาผมไปบ้านคุณยาย


แล้วผมก็ได้ไปเจอคุณนายแม่ ไปเจอคุณยาย แล้วก็มีพี่ตัวโตอีก 2 ตัว ชื่อ "มิดหมี" กับ "ผักแว่น" ครับ ... พี่ๆ เค้านอนกันนอกบ้าน ส่วนผมได้ขึ้นไปนอนชั้นบนกับคุณป๋า และคุณนายแม่ เหมือนเคยครับ


บ้านคุณยายสนุ๊ก สนุกครับ มีสนามกว้างๆ ให้ผมวิ่งเล่นด้วย ... ผมตัวนิดเดียว คุณยายแรียกผมว่า "ตัวเอียด" ผมเลยย่องแอบลอดประตูออกไปวิ่งเล่นน ไล่เห่าคนที่เดินผ่าน กับพี่มิดหมี และพี่ผักแว่นได้ครับ ... ผมวิ่งเล่นสนุกทุกวัน แต่เวลาผ่านไปเร้วเร็ว คุณป๋าก็พาผมขึ้นรถไฟกลับมาบ้านแล้ว ผมหล่ะคิดถึงคุณนายแม่ คิดถึงสนาม คิดถึงพี่ๆ 2 ตัว จังเลยครับ


ส่วนมี้นะเหรอครับ ผมก็คิดถึงนะครับ แต่ไม่มากเท่าไหร่ ก็มี้อ่ะใจร้ายที่สุด ... ชอบจับผมอาบน้ำ จับเป่าขน จับเช็ดหู จับตัดเล็บ จับหยอดยากลิ่นฉุนๆ ผมไม่ค่อยชอบหรอกครับ แต่ผมก็ขัดขืนไม่ได้ มี้บังคับผมทุกที... ใช่ซี้ ผมมันชิวาว่าตัวจิ๋วเดียวนี่


แล้วนี่วันเกิดผมก็ไม่เห็นมี้จะมีอะไรพิเศษให้ผมเลย ปีที่แล้วยังพาผมไปเที่ยว แต่ปีนี้เงียบสนิท ... เฮ้อออออ นี่หล่ะครับ ชีวิตของชิวาว่าจิ๋วอย่างผม ถ้ามีโอกาสดีดีผมจะแวะมาอีกนะครับ ตอนนี้ผมขอตัวไปก่อนดีกว่า บายคร้าบบบบบ

27.4.53

ภารกิจเฝ้าบ้าน กับ การวางแผนเที่ยว

ทั้งเฝ้าบ้าน ทั้งเรื่องเที่ยว ... เริ่มมาจากคนดีเลยค่ะ


เริ่มจากพี่ชายคนดีมีแผนไปเที่ยวฮ่องกงกับเพื่อน เลยวานให้คนดีช่วยไปเฝ้าบ้าน และให้อาหารน้องหมาที่บ้านด้วย ... พอคนดีรับหน้าที่แล้ว ก็มาหยอดถามเราว่า วันนี้มีแผนไปไหนรึเปล่า จะให้มาเฝ้าบ้านเป็นเพื่อน


เอ้า ไปก็ไป ไม่ได้ลำบากอะไร แต่ขอไปค้างแค่คืนวันศุกร์วันเดียวเท่านั้น ... เพราะถ้าไปค้างตั้งแต่วันแรก จะลำบากไปนิด เพราะบ้านพี่ชายคนดีอยู่แถวราชพฤกษ์ นั่นหมายความว่า คนดีต้องตื่นมาส่งเราทำงาน แล้วรับกลับไปด้วย ... ลำบากแน่ๆ


ก่อนพี่ชายคนดีจะเดินทาง บังเอิญมีมื้อรวมญาติ คนดีเลยแนะนำว่า ให้ลองถามเราดูซิ เราไปฮ่องกงมาหลายรอบแล้ว ... แหะ แหะ 3 หนเองค่ะ แต่แค่เดินสำรวจมาหลายจุดเท่านั้นเอง ว่าแล้วก็เล่า เล่า เล่า เล่า เล่า เล่าเท่าที่รู้ เท่าที่บอกได้


สงสัยจะเล่ามากไปหน่อย ทำเอา น้องสาว น้องชาย ของคนดีมีทีท่าสนใจขึ้นมาด้วย


กลับถึงบ้าน นั่งเล่นเน็ทเลยลองเข้าเว็บแอร์เอเชีย เช็คราคาตั๋วกรุงเทพฯ-ฮ่องกง ดูหน่อย ... โอ๊ะ โอ๊ะ มีโปรพอดี ถึงจะไม่ใช่ 0 บาท แต่ก็ราคารับได้ หันไปบอกคนดี ถามว่าสนมั้ย เพราะคนดีเปรยๆ ว่าอยากไปฮ่องกงอยู่เหมือนกัน


คนดีพยักหน้า และจะลองถามน้องๆ ดูด้วยว่าสนรึเปล่า ... เสียงตอบรับกลับมาท่วมท้น น้องๆ แฟนน้อง เพื่อนน้อง เพื่อนแฟนน้อง สนใจกันมากมาย ... ไอ๊หยา


เสียงตอบรับหนาแน่น ก็ต้องวางแผนเที่ยวค่ะ แล้วหน้าที่นั้นก็ตกเป็นของเราไปโดยปริยาย ... เพราะวางแผนเที่ยวบ่อย และคุ้นกับฮ่องกงมากที่สุด


เริ่มต้นก็ติดๆ ขัดๆ เพราะน้องๆๆๆๆๆ หลายคนยังไม่มีพาสปอร์ท ก็ต้องไปทำก่อน จะได้รีบเอาข้อมูลมาจองตั๋วเครื่องบิน ก่อนที่โปรจะหมด ... เราเองแวะเวียนไปเช็คราคาอยู่เรื่อยๆ


ระหว่างรอน้องๆ เราก็ทำการหาข้อมูลอื่นๆ ก่อน นั่นก็คือ หาที่พัก หาโรงแรม ค่ะ ... อันนี้เลือกยากกว่าตั๋วเครื่องบินอีกค่ะ เพราะถ้าเลือกทำเลเป็นหลัก เดินทางสะดวก ช้อปสะดวก ราคาห้องพักก็ไม่ค่อยสบายกระเป๋า ... แต่ถ้าเลือกห้องพักสบายกระเป๋า ก็อาจจะไม่ค่อยสบายตัว


แล้วถ้าไปขบวนใหญ่ ห้องพัก ทำเล การเดินทาง ก็ต้องคิดให้ดีค่ะ ... เสิร์ชหาข้อมูลแบบกระจุยกระจายเลยค่ะ


เปิดหาข้อมูล ดูรีวิวโรงแรมต่างๆ เข้าไปเช็คราคาที่เว็บโรงแรม เปรียบเทียบราคา และเงื่อนไข ของเว็บเอเจนท์อีก 3-4 เจ้า เสิร์ชกันจนตาลาย มึนข้อมูลไปหมด อดหลับอดนอน เข้านอนตี2-3 อยู่ 2-3 วัน


โรงแรมนี้ทำเลดี ราคาดี แต่ห้องเล็กและโทรม ... โรงแรมนั้นทำเลดี เพิ่งปรับปรุงใหม่ แต่ราคาสูงไป ... โรงแรมโน้นทำเลเยี่ยม ราคาพอเหมาะ แต่เต็มแล้ว ... โอ๊ย ตาลาย


ระหว่างที่เราวุ่นวายกับการหาข้อมูล คนดีก็วุ่นกับงาน และการตามหาข้อสรุปจากน้องๆ ว่าจะมีผู้ร่วมเดินทางกี่ชีวิต ... จากขบวนใหญ่ เกือบโหล (12 คน) เหลือแค่ 3 คือเราสองคน กับน้องสาวคนดี


สบายขึ้น แต่ก็ลำบาก เพราะหาห้องที่จะสามารถเสริมเตียงได้ ในราคาพอเหมาะ และทำเลดี ยากเหลือเกิน ... วุ่นวาย นุงนังหัวใจอยู่หลายวัน สุดท้ายก็ลงเอยสักที เพราะพี่ชายคนดีที่เพิ่งกลับจากฮ่องกงหมาดๆ อยากกลับไปลุยเซลล์ทั้งเกาะอีกรอบ ... แล้วเจอ Hostel ราคาพอเหมาะ ในทำเลโอเค สภาพห้องดี พอดี


ตอนนี้ตั๋วพร้อม ห้องพักพร้อม สบายใจโล่งอกไปหน่อย ... ตอนนี้ก็เตรียมสะสมข้อมูลร้านอาหารกันต่อ กว่าจะถึงวันเดินทางข้อมูลคงแน่นพอดี


เฮ้ออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ โล่ง

15.4.53

: 97 เดือน :

เผลอแผล๊บเดียว ผ่านไปอีกเดือนแล้ว ... 97 เดือนแล้ว ไวจริง


วันนี้ของเดือนนี้ จะว่าพิเศษก็ได้ จะว่าไม่พิเศษก็ได้ ... เพราะไม่ได้มีนัดไปหม่ำข้าวร้านอร่อย บรรยากาศดี ไม่ได้ดูหนัง แต่เราได้อยู่ด้วยกันเต็มๆ วันอีกวัน


เพิ่งกลับจากเข้าวัดเจริญสติ คนดีไม่ยอมไปส่งบ้าน เหน็บติดตัวให้มาค้างที่บ้านด้วยอีกคืนนึง ... ตื่นลืมตามาก็กลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนที่นอน ดูทีวี เล่นเกม ไปเรื่อยเปื่อย


ตอนแรกวางแผนว่าจะไปดูหนัง ไปหาอะไรอร่อยๆ หม่ำ แต่ร้านอร่อยที่นึกอยาก ดันอยู่ใน CTW ซึ่งปิดบริการมาพักใหญ่แล้ว ... ตื่นแล้วก็ขี้เกียจด้วย เลยกลิ้งไปกลิ้งมานี่แหละ ดีที่สุด


พอบ่ายแก่ๆ ถึงได้อพยพย้ายร่างกัน ... คนดีชวนที่บ้านไปกินข้าว แล้วค่อยแวะส่งเราที่บ้าน เป็นการยกพลจากบ้านคนดีที่อยู่ ถ.อิสรภาพ แถวฝั่งธนฯ ข้ามมากินข้าวไกลมาก เพราะมาถึงวังหิน-เสนา


ร้านที่คนดีเลือก ก็ร้านโปรด ร้านอร่อย ซ้งโภชนา ... ป๊า พี่ชาย น้องชาย น้องสาว+แฟนน้องสาว คนดี+เรา เพลิดเพลินกับอาหาร 10 อย่าง จัดการกันเรียบ มื้อนี้ไม่มีรูปมายั่วน้ำลายนะคะ เพราะไม่ได้ติดกล้องไปค่า


ผ่านไปอีกวัน ผ่านไปอีกเดือน ถึงจะไม่มีอะไรพิเศษ แต่ความรู้สึกที่มีให้กันก็ยังคงเดิม เหมือนเดิม อาจจะไม่เพิ่ม แต่ก็ไม่ได้ลดน้อยลง ... จริงๆ ไม่จำเป็นต้องมีอะไรพิเศษ แค่มีคนดีอยู่ใกล้ๆ อยู่ข้างๆ ก็อุ่นใจแล้ว เท่านี้ก็พอแล้วค่า


แค่มีคนนี้ก็พิเศษที่สุดแล้วค่ะ

11.4.53

ญาติธรรมใจดี

อย่างที่เขียนไปใน บล็อกหน้าที่แล้ว ว่าโกลดี้มีอาการไม่ปกติ ก่อนออกจากกรุงเทพฯ ก็เริ่มประท้วง แล้วยังไปดับสนิทนิ่งที่วัดอีกต่างหาก ... เรากังวลทั้งคู่ แต่คนดีที่เป็นเจ้าของรถก็น่าจะกังวลมากกว่า


เช้าวันอาทิตย์ หลังจากรู้ว่าโกลดี้ดับสนิทนิ่ง ไม่หือ ไม่อือ ใดๆ ... คนดีก็ให้เราไปรออยู่ในห้อง ระหว่างที่โทรไปปรึกษาขอความเห็นและความช่วยเหลือจากเพื่อนผ้องน้องพี่ หลายคนหลายเสียงก็ช่วยวินิจฉัยอาการ และแสดงความเห็น ... เราเองเข้ามานั่งอ่านหนังสือธรรมมะไปเรื่อยๆ พักใหญ่ๆ คนดีก็กลับเข้ามา


ถามได่ความได้เรื่องว่า น่าจะมีอาการจากอะไร ตรงไหน ยังไงบ้าง และคนดีก็เล่าว่า มีญาติธรรมใจดี อาสาช่วยเหลือ เพราะเห็นดนดีเดินเก้ๆ กังๆ ดูรถอยู่หลายรอบแล้ว ... คนดีบอกว่าเป็น "พี่ทอม" มาช่วยจัมพ์แบตให้ รถสตาร์ทติดแล้ว แต่ระบบไฟข้างในยังไม่ทำงาน


ได้ยินคนดีเรียกพี่ทอมแล้วก็สงสัย ว่ารู้ได้ยังไงว่าเค้าอายุมากกว่า ... คนดีบอกว่าไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่เดาเอาว่าน่าจะอายุมากกว่า


จนเช้าวันจันทร์ที่ช่างเค้ามาดู ระหว่างยืนคุยกับช่างอยู่ พี่เค้าก็เดินผ่านมาพอดี มาหยุดยืนดู ฟัง ช่วยซักถาม เสนอความเห็น และอาศาช่วยเหลือ ... พี่เค้าเสนอตัวว่า ถ้าต้องขับรถไปส่งที่ร้านไดนาโม เดี๋ยวเค้าจะขับรถตามไป เผื่อจะต้องจอดรถทิ้งไว้ให้ช่างดูอาการก่อน เค้าจะได้รับเราสองคนกลับมาที่วัด แล้ววันที่รถเสร็จ หรือเราจะเดินทางกลับ เดี๋ยวพี่เค้าจะขับรถไปส่งที่ร้านให้


ได้ยินแล้วซาบซึ้งในน้ำใจที่สุด ... โชคดีจริงๆ ที่เจอญาติธรรมดีดี


พอช่างบอกว่าจะเอาแบตไปชาร์จก่อน แล้วค่อยเอากลับมาใส่รถให้ขับไปที่ร้าน ... พี่เค้าก็บอกว่า "มีอะไรให้พี่ช่วยก็บอกแล้วกัน จะเอายังไงก็บอกมา" ก่อนจะเดินไปธรรมศาลา


ผลปรากฎว่า พอช่างไปชาร์จแบตมาแล้ว รถสตาร์ทติดได้ เราสองคนก็ขับรถออกไปร้านไดนาโมด้วยกัน ... เกรงใจไม่กล้าเดินไปตามพี่เค้าหรอกค่ะ ไม่อยากไปกวนคนที่ตั้งใจมาปฏิบัติธรรม ธุระของเราก็ลองจัดการกันเองก่อนแล้วกัน ... โชคดีที่ช่างบอกว่า เดี๋ยวถ้าต้องทิ้งรถไว้ เค้าจะขับเข้ามาส่งก็ได้ ... โชคดีกว่า ตรงที่รถอาการไม่มาก ไม่ต้องทิ้งไว้ แค่รอพักใหญ่ๆ ซ่อมเสร็จก็ขับกลับเข้าวัดมาได้เลย


หลังจากรถซ่อมเรียบร้อย ก็กลับมาจอดที่เดิมค่ะ มาอยู่ตรงหน้ารถพี่เค้าพอดี เหมือนเดิม ... แต่ยังไม่เจอตัวพี่เค้า เลยยังไม่ได้บอกว่ารถอาการปกติแล้ว กะว่าถ้าไม่เจอกันเลย ก็จะติดโน้ตขอบคุณไว้ที่หน้ากระจกรถพี่เค้า


จนเย็นวันที่ 13 ระหว่างรอสรงน้ำพระอาจารย์ คนดีก็หันไปเห็นพี่เค้ายืนอยู่พอดี เลยหันมาถามเราว่าควรจะเดินไปบอกมั้ย ... เรารีบพยักหน้าหนักแน่นทันที


คนดีเดินเข้าไปคุย แล้วก็หายไปนานนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน ... ดูท่าว่าจะคุยกันถูกคอค่ะ


สักพักใหญ่ๆ ก็มาตามเรา เลยได้มีโอกาสทักทายกับพี่เค้าด้วย ... แต่แหม ขัดใจอยู่หน่อยนึง เพราะคนดีแนะนำเราว่า "นี่เพื่อนนกค่ะ" ... จากนั้นคนดีก็ยืนคุยกับพี่เค้าอีกพักใหญ่ แหม ดูท่าจะถูกชะตา ถูกเส้นกันไม่ใช่น้อย


พอวันจะเดินทางกลับ เราก็เตือนคนดีให้เขียนโน้ตบอก แต่ย้ำเพื่อความแน่ใจว่า จำได้แน่นะว่ารถคันไหนเป็นรถของพี่เค้า ไม่ใช่จำผิดคันหล่ะ ... เลยบอกคนดีว่าเห็นพี่เค้านั่งอยู่หน้าโรงฉัน เดินไปลาเจ้าตัวเค้าเลยดีกว่า


คนดีหายไปพักนึงก็กลับมา เลยถามว่าเป็นไงบ้าง ใช่รถพี่เค้ารึเปล่า จะเขียนโน้ตทิ้งไว้มั้ย ... คนดีบอกว่า "ไม่ต้องแล้วหล่ะ พี่เค้าขอเบอร์เราไปเรียบร้อยแล้ว" ว้าว ว้าว ว้าว ว้าว นี่ถ้าเป็นสาวงามหล่ะก็คงต้องคิดหนักกันเลยทีเดียว


หึ หึ เดิมมีหมูหนิงเพื่อนรัก รักกันจิ๊จ๊ะหวานจ่อย ... ตอนนี้หมูหนิงมีคู่แข่งซะแล้วหล่ะ

โกลดี้ที่น่าสงสาร

โกลดี้ คือชื่อของรถฮอนด้าซิตี้สีบรอนซ์ทอง ที่เป็นรถคู่ใจของคนดี ... อยู่ด้วยกัน ใช้งาน ตะลอนไปไหนต่อไหนด้วยกันมา 6-7 ปี แล้วค่ะ




โกลดี้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดี ไม่เคยเกเร ไม่เคยงอแง ทั้งตะลอนทัวร์ ทั้งขนคน ขนของสารพัด ... โกลดี้ไม่เคยออกฤทธิ์ออกเดชกวนใจให้วุ่นวายใจเลย ... คนดีก็ดูแลโกลดี้ตามประสา พาไปเช็คตามระยะ ไปติดแก๊ส ไปเปลี่ยนเครื่องเสียง เปลี่ยนอะไหล่ที่ชำรุดสึกหรอไปตามอายุการใช้งานที่นานนม


แต่ล่าสุด โกลดี้ออกอาการประท้วงเล็กๆ แล้วค่ะ ... แล้วมาออกอาการช่วงจะเข้าวัด อยู่วัดซะด้วย


เริ่มจากวันศุกร์ (9 เม.ย.) ก่อนจะเข้าวัด คนดีบอกว่าโกลดี้สตาร์ทไม่ติด สงสัยแบตจะหมด ... ระหว่างลองหาทางแก้ไข จู่ๆ โกลดี้ก็เกิดไฟสปาร์ควูบวาบ มีควันลอยออกมา ให้คนดีตระหนกตกใจ ... แต่พอเปลี่ยนแบตใหม่ก็หายดี ไม่เกเรงอแง กลับมาใช้งานได้ดีเหมือนเดิม


แต่พอค่ำๆ ก็มีอาการผิดปกติอีกหน่อยตรงระบบแอร์ ... ดูไม่ค่อยมีลมออกมา มีแต่ไอเย็นเป็นน้ำแข็ง คนดีสงสัยว่าท่อจะตัน กลับมาค่อยเอาไปล้างทำความสะอาด จัดการแก้ไขเฉพาะหน้าด้วยการเคาะฝุ่นตรงตัวกรองอากาศออกสักหน่อยก่อน


เช้าวันเสาร์ (10 เม.ย.) ออกเดินทางไปวัด ระบบรถปกติดีไม่มีปัญหา แต่แอร์ดูจะอาการหนัก เพราะไม่มีลมออกมาเลย มีแต่ไอเย็น จนมีหยดน้ำเกาะอยู่ตรงท่อระบาย ... คนดีปิดปุ่ม A/C แล้วเปิดให้ลมระบายอย่างเดียว แต่ก็ยังมีไอเย็นออกมาฉ่ำจนหนาว ... ถึงอาการไม่ปกติแต่ก็ขับไปได้จนถึงวัดค่ะ


เช้าวันอาทิตย์ (11 เม.ย.) คนดีเดินไปดูรถ และจะหยิบของ แต่ปรากฎว่าระบบสัญญาณกันขโมยไม่ทำงาน ... ฝากระโปรงท้ายเผยออยู่หน่อย คาดว่าจะปิดไม่สนิทตั้งแต่เมื่อวาน เพราะตั้งแต่ถอยชนเสา ท้ายบุบ ฝากระโปรงหลังบุบอยู่หน่อย ต้องปิดดีดี แรงๆ ไม่งั้นเผยอค่ะ


แล้วรถก็สตาร์ทไม่ติดอีกครั้ง ... เอาละวา ยังไงกันดี ... คนดีโทรขอคำปรึกษาจากคนรู้จัก คนคุ้นเคยทั้งหลาย เพื่อค้นหาสาเหตุความเป็นไปได้ และความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น ... ได้คำตอบมามากมาย แต่เราจะหาช่างจากที่ไหนดี


ไปถามเจ้าหน้าที่วัดว่าพอจะมีคำแนะนำว่าควรจะตามช่างที่ไหนดี ... บ่ายแก่ๆ ก็ได้ชื่อพร้อมเบอร์โทรมาเรียบร้อย เดี๋ยวรอวันรุ่งขึ้นค่อยตามช่างมาดู


เช้าวันจันทร์ (12 เม.ย.) คนดีโทรหาช่างตามที่ได้เบอร์มา ... ช่างใหญ่บอกว่าจะส่งลูกน้องมาดูให้ มีช่างเข้ามาช่วยดูอาการ 2 คน คนนึงแต่งตัวคล้ายชาวบ้าน แต่พูดคล่องดูคล่องแคล่ว อีกคนแต่งตัวด้วยชุดช่างสีน้ำเงิน แต่พี่เค้าเหลือตาดีอยู่ข้างเดียว อีกข้างเป็นตาเทียม ... เอาละวา จะรอดมั้ยเนี่ย


มีเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของวัดมาช่วยดู ช่วยให้กำลังใจอีก 2 คน กับญาติธรรมที่แวะมาหยุดดู หยุดคุย ช่วยเสนอความเห็น อีก 1-2 ราย ... ก็อุ่นใจขึ้น


สรุปว่า ช่างถอดแบตเตอรี่ออกไป จะไปส่งร้านไดนาโมที่อยู่ใกล้ๆ ให้อัดไฟเข้าแบตก่อน แล้วค่อยเอากลับมาใส่รถ แล้วขับรถไปให้ร้านไดนาโมดูอาการเพิ่มเติมอีกที ... เพราะจากอาการที่ว่า อาจจะเป็นตัวไดชาร์จที่มีปัญหา ซึ่งไม่ใช่งานถนัดของช่างชุดนี้


ช่างหายไปสักพัก ก็กลับมาพร้อมกับแบตรถที่เติมไฟมาแล้ว จัดการจับใส่เรียบร้อย ก็ขับนำทางเราไปร้านไดนาโม ... ค่าเสียเวลา + ค่าอัดไฟเข้าแบต อยู่ที่ 300 บาทค่ะ


คนดีขับรถออกจากวัด ไปร้านไดนาโมที่อยู่ห่างออกไปราว 4-5 กม. ... ก่อนออกไปเราสองคนก็หวั่นใจว่า อาการจะเยอะรึเปล่า ฝีมือช่างจะเป็นยังไง จะไว้ใจได้มั้ย จะโชคร้ายโดนหลอกอะไรรึเปล่า ... แต่พอไปเห็นหน้าตาร้านแล้วก็เบาใจไปเยอะ เพราะกว้างขวาง และมีรถจอดให้ซ่อมอยู่ 2-3 คัน น่าจะมีฝีมืออยู่


เจ้าของร้านไดนาโมลงมาดูให้เอง ติดอุปกรณ์ตรวจเช็คแบต ดูไฟจุดต่างๆ ก็ไม่เจออะไรผิดปกติ ... คนดีเล่าอาการทั้งหลายของโกลดี้ที่เกิดตั้งแต่วันศุกร์ให้ฟัง ช่างก็สันนิษฐานว่า น่าจะเพราะกระโปรงท้ายที่ปิดไม่สนิท แล้วมีไฟติดยาวทั้งคืนน่าจะเป็นส่วนนึง ... คิดค่าเสียหายตรวจเช็ค 100 บาทพอ


คนดีเห็นว่า ไหนๆ ร้านพี่เค้าก็ดูเรื่องระบบแอร์อะไรด้วย เลยบอกอาการแอร์ที่ไม่ค่อยปกติให้พี่เค้าช่วยเช็คดูสักหน่อย ... ผลปรากฎว่า เจ้าแอร์นี่หล่ะค่ะ ที่เป็นตัวต้นเหตุ เพราะมีตัวดีเลย์ตัวนึงที่เสีย ทำให้คลัทช์คอมฯแอร์ ไม่ตัด แอร์ทำงานอยู่ตลอด ถึงแม้จะดับเครื่อง ถอดกุญแจแล้ว ก็ยังมีไฟอยู่ตลอด


เลยจัดการเปลี่ยนอะไหล่ซะ ... สรุปว่า 100 บาทค่าตรวจเช็คเมื่อกี้ก็ไม่ต้องจ่าย มาจ่ายค่าอะไหล่ 300 กว่าบาท ไปเลยเท่านั้นพอค่ะ


แล้วแอร์กลับมาปกติ แบตเตอรี่ก็ไม่ต้องห่วงแล้ว ... แต่เพื่อความอุ่นใจ พี่เค้าก็ให้เบอร์มือถือเอาไว้ด้วย ถ้าเผื่อวันรุ่งขึ้นเกิดเกเรมีปัญหาอะไรขึ้นมากอีก ก็โทรตรงหาพี่เค้าได้เลย


โกลดี้ที่ป่วยกระเสาะกระแสะให้คนดีใจเสีย ก็กลับเข้าสู่สภาพเกือบปกติแล้วค่ะ ... แต่กลับมาแล้วก็คงต้องพาโกลดี้ไปเช็คร่างกาย ที่อู่ประจำอีกสักรอบ เพราะยังมีอีกหลายจุดที่ต้องดูแล และเปลี่ยนอะไหล่


โกลดี้จ๋า อย่าเพิ่งป่วยหนักเลยนะจ๊ะ

10.4.53

เจริญสติ ช่วงสงกรานต์

นับเป็นปีที่สอง ที่เข้าวัดเจริญสติช่วงสงกรานต์ เลือกไปวัดสุนันทวนารามเหมือนเมื่อ ปีที่แล้ว ค่ะ ... เข้าวัดช่วงสงกรานต์เป็นครั้งที่ 2 แต่นับเป็นครั้งที่ 4 ที่ไปวัดนี้ (งงมั้ยคะ)


มีประสบการณ์แล้วว่าต้องเตรียมตัวเตรียมของใช้ยังไงบ้าง ครั้งนี้เลยใช้เวลาจัดกระเป๋าไม่นานค่ะ ... ลำบากนิดหน่อยตรงที่ต้องรีดเสื้อผ้าสำหรับปฎิบัติธรรมใหม่ เพราะเก็บเข้ากล่องแยกไว้ต่างหาก ... เก็บเสื้อผ้า และสารพัดของใช้ทั้งหลายลงกระเป๋าล่วงหน้าไว้ก่อน พอเย็นวันศุกร์ก็แวะเข้ามาขนขึ้นรถ ตรงไปค้างที่บ้านคนดี


เช้าวันเสาร์ 10 เม.ย. 53 ... ตั้งใจจะตื่นแต่เช้า รีบออกจากบ้านตั้งแต่ 7 โมง แต่ก็ดันตื่นสายทั้งคู่ รีบขนสมบัติเตรียมออกเดินทาง ... รถไม่เยอะอย่างที่กังวล คนดีก็ขับยาว ส่วนเราขอหลับเอาแรง เพราะคนดีคุ้นทางแล้ว


แต่พอผ่านเขตตัวเมืองกาญจน์ คนดีก็ง่วงงุน สละหน้าที่ขับรถขอไปหลับให้เราขับยาวไปที่วัด ... ถึงวัดราวๆ สิบโมงกว่าๆ รถจอดไม่เยอะเท่าไหร่ ตรงไปลงทะเบียน รับห้องพัก ... คนยังมาไม่เยอะ เจ้าหน้าที่เลยให้เลือกได้ว่าจะ นอนในห้องแยก หรือ นอนที่โถงรวม ... เราขอเลือกห้องแยกค่ะ เพราะเป็นส่วนตัวกว่า เมื่อครั้งปีใหม่นอนโถงรวม ดูวุ่นวาย และมีเสียงจอแจมากกว่า


เข้าห้องเก็บของ แล้วออกไปปฐมนิเทศ ... จากนั้นก็เริ่มปฎิบัติตามตารางเวลาที่ทางวัดกำหนดไว้ค่ะ ก็เหมือนทุกๆ ครั้งที่ผ่านมาค่ะ (จิ้มดูกำหนดการ ที่นี่ ค่ะ)


แต่ละวันก็ใช้ชีวิตตามกำหนดค่ะ มีเกเรไม่เข้าอบรมตามตารางบ้าง แต่นั่งเจริญสติ อ่านหนังสือธรรมะ อยู่ภายในห้อง ... เหตุผลที่ไม่ออกไปก็เพราะอากาศร้อนมากค่ะ เหงื่อไหลเป็นทางอยู่ตลอด ... จริงๆ อยู่ในห้อง ร้อนกว่าด้วยซ้ำ เพราะไม่มีลมพัดผ่านเหมือนที่ศาลา แต่ว่าเดินไปห้องน้ำสะดวกค่ะ ... ร้อนมากๆ ก็แวบไปเอาน้ำราดตัวให้ชื่นใจขึ้นสักหน่อยค่ะ


วันอังคาร 13 เม.ย. 53 ... วันสงกรานต์พอดี ก็มีกิจกรรมพิเศษค่ะ ทางวัดจัดให้สรงน้ำพระอาจารย์มิตซูโอะ เหมือนปีที่แล้ว แต่เปลี่ยนเวลาจากช่วงใกล้เที่ยง เป็นช่วงเย็นแทนค่ะ


17.00 น. เริ่มทยอยเข้าแถวสรงน้ำพระอาจารย์ ... เดินจงกรมรอบศูนย์เยาวชน พอเดินรอบที่ 3 ก็แวะจุดถ้วยเทียนไปวางไว้รอบๆ พระเจดีย์ ... กลับมานั่งชมวีดีโอแนะนำวัดสุนันทวนาราม และ ที่มาที่ไปของพระบรมสารีริกธาตุที่จะนำมาประดิษฐานไว้ที่พระเจดีย์


ต่อด้วย ทำวัดรเย็น ตามด้วยบทสวดพิเศษเจริญพุทธมนต์ (ชุมนุมเทวดา) สวดกันยาว แต่ช้อบ ชอบค่ะ ... พระอาจารย์มิตซูโอะ ขึ้นธรรมมาศน์เทศน์ยาวไปจนเที่ยงคืน แล้วพระ-สามเณร ก็แยกไปลงอุโบสถ


ส่วนผู้ปฏิบัติธรรมทั้งหลาย ก็เจริญสติกันต่อไปเรื่อยๆ นั่ง ยืน เดิน ได้ตามอัธยาศัย แต่ยกเว้นไม่เอนตัวลงนอน เรียกว่าทำ "เนสัชชิก" คือ ปฎิบัติความเพียรข้ามคืนโดยไม่นอนค่ะ ... แต่ทางวัดก็ไม่ได้บังคับ ให้ทุกคนเลือกทำได้ตามกำลังตัวเอง


เราเองนั่งสมาธิ ฟังเทศน์ สลับกับออกไปเดินจงกรม ได้จนถึงเที่ยงคืนเท่านั้น ... เพราะสังขารไม่เอื้อค่ะ ปวดหลัง เจ็บเข่า เจ็บเท้า เดินกระย่องกระแย่งดูน่าอนาถใจ ... จริงๆ ยังไม่ง่วง แต่ต้องการเอนหลังเพื่อยืดหลังให้สบายตัวขึ้นสักหน่อย


เข้ามาเอนหลังในรถ กะว่าเอนหลังสักแป๊บเดียว แต่กลายเป็นหลับสลบยาวววววววว ... ตื่นมาทำวัตรเช้าตอนตีสาม ทำวัตรเช้าจบ พระอาจารย์เทศน์อีกแป๊บนึงก็ปล่อยให้้แยกย้ายไปพักผ่อนค่ะ


เราสองคนกลับมานอนยาวอีกพักใหญ่ ก่อนจะตื่นมาเก็บข้าวของ ทำความสะอาดห้องพัก อาบน้ำ เตรียมตัวกลับค่ะ ... ก่อนกลับก็ไปแจ้งคืนห้องพักให้เจ้าหน้าที่ทราบ เผื่อมีผู้มาใหม่เจ้าหน้าที่จะได้จัดห้องพักได้ค่ะ


จริงๆ อบรมอานาปานาสติรุ่นนี้ ยาว 9 วัน 10-18 เม.ย. ตอนแรกกะว่าจะอยู่ยาว 9 วัน เลยค่ะ ... กะว่าจะลาพักร้อนหยุดยาว แต่พี่ผู้ช่วยจะลาวันที่ 16 ไปกับที่บ้าน เราเลยใช้สิทธิพักร้อนวันที่ 12 แล้วเข้าวัดแค่ 5 วันเท่านั้น


ถึงจะได้ไปแค่ 5 วัน และอาจจะเกเรไปบ้าง แต่ก็ได้พักใจ ได้เจริญสติ ได้ธรรมะโอสถชาร์จพลังให้ตัวเองเพิ่มสักหน่อย ... อิ่มใจ ช่ำใจ เย็นใจ สบายใจดีค่ะ

9.4.53

ข่าวดีดี

เย็นวันศุกร์ก่อนสงกรานต์ นั่งทำโน่นนี่รอเวลาคนดีมารับไปขนสัมภาระเตรียมตัวเข้าวัดปฎิบัติธรรม ... สาวๆ เริ่มทยอยกลับบ้านแล้ว เราก็เริ่มเก็บของ แล้วเสียงมือถือก็ดัง


คว้ามาดู เบอร์ไม่คุ้นแหะ สงสัย ไม่ขายประกัน ก็อะไรสักอย่าง ... เอ้า หายใจเข้าลึกๆ เตรียมตัวฟังเค้าสักหน่อย


"สวัสดีค่ะ คุณ ***** * ****** ใช่มั้ยคะ" "ใช่ค่ะ"


"ดิฉันโทรจาก..... (ตั้งใจฟังเต็มที่ว่าจากที่ไหน จะได้ตั้งสติถูก) ... แต่ปรากฎว่าพอได้ยินแล้วสติหลุด กระเจิง จำไม่ได้แล้วว่าเค้าพูดอะไรบ้าง เพราะประโยคต่อมาทำเอา งุน งง ตั้งตัวไม่ถูก


"คุณเป็นผู้โชคดีได้รับ Blackberry จากการส่งฝานมเมจิ ... จำได้มั้ยคะ" "เอ่อ ค่ะ จำได้ค่ะ"


"ค่ะ ทางเราจะนัดให้เข้ามารับรางวัล ที่บริษัท (บอกที่อยู่) ดูจากที่อยู่แล้วก็ไม่ไกลเท่าไหร่นะคะ เข้ามารับรางวัลได้วันที่ (บอกรายละเอียดวัน เวลา พร้อมเอกสารที่ต้องเตรียมมา) ยังไง เราจะส่งจดหมายยืนยันไปให้นะคะ วันมารับรางวัลกรุณานำจดหมายติดมาด้วย ขอทวนที่อยู่สักนิดนะคะ B@#$!*YRJ$#%&**#R$%^&" ... เค้าพูดอะไรอีกเยอะ แยะ แต่จำไม่ได้แล้วคะ เพราะงง


ตอนแรกที่ได้ยินคิดว่าใครโทรมาอำรึเปล่า ... แต่ก็นึกดูว่าไม่น่าจะมีใครรู้ เพราะคุยกับพี่ผู้ช่วยเท่านั้นว่าจะส่งไปชิงโชคเจ้านี้ ... พอได้ยินประโยคยืดยาว นัดวัน-เวลารับรางวัล และเอกสารที่ต้องเตรียมไป ก็เริ่มมั่นใจว่าไม่ได้โดนอำแล้ว


เท่านั้นหล่ะค่ะ ... กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด อยู่ในใจ อุ๊ยตาย ต๊าย ตาย ฉันได้รางวัลจริงๆ เหรอนี้ ... เอ๊ะ ว่าแต่ไอ้เจ้า BB เนี่ย มันรางวัลที่เท่าไหร่หว่า


ในขณะที่สมองประมวลผลสารพัดอย่างรวดเร็ว พร้อมกับรับฟังข้อมูลจากปลายสายไปด้วย ทางนั้นก็ถามเพิ่ม "ปกติรับนมจากตัวแทนหรือเปล่าคะ" "เปล่าค่ะ ซื้อดื่มเองประจำอยู่แล้วค่ะ" ... เค้าก็พูดนั่นนี่อีกพัก แล้วก็วางสายไป


ปลายสายวางไปแล้ว แต่เรายัง งง เบลอ อยู่ ... จริงเหรอ จริงอ่ะ ไม่น่าเชื่อ


ถึงจะยังงุนงงแต่ก็สงสัยใคร่รู้ว่าได้รางวัลอะไรยังไง เข้าเน็ทหาข้อมูลทันทีค่ะ ... โอ๊ะ โอ๊ะ ตายแล้ว นี่ฉันได้รางวัลที่ 1 ประจำวันเหรอเนี่ย เหอ เหอ หวังรางวัลที่ 2 แต่ได้รางวัลที่ 1 โอ้ โอ้ โอ้ ไงหล่ะเนี่ย


แต่ไหนแต่ไรก็ดื่มนมเมจิเป็นประจำอยู่แล้วค่ะ เป็นเครื่องดื่มมื้อเช้าคู่กับขนมปัง แซนด์วิช ซาลาเปา อะไรก็ว่าไป ดื่มเฉลี่ยสัปดาห์ละ 2-3 ขวด ... แล้ววันนึงก็เห็นมีสติกเกอร์แปะให้ส่งฝาลุ้นโชค แต่ไม่เห็นมีรายละเอียดอะไรเพิ่มเติมเลยว่า ส่งไปที่ไหน ยังไง รางวัลเป็นอะไรก็ไม่รู้ ทิ้งขวดไปหลายอัน


จนวันนึงอดรนทนไม่ได้ ไหนๆ ก็ดื่มประจำอยู่แล้ว เปิดเน็ทหาข้อมูลดูหน่อยซิ ว่ารางวัลเป็นอะไร กติกาว่ายังไง ... ได้ข้อมูลมาแล้ว ก็เก็บสะสมฝาฟอยล์ขวดนมที่ดื่มแต่ละวันเก็บไว้


กติกาบอกว่าแจกรางวัลทุกวัน 99 วัน วันละ 3 รางวัล ... BB Bold 9000 วันละ 1 รางวัล และ สร้อยคอทองคำ 2 สลึง วันละ 2 รางวัล


พอบอกว่าแจกทุกวัน แล้วเห็นรายชื่อผู้โชคดีแต่ละช่วงสัปดาห์ด้วย เลยรีบเขียนชื่อ ที่อยู่ ติดฝาฟอยล์ใส่ซองส่งไป ... ขืนสะสมช้า ถึงจะได้เยอะชิ้น แต่โอกาสลุ้นอาจจะน้อยลง ส่งระลอกแรกไปก่อนดีกว่า แล้วค่อยสะสมเพิ่มส่งระลอกสองตามไป


หันไปบอกพี่ผู้ช่วยว่าจะส่งไปลุ้นแล้วหล่ะ แล้วโชว์ฝาฟอยล์ที่มี post it แผ่นเล็กสีแปร๊ดเขียนชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร ติดเอาไว้ ... ยังพูดติดตลกว่า "เผื่อคนจับจะสะดุดตากับกระดาษสีแปร๋น"


พี่ผู้ช่วยถามว่าส่งไปกี่ฝา พอรู้ว่ามีอยู่ 8 พี่เค้าก็ทักว่าไม่ให้ครบ 9 หล่ะ จะได้เป็นเลขดี เลขนำโชค ... ยังตอบเค้าว่า "เลข 8 ก็เลขนำโชคของคนจีนนี่คะ น่าจะพอมีลุ้นแล้วหล่ะ" ... แล้วก็จับฝาลงซอง ปิดผนึก จ่าหน้าซองให้พี่เมสเซนเจอร์ไปส่งไปรษณีย์ให้


ส่งแล้วก็ลืมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม ... เพราะไม่ได้หวังอะไรจริงจัง


แล้วจู่ๆ ก็มีสายโทรมาบอกว่าเป็นผู้โชคดีแบบนี้ ทำเอางงเหมือนกัน ... อยากจะกรี๊ดกร๊าด ประกาศก้องให้ใครต่อใครรู้ แต่ขออุบข่าวเก็บไว้บอกคนดีเป็นคนแรกก่อน


พอบอกปุ๊บ คนดีทำหน้างงๆ สักพัก ก่อนจะถามว่าได้มาแล้วจะทำยังไง ... เพราะเพิ่งซื้อไอโฟนมาไม่เท่าไหร่ จู่ๆ ก็ได้ BB มาครอบครองซะอย่างนั้น แหม ถ้ามาเร็วกว่านี้สักนิดก็ดี ถ้ามาก่อนที่จะซื้อไอโฟนก็สบายแล้ว


แต่ก็อย่างที่เขียนไว้ในบล็อกหน้าที่แล้วหล่ะค่ะ ว่าไม่ได้สนใจ BB เลย ได้มาก็ไม่รู้จะใช้ดีรึเปล่า ... ถึงได้อยากได้รางวัลที่สอง สร้อยคอทองคำ 2 สลึง ไงคะ ถึงจะเส้นบาง แต่ก็เป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่างอกเงยได้


เพราะคิดว่าได้มาก็ไม่ใช้แน่ๆ เพราะฉะนั้นก็กะว่าพอรับของแล้วจะทำการจำหน่ายค่ะ ... รอให้รับของมาก่อน แล้วค่อยมาดูว่าใครให้ข้อเสนอน่าสนใจก็จะทำการโยกย้ายถ่ายโอนมอบของไปให้ครอบครอง


คนดีเอง มาอ้อนหงุงหงิงว่าสนใจอยู่เหมือนกัน ยกให้ได้มั้ย ... เสียใจค่ะ งานนี้ไม่ใจอ่อน อยากได้ก็ส่งข้อเสนอมาแล้วกันนะคะ


ใครสนใจจะลุ้นโชคก็ยังพอมีเวลานะคะ หมดเขตสิ้นเดือนนี้ค่ะ ... แล้วยังมีโชคชั้น 2 แพ็คเกจไปเที่ยวญี่ปุ่น ให้ลุ้นค่ะ ... ว่าแต่ว่าคนที่ได้รางวัลจากโชคชั้นแรกแล้ว เค้าจะให้สิทธิลุ้นชั้นที่ 2 ต่อรึเปล่าน้า ... ถ้าได้แพ็คเกจก็เลิศเลยค่ะ แต่ถ้าได้ ฟีโน่ ก็โอเคนะ จะได้นำมาจำหน่ายต่อ


พอแล้วดีกว่าค่ะ ชักจะฝันเฟื่อง เพ้อเจ้อไปใหญ่แล้ว ได้มารางวัลนึงแล้ว คงหมดสิทธิที่จะได้ลุ้นต่อ ... ขอให้ทุกคนโชคดีนะคะ