31.7.52

ก๊วนแดนซ์ กับ Birthday Party

ก๊วนแดนซ์ห่างหายการนัดสังสรรค์กันไปนานค่ะ ... ครั้งล่าสุดก็เมื่อเดือนกุมภาพันธ์นู่น ได้เวลากลับมารวมตัวกันอีกสักทีค่า


สาเหตุของการนัดรวมตัวกันครั้งนี้เกิดจากทริปฮ่องกงค่ะ ... สาวๆ ฝั่งที่หมวยบีนำทีมช้อป ไปซื้อรองเท้า เลือกรองเท้า ลองรองเท้าอยู่ แล้วในร้านเปิดเพลงได้มันโดนใจ ฟังแล้วชวนขยับแข้งขยับขา ถึงขั้นอยากจะลุกขึ้นโยกเลยทีเดียว ... สาวๆ เลยหันมาพยักหน้ากันว่า เรานัดกันไปแดนซ์ดีกว่า


กลับถึงเมืองไทยก็เปิดปฏิทิน เลือกวัน ล็อคคิวกันเลยทีเดียว ... ฤกษ์ลงตัวที่ ศุกร์สิ้นเดือน 31 กรกฎา วันสุขแห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันเกิดกับ สาวอิ่ม พอดีด้วยค่ะ


นัดวันได้เรียบร้อย ก็ต้องเลือกร้านค่ะ แต่เลือกกันไม่ลงตัวสักทีว่าจะไปร้านไหนดี ... สุดท้ายเลือก Slim ร้านประจำของสาวคนนึงในออฟฟิศค่ะ


วันพร้อม ร้านพร้อม แล้วคนพร้อมรึยัง ... ใจพร้อมค่ะ แต่ต้องเตรียมตัวให้พร้อมด้วย สาวๆ แต่งตัวมาตามสไตล์ถนัด แล้วค่อยมาเติมสวยให้เต็ม 100 ที่ออฟฟิศค่ะ


เพราะเรามีเมคอัพอาร์ทิสท์มือหนึ่งมาประจำการค่ะ ... ไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหน หมวยบี คู่หูบิวตี้นี่หล่ะค่ะ ... หมวยบีขนกรุมาบางส่วน สาวๆ ก็ขนกรุส่วนตัวกันมาสมทบ ... แล้วก็เปิดประจำการเติมสวยให้ครบสูตรค่ะ


หมวยบีจัดการเติมสีหน้าให้สาวๆ ไป 4 คน ที่ออฟฟิศ และ 1 คน ที่ร้านอาหาร ... เป็นการแต่งหน้า 5 คน 5 โทนสี ขึ้นอยู่กับเสื้อผ้าและความพอใจของหมวยบีค่ะ ... เราคอยสังเกตการณ์ ช่วยต่อรองและไกล่เกลี่ย


สวยพร้อมสรรพแล้ว ก็ต้องเติมพลังให้พร้อมค่ะ ... บางส่วนเลือก คุโรดะ บางส่วนที่ไม่ถนัดอาหารญี่ปุ่นก็แยกไปอีกร้าน ... เติมพลังจนท้องอิ่มพุงเต่ง ก็รอเวลาบันเทิงค่ะ


เข้าร้านตั้งแต่ 2 ทุ่ม นั่งสังเกตทางหนีทีไล่เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินเอาไว้ เพราะได้ที่นั่งมุมใน ติดด้านข้างเวทีเลย ... นั่งตั้งแต่ร้านยังโล่ง เพลงยังชิลด์ จนคนเยอะขึ้นเรื่อย เพลงเริ่มมันขึ้น


สาวๆ 9 คนที่ไป ดื่มเหล้า 3 ไม่ดื่ม 6 แต่ความสนุก ความมันไม่แพ้กันค่ะ โดด แดนซ์ เฮฮา บ้าบอกันได้เท่าเทียมกัน ... แม้กระทั่งคนดีที่วุ่นวายกับการติดตั้งงานให้ลูกค้า ตามมาตอนสามทุ่มกว่า มาถึงก็มันได้เหมือนมาพร้อมกันค่ะ


สนุกสนาน โดด แดนซ์ ส่งเค้กออกมาเซอร์ไพรส์สาวอิ่ม จนเวลาราวๆ ห้าทุ่ม ก็เริ่มมีสาวๆ ทยอยกลับบ้าน ... เรา คนดี และ สาวกบ ถือฤกษ์เดียวกับซินเดอเรลล่า เที่ยงคืน ก็เช็คบิล จ่ายตังค์ เตรียมกลับ ... สาวๆ บางส่วนที่ยังอยู่ก็สนุกสนานกันต่อไป


นัดของก๊วนแดนซ์ครั้งนี้ สนุกสนาน เฮฮา เหมือนเคยค่ะ ... ส่วนนัดครั้งหน้าจะเป็นเมื่อไหร่ ที่ไหน คงเว้นวรรคไปพักใหญ่ค่า

29.7.52

แก๊งค์ลูกหมู @ Laliette

แก๊งค์ลูกหมูยกพลบุกร้านละเลียดอีกแล้วค่ะ ... นัดครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะหมวยบีบ่นคิดถึงร้านละเลียด พอเปรยขึ้นมาก็จัดคิวกันทันที ... เพราะนอกจากสมาชิกแก๊งค์ลูกหมูแล้ว ยังมีสาวๆ ที่เคยชิม และไม่เคยชิมเค้กร้านนี้สนใจจะติดสอยห้อยตามมาด้วย


นัดกันตอนแรก นับสมาชิกได้ 7-8 คน แต่ไปๆ มาๆ ติดธุระบ้าง ป่วยบ้าง ... สุดท้ายเหลือแค่ 5 ชีวิตเท่านั้น แก๊งค์ลูกหมู 4 คน และ สาวนุ่นน้องใหม่ที่เราพยายามเทรนให้ร่วมแก๊งค์


เลิกงานปุ๊บตรงดิ่งออกจากออฟฟิศปั๊บ ... หมวยบีควงสาวนุ่นล่วงหน้าไปก่อน ส่วนเรา คนดี กับสาวฝน ตามหลังมาติดๆ ถึงร้านปุ๊บสาวบีส่งเสียงผ่านสายมาบอกว่าคนเยอะเชียว ไม่มีที่นั่ง ... ยืนรีๆ รอๆ สักพัก ก็ได้ที่นั่งหน้าตู้เค้ก ริมประตูเลยค่า


ตอนแรกที่สมาชิกจะมากันเยอะ กะว่าจะสั่งเค้กทุกชนิดในตู้มาลอง ... พอจำนวนสมาชิกลดลง แผนที่วางไว้ก็ต้องปรับค่ะ ... แต่เพราะโปรโมชั่น สั่งเค้ก 6 ชิ้น รับ บราวนี่ ฟรี 1 ชิ้น ยังอยู่ เราก็สั่งเค้กให้ครบ 6 ชิ้นค่ะ เลือกสั่งทั้งแบบเดิมที่ติดใจ และแบบใหม่ที่ยังไม่เคยลอง


ผู้หญิง 5 คน กับ เค้ก 7 จาน จัดการได้สบายๆ ค่ะ ... เลยเอาภาพเค้กใหม่ๆ มาลงบันทึกไว้ว่าได้ลองแล้วนะ


บาว่าซันเดย์ ... เนื้อเบา รสค่อนข้างอ่อน เมื่อเทียบกับเค้กอื่นๆ ที่สั่งมาวันนี้ แต่ก็อร่อยนะคะ


ปรินเซสแมนดาริน ... เค้กส้ม รสอมเปรี้ยวนิดๆ หอมกลิ่นส้ม อร่อยค่ะ ใครที่ชอบเค้กเปรี้ยวๆ หวานๆ ไม่ควรพลาด


ชีสเค้ก-โตเกียวทวิสต์ ... ชีสเค้กเมนูใหม่ที่เจ้าของร้านแนะนำให้ลองค่ะ เป็นชีสเค้กที่มีส่วนผสมทั้งชอคโกแลต และ ชาเขียว จานนี้ก็อร่อยอีกแล้วค่ะ


คลาวด์นายน์ ... จริงๆ จานนี้เคยสั่งมาลองชิมแล้ว แต่ยังไม่เคยเอารูปมาลง เป็นหนึ่งในเค้กแนะนำของร้าน เนื้อชอคโกแลต ฟูๆ นุ่มๆ เบาๆ อร่อย เพลินค่า


ใช้เวลาเดินทางไม่นาน ใช้เวลาจัดการเค้กก็ไม่นาน แต่นั่งเพลินๆ ชมบรรยากาศ และเม้าท์กันนานนนนนน ค่ะ


คาดว่าคงมีนัดมาลุยชิมเค้กที่ร้านละเลียดอีกหลายครั้งค่ะ ... เพราะสาวๆ หลายคนยังไม่ได้ชิม ที่สำคัญคือ มีเค้กอีกหลายชนิดที่เรายังไม่ได้ลอง ... ตั้งใจกันไว้ว่า จะมาลองชิมให้ครบทุกอย่างค่ะ เป็นภารกิจที่สาวๆ ร่วมใจกันทำให้สำเร็จค่ะ

28.7.52

จูงมือกันไปตัดผม

ครั้งล่าสุดที่เราตัดผม ได้หน้าม้าเอียงๆ เฉียงๆ โค้งๆ ผ่านมาประมาณ 80 วัน ... ส่วนคนดีดัด และ ตัดผมล่าสุด ราวๆ 50 วัน ... แต่เราสองคนเกิดรู้สึกรำคาญผมพร้อมๆ กัน และคิดว่า น่าจะจัดการเล็มให้เป็นทรงสักหน่อย


ตกลงกันเป็นที่แน่นอนว่า ไปตัดผมกันเถอะ ก็เลือกวัน แล้วเราจัดการโทรจองคิวพี่หนึ่งทันที ... จองคิวไปแบบใจหวั่นๆ เพราะไม่แน่ใจว่า พี่หนึ่งจะยอมตัดผมให้รึเปล่า


นัดไว้ 18.00 น. พอเลิกงานปุ๊บกี่รีบพุ่งออกจากออฟฟิศ ตรงดิ่งไปคาร์ฟูร์รัชดา ... วันนี้รถไม่ติดมาก ทำเวลาได้ค่อนข้างดี เพียง 20 นาทีก็ถึงจุดหมาย


จูงมือกันเดินเข้าร้าน เจอพี่หนึ่งกำลังว่างพอดี ... แหม วันนี้มีโชค ไม่ต้องนั่งรอ ... พี่หนึ่งถามว่า "วันนี้ทำอะไรดี"


เริ่มที่เรา ... รู้สึกว่าปลายผมแห้ง และเริ่มแตกปลาย อยากจะเล็มออกสักหน่อย ส่วนหน้าม้าที่โค้งๆ เอียงๆ เฉียงๆ ที่เคยได้ไป ก็ยาวจนกลายเป็นปัดเป๋ไปแล้ว ... พูดจบก็หันหลังให้พี่หนึ่งเช็คสภาพผม ได้คำตอบว่า จะตัดปลายผมออกสักระดับนึง ... โอเคเลยค่า



ผลงานของการตัดผมครั้งก่อน


สระผม เป่าแห้ง แล้วก็ถึงเวลาลงกรรไกร ... พี่หนึ่งลงกรรไกรฉับๆ อย่างรวดเร็ว มองเห็นไม่ชัดเพราะผมหน้าม้าบังตามิด ได้ยินแต่เสียงฉับๆ และรู้สึกว่า ผมถูกซอย สไลด์ให้บางลงพอสมควร ... ตัดด้านหลังเรียบร้อย ย้ายมาฝั่งขวา ต่อด้วยฝั่งซ้าย ปิดท้ายด้วยด้านหน้า



ลืมตาขึ้นมาก็เห็นผมหน้าม้าอีกแล้ว ... เป็นหน้าม้าที่ต่างจากครั้งก่อน เพราะยาวโค้งระดับคิ้วพอดี ไม่เอียงเฉียงมากเหมือนครั้งก่อน ... เห็นหน้าตัวเองก็อมยิ้มทันที อิอิ เหมือนใส่วิกอีกแล้วนะเรา แต่คราวนี้เห็นแล้วชินตา ไม่เหวอเหมือนครั้งก่อน


ส่วนคนดี ... ผมที่ ดัด และ ตัด เมื่อครั้งก่อน กลายร่างจากลูกเงาะ ไปเป็นหมวกคลุมอาบน้ำ พองฟู ดูหัวโต และจัดทรงยาก ... ลองถามความเห็นช่างว่าถึงเวลาที่ควรจะเล็มออกมั้ย ... พี่หนึ่งพิจารณาแล้วก็พยักหน้าโอเค



ผลงานครั้งก่อน แปลง หัวเห็ด เป็น ลูกเงาะ


เริ่มจากสระ เป่าแห้ง และลงกรรไกรเหมือนกัน ... ได้ยินเสียงตัดฉับๆ แป๊บเดียว ก็ลุกไปล้างผม ... กลับมาเป่าแห้ง และพี่หนึ่งสอนวิธีจัดทรง



คนดีผมสั้น เซ็ทผมเสร็จก่อนก็ลุกไปนั่งรอ ... เราเสียเวลาไดร์ผมนานกว่า พอไดร์เสร็จเรียบร้อยลุกตามไปสมทบก็เห็นผมสั้น บางกว่าเดิม และถูกเซ็ทเป็นหนามแหลม ... หมวกคลุมอาบน้ำหายไปแล้ว


จ่ายค่าตัดผม ร่ำลาพี่หนึ่ง แล้วเดินลั้นลาออกมาอย่างสบายใจ ... เวลาตัดผมใหม่ แล้วรู้สึกสดใสขึ้นค่ะ ... เลยชวนกันไปฉลองด้วยไอติมเย็นๆ ที่ร้านสเวนเซนส์


ถึงจะเป็นหวัด คัดจมูก และเริ่มไอ แต่ก็แพ้ ไอติม ซื้อ 1 แถม 1 ค่ะ ... เพราะวันนี้ใช้สิทธินี้ได้ เลยถือโอกาสฉลองซะเลย ถึงแม้กินแล้วจะหายช้ากว่าเดิมสักหน่อยก็ยอมค่ะ ... ก็เพิ่งตัดผมเติมความสดใสให้ชีวิต ก็ขอเติมไอติมเย็นชื่นให้สดชื่นอีกหน่อยเถอะค่ะ

ตื่นตระหนก

กลางดึกคืนวาน เราเดินฝ่าความมืดออกจากห้องเพื่อลงไปอาบน้ำ มีเพียงแสงไฟทางตรงบันไดเท่านั้น ... ก้าวเดินลงไปอย่างคุ้นเคยเหมือนทุกๆ วัน แต่วันนี้มีบางอย่างแปลกไปไม่เหมือนเคย


จู่ๆ ก็มีแขกไม่ได้รับเชิญมาปรากฎกายค่ะ ... โอ๊ะ โอ๊ะ โอ๊ะ จะทำยังไงดีเนี่ย


เพราะแขกรับเชิญที่ว่า เป็น "ลูกตุ๊กแก" สัดส่วนใช้ได้ ตาโต ตัวลาย ปลายหางเป็นสีขาวสลับดำ ตัวกว้างประมาณ 1 นิ้ว ความยาวหัวจรดหาง ประมาณ 8-9 นิ้ว นับว่าตัวโตไม่เบา ... ไม่ได้เป็นคนกลัวตุ๊กแกมากหรอกนะคะ เห็นได้ มองได้ เดินผ่านได้ แต่กังวลนิดหน่อยว่า น้องตุ๊กแกจะเกิดแข้งขาอ่อนเปลี้ยหมดแรงร่วงลงมาใส่รึเปล่า ... เจอตุ๊กแกร่วงมาใส่กลางดึกแบบนี้ ไม่รู้จะปลุกใครมาช่วยดี


แต่ที่ทำให้กังวลมากๆ ก็คือ ไม่ใช่เราเท่านั้นที่เห็นลูกตุ๊กแกตัวนี้ ... "เจ้าสาม" 1 ในสมาชิกแมวในบ้านก็เห็นลูกตุ๊กแกเหมือนกัน แล้วก็จ้องเขม็งอยู่ด้วย


สถานการณ์แบบนี้ ลูกตุ๊กแกอาจจะเพลี่ยงพล้ำ โดน เจ้าสาม ขย้ำให้สิ้นชีพได้ ... ครั้นจะทำเฉยเมย ปล่อยให้แมวรังแกตุ๊กแกก็ไม่ได้ เลยคว้าไม้ที่อยู่ใกล้มือ มาเคาะกำแพง ตรงใกล้ๆ ลูกตุ๊กแก เผื่อมันจะวิ่งปรู๊ดออกประตูหลังบ้านไป แต่มันไม่ยอมขยับค่ะ ... มีอีกทาง คือ เอาไม้เขี่ยตัวมันให้ขยับออกประตูไป แต่ถ้ามันเกิดกลับตัวแล้ววิ่งย้อนไม้ ไต่ขึ้นแขนมาหล่ะ จะทำไงดี


ไม่ไหวหล่ะ ยืนลังเลอยู่แบบนี้ ไม่ได้อาบน้ำ ไม่ได้นอนแน่ๆ ... ปล่อยตุ๊กแกไว้ แล้วเดินไปไล่แมวเราดีกว่า ถ้าจะง่ายที่สุด


จดๆ จ้องๆ เล็งองศาทางเดินให้ดี กะว่า ลูกตุ๊กแกอยู่ในสายตาตลอด เผื่อขาหมดแรงจะร่วง เราจะได้ขยับหลบทัน ... แต่เพราะมัวแต่เล็งลูกตุ๊กแก เลยเดินไปชนตู้เก็บของแถวนั้น เสียงดังโครมคราม


ลูกตุ๊กแกคงตกใจ เลยเคลื่อนที่วิ่งปรู๊ดขยับไปตรงมุมกำแพง ... พอลูกตุ๊กแกขยับ เจ้าสามก็ขยับเหมือนกัน กระโจนพรวด โดดไปตะปบลูกตุ๊กแกพอดี


อ๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ... แย่แล้ววววววววววววววววววววววววววววววว


เห็นเต็มๆ ตาว่าลูกตุ๊กแกโดนอุ้งมือเจ้าสามตะปบเข้าไปเต็มๆ ... ตาย ตาย ตาย ทำไงดี จะไปแซะออกจากปากคงไม่ได้ ไม่กล้าจับ ... ตายแล้ว ลูกตุ๊กแกเอ๋ย ขอโทษนะ


ระหว่างที่ตื่นตระหนกตกใจ เจ้าสามก็ขยับตัวทำท่าจะวิ่งมาหา ... เฮ้ย ไม่ต้องเอามาให้นะ ไม่ต้องวิ่งมาเลย ... รีบกระโดดผลุบเข้าไปในห้องน้ำ แล้วรีบปิดประตู


อาบน้ำไปก็รู้สึกผิดไป เรานี่เองที่เป็นต้นเหตุให้ตุ๊กแกไม่รอด ... กะจะช่วยไล่ให้รอดปลอดภัย กะจะไล่แมวไปให้ แต่ดันทำเสียงดังจนมันขยับตัว วิ่งไปจุดอับ ที่แมวตะปบได้พอดี ... เฮ้อออออออออ อโหสิกรรมให้ด้วยนะ


อาบน้ำเสร็จ ก็ค่อยๆ แง้มประตู โผล่หน้าออกมาเล็งซ้ายขวาก่อน ... เพราะแมวที่บ้าน เวลาจับตัวประหลาดทั้งหลายได้ ชอบเอามาวางโชว์


หน้าประตูห้องน้ำโล่ง ก็ค่อยๆ ย่องออกมา ... แล้วก็ย่อง มองซ้าย มองขวา เลิ่กลั่กไปตลอดทางจนถึงห้อง ... ตุ๊กแกเอ๋ย เค้าขอโทษจริงๆ นะ เดี๋ยวเค้าแบ่งบุญไปให้


และเพราะเรื่องตื่นตระหนกนี่หล่ะค่ะ ที่ทำให้ต้องเปิดหมวดหมู่ใหม่ในบล็อก ... หมวดสำหรับน้องแมวโดยเฉพาะ เพราะในบ้านมีน้องแมว 3 ตัว แล้วที่ผ่านมาก็มีอยู่มากโข มีเรื่องนินทาแมวเป็นคลังอยู่เพียบ ... กะว่าจะเอามาเขียนในบล็อกหลายทีแล้ว ก็ยังไม่เริ่มสักที เพราะส่วนใหญ่ไม่มีรูปหลงเหลืออยู่เลย


พอเจอเรื่องนี้เข้าไป ... เลยตัดสินใจเปิดหมวดน้องแมวทันที เพราะวีรกรรมของแมวที่บ้านกับตุ๊กแกตัวลาย เกิดมาหลายครั้งแล้ว ... หวังว่า ครั้งล่าสุดที่เพิ่งเกิดขึ้นนี้ จะเป็นครั้งสุดท้าย ถึงตุ๊กแกจะหน้าตาไม่น่ารัก แต่ต้องตกเป็นเหยื่อของน้องแมวแบบนี้ก็น่าสงสารนะคะ

27.7.52

1 ปี 292 หน้า

แต่ก่อนเขียนไดอยู่ที่เลสล่า จนเมื่อราวๆ กลางปีที่แล้วที่เลสล่าเกิดด๋อย เดี้ยง และล่มไปแบบนิ่งสนิท ... คนติดไดอย่างเรา เลยเฉา เพราะทั้งติดเขียนและติดอ่าน เหมือนกิจวัตรประจำวันหายไปค่ะ


รอ ร้อ รอ ว่าเมื่อไหร่จะกลับมาใช้ได้ รอจนหมดหวัง ... ได้แต่สงบนิ่ง ไว้อาลัยให้ไดเก่าที่เขียนมาเกือบๆ 3 ปี เพราะไม่ได้แบ็คอัพข้อมูลในไดเอาไว้เลย ทุกอย่างสูญหายไปพร้อมกับเว็บ ... น้ำตาตกใน เพราะข้อมูลทั้งหลาย ที่เหมือนเป็นบันทึกช่วยจำ หายเกลี้ยงแบบนี้ เหมือนความทรงจำหายไปบางส่วน


หลังจากจ๋อย หงอยเหงา เฉาเพราะคิดถึงได ... ก็ได้ข้อความจากเพื่อนๆ ชาวไดเลสล่า 2-3 คน ส่งลิงค์บล็อกที่ blogspot มาให้ ... เปิดเข้าไปแวะอ่านดูแวบๆ แต่ยังไม่คิดจะเริ่มต้นใหม่ เพราะเป็นโรคแพ้เทคโนโลยีค่ะ กลัวว่าจะยากเกินจัดการเองไหว ไดที่เลสล่ากว่าจะจัดการได้คุ้นเคยก็ใช้เวลานานโขอยู่


แต่ได้เสียงยืนยันจากคุณกี้ ว่าใช้ง่าย ไม่ยุ่งยาก ... เอ้า ลองดูบ้างจะเป็นไร ดีกว่าเฉาตายเพราะไม่ได้เขียน


สุดท้ายก็ลองงมใช้ blogspot ดู เออ ไม่ยากอย่างที่คิด ... แล้วยังมีลูกเล่นอะไรใหม่ๆ ให้ได้ทดลองงมใช้ด้วย ลองไปลองมาก็สนุกดี ... เอาละ ปักหลักเขียนที่นี่แหละ


ได้พื้นที่ปล่อยความคันมืออีกครั้ง ยิ่งใช้ก็ยิ่งชอบใจ เพราะ มีระบบบันทึกให้เป็นระยะ ถูกใจคนเขียนไปเรื่อยๆ แบบเรา จัดหมวดหมู่ได้ ระบุวันที่ได้ เขียนล่วงหน้าก็ได้ ... เลยเริ่มต้นบันทึกเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตอีกครั้ง


จำวันที่เริ่มต้นเขียนบล็อกหน้าแรกที่นี่ไม่ได้ แต่เปิดข้อมูลเก่าย้อนหลังดู ก็น่าจะราวๆ สัปดาห์ที่ 3-4 ของเดือนกรกฏาคมนี่แหละ ... เลยประมาณการเอาเองว่า เขียนบล็อกที่นี่มาครบปีแล้ว


1 ปี 365 วัน เขียนบล็อกมา 292 หน้า ... ขาดไป 73 หน้า ก็เขียนครบวันละหน้า ต๊าย ตาย อิฉันเป็นคนเรื่องเยอะไม่เบานะเนี่ย


ได้ฐานที่ตั้งใหม่ ปักหลักเขียนมา 1 ปีเต็มแล้ว ... หวังว่าฐานที่มั่นนี้จะไม่ล้มพับ ล่มสลายหายไปอีกนะจ๊ะ ไม่งั้นคงเฉาแย่ ... blogspot จ๋า อยู่ด้วยกันนานนๆ นะจ๊ะ

25.7.52

1 วัน 1 งาน 1 เรื่อง

วันเสาร์ วันหยุดพักผ่อน เสาร์นี้มีเป้าหมายชัดเจนว่า จะไปงาน Pet Expo ... แต่แผนที่วางไว้ต้องปรับนิดหน่อย เพราะเมื่อคืนคนดีไม่ได้มาค้างด้วย จากที่วางแผนจะไปพร้อมกัน ก็ต้องแยกกันไปค่ะ

คนดีไปส่งของให้ลูกค้า ก่อนจะตามมาเจอเรา ... ส่วนเราก็มุ่งหน้าจากบ้านตรงไปที่งานเลย ตั้งใจจะไปแต่เช้า เพราะคนจะได้ไม่เยอะมาก น้องหมาทั้งหลายที่มาเดินด้วยก็ยังน้อย จะได้ไม่ต้องเดินระวังมากเท่าไหร่

งานนี้ตั้งใจจะไปซื้อของตุนไว้หลายอย่าง เลยเลือกที่จะเอาถุงรถเข็นที่ได้จากงานหนังสือติดไปด้วย ... ใส่ของได้ ลากได้ ประหยัดถุง และไม่หนักค่ะ ... ถึงงานราวๆ สิบโมงนิดๆ งานเพิ่งเปิดคนยังไม่เยอะมาก เดินลากรถวนดูของตามที่หมายตาไว้

เสียทรัพย์ไปหลายค่ะ ... อาหารเม็ดถุงใหญ่ 1 ถุงเล็ก 1 อาหารถาด 24 ถาด ขนมของว่าง 11 ห่อ เสื้อ 8 ตัว แชมพูสำหรับสุนัขขาว 1 ขวด สเปรย์ฉีดดับกลิ่น 2 ขวด ถุงเก็บอึ 1 แพ็ค ของเล่น 3 ชิ้น Heartguard 2 กล่อง Frontline 2 กล่อง ขนมสำหรับน้องหมาหน้าบ้าน 9 ห่อ

ทั้งหมดนี่เดินลาก และถือเพียงลำพัง ... คนอื่นเข็นรถเข็นที่มีน้องหมานั่งมา หรือ จูงมา มียัยมนุษย์หน้ากากคนนี้แหละ ที่ลากถุงของเดินวนไปมา ... ซื้อมาขนาดนี้ ยังขาดของที่อยากได้ อีก 3-4 รายการนะคะ ไม่เป็นไร ไว้ไปดูจากร้านเพ็ทช้อปเจ้าประจำก็ได้



ซื้อของเสร็จแล้วก็นั่งพักสักหน่อย พอหายเมื่อยก็โทรหาคนดีว่าถึงไหนแล้ว ช้อปปิ้งเรียบร้อย ... คนดีบอกว่ากำลังจะถึงแล้ว เลยรีบหอบของออกไปหา ... ทุลักทุเลออกไปเจอรถคนดีพอดี แหม โชคดีจริงๆ ขนของขึ้นรถ แล้วมุ่งหน้าไปจุดหมายต่อไป

ดูนาฬิกาแล้ว ยังไม่เที่ยงดี ไปดูหนังกันดีกว่า มุ่งหน้าไปเซ็นทรัลเวิลด์ ... ได้ที่จอดแล้วก็รีบขึ้นไปเช็ครอบหนัง ซื้อตั๋ว แล้วหาข้าวทานค่ะ เพราะเรายังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย

คนดีใจดีให้เลือกร้านได้ตามชอบใจ ... มื้อนี้เลือก Shinemon ข้าวราดแกงกะหรี่แบบง่ายๆ ทานได้สะดวก รวดเร็ว ... อิ่ม อร่อย แบบด่วน ทันใจ

อิ่มแล้วก็ได้เวลาดูหนังพอดีค่ะ ... หนีตามกาลิเลโอ : Dear Galileo เป็นหนังประจำวันนี้ค่า ... อยากดูตั้งแต่เห็นหนังตัวอย่างแล้วค่ะ แล้วเราสองคนเป็นแฟนหนัง GTH และ ทีมผู้กำกับของแฟนฉัน เลยไม่พลาดค่ะ



- เรื่องย่อ -

ปี 2009 เด็กสาวสองคนกำลังประสบปัญหาชีวิต ... เชอรี่ นักศึกษาชั้นปีสุดท้ายของคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สอบตกและสั่งพักการเรียน 1 ปี ด้วยความผิดที่เจ้าตัวเห็นว่าเล็กน้อย นั่นคือ การปลอมลายเซ็นต์อาจารย์ในใบขออนุญาตใช้ห้องเขียบแบบ ... เชอรี่ต้องเรียนจบช้ากว่าเพื่อนคนอื่นๆ และโอกาสที่จำทำงานหาเงินให้พ่อภาคภูมิใจก็ต้องถูกขยับร่นไปอีกปี



นุ่น หญิงสาวร่าเริง น่ารัก แสนงอน ... ก่อนหน้านี้ท้าเลิกกับตั้ม แฟนหนุ่ม มาแล้วหลายครั้ง ลงท้ายตั้มก็ง้อและไม่เคยยอมเลิกกับเธอ แต่คราวนี้ทุกอย่างต่างออกไป เมื่อตั้มเห็นว่าอาจจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดของความสัมพันธ์ของทั้งคู่



เพื่อนรักสองสาวตัดสินใจหนีให้ไกลจากสถานที่เกิดเหตุของปัญหา จูงมือกันมุ่งหน้าสู่ยุโรป ... แผนของทั้งคู่นั้นแสนง่าย เสิร์ฟ เก็บตังค์ เที่ยว เป้าหมายคือ ลอนดอน - ปารีส - อิตาลี

ก่อนออกเดินทางทั้งคู่ทำสัญญาใจ ไม่ว่าจะเกิดอะไรจะไม่ทิ้งกัน ... แต่แล้วสารพัดเรื่องคาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น คำสัญญาก็สั่นคลอนเมื่อเจ้าของคำสัญญาทั้งคู่เหน็ดเหนื่อยอ่อนล้าจากภาระหน้าที่ในชีวิต ... มิตรภาพที่ยาวนานแทบจะแตกหักล่มสลาย

นุ่น หนีตั้มคนหนึ่งไปไกลเกือบครึ่งโลก เพียงเพื่อจะไปพบความสัมพันธ์ครั้งใหม่กับ อีกตั้มหนึ่ง ... เชอรี่ ก็คาดไม่ถึงว่าความตั้งใจเดิมที่จะออกเดินทางเพื่อพาตัวเองหลุดพ้นจากกฎโง่ๆ ทั้งหลายของโลกนี้ จะนำพาให้เธอเรียนรู้ว่า ... ไม่ว่าอย่างไร ไม่ว่าจะหนีไปไกลแค่ไหน เธอและใครๆ ต่างต้องอยู่บนกฎพื้นฐานข้อเดียวกัน ว่าเราไม่ใช่ศูนย์กลางของโลก



(ภาพโปสเตอร์จาก http://www.deargalileo.com/ )
หนังน่ารักค่ะ เป็นความรักของเพื่อนสาวสองคนที่ผจญภัยด้วยกัน ดูแลกัน ผิดใจกันบ้าง แต่มิตรภาพของเพื่อนก็ยังคงอยู่ ... แล้วยังมีโลเคชั่นสวยๆ ได้เห็นวิวสวยๆ ... ฉากที่ชอบมากที่สุด เป็นฉากที่ตั้มกับนุ่น ยกป้ายภาษาไทยถามกันไปมา เห็นแล้วรู้สึกเหงา เข้าใจอารมณ์คนไกลบ้ายเลยค่ะ ... สรุปว่า หนังเรื่องนี้คุ้มค่าตั๋วที่จ่ายไปจริงๆ ชอบค่ะ

ดูหนังจบแล้ว ก็แวะดูหนังสือของงาน aDay ที่มาจัดอยู่ที่ชั้น 6 สักหน่อย ... แล้วก็เตรียมตัวซื้อขนม ตุนเสบียงกลับบ้าน ระหว่างเดินไปซื้อขนมก็เจอ เพื่อนชาวไดที่คุ้นหน้าคุ้นตา หนูจิ้งกับหลิง คุณป่านกับลุงนัท และน้องชุนลี ทักทายกันนิดหน่อย ก่อนจะแยกย้าย

ระหว่างเดินซื้อขนมตุนเสบียง คนดีก็บ่นขึ้นมาว่าอยากกิน มนต์นมสด ... อยากกินงั้นก็ไป มุ่งหน้าไปถนนดินสอ คุยกันว่าจะกินอาหารคาวก่อนดีมั้ย กินอะไรดี สุดท้ายก็สรุปว่ากินแต่ขนมปัง กับ นม นี่แหละ มากันสองคนกลัวอิ่มเกิน

จัดการ ปังเนยนม ปังซุปข้าวโพด ปังสังขยาไข่ ปังสังขยาใบเตย นมขาว นมชมพู หมดเรียบร้อย ก็มุ่งหน้ากลับบ้านค่ะ ... กลับมาถึงบ้านก็หลับสลบแข่งกัน ก่อนจะตื่นมาดูคอนเสิร์ทเอเอฟ แล้วคนดีก็กลับบ้าน

หมดไปอีก 1 วัน เราสองคนจัดการภารกิจได้คนละ 1 งาน และ ได้ดูหนัง 1 เรื่อง ... จบกิจกรรมวันเสาร์ที่เรียบๆ ง่ายๆ ค่ะ

23.7.52

แก๊งค์ลูกหมู @ อบอร่อย + Craft Cafe'


เป็นเพราะรูปพวาฟเฟิลจาก Craft Cafe' ที่เราถ่ายรูปมา ทำให้แก๊งค์ลูกหมูมีภารกิจร่วมกันอีก ... คราวนี้ได้สมาชิกพิเศษเพิ่มมาอีก 2 สาว เพราะเราบอกน้องไปว่า "นอกจากวาฟเฟิลอร่อยแล้ว ยังมีนายแบบต่างชาติเดินผ่านเป็นอาหารตาอีกด้วย"

แต่ครั้นจะให้มาจัดการแต่วาฟเฟิลอย่างเดียว เกรงว่าจะไม่อยู่ท้อง ... หมวยบีบอกว่า ขืนกินแต่ของหวาน ท้องคงคำรามโครมครามแย่เลย ... เพราะฉะนั้น เลยต้องจัดทั้งของคาว ของหวาน ให้ครบ

เลิกงานปุ๊บ ก็รีบเคลื่อนขบวนปั๊บ ... สมาชิก 6 คน พร้อมใจรีบเดินทาง เพราะเกรงว่ารถจะติด ต้องรีบทำเวลาค่ะ

ร้านแรกที่แวะ คือ อบอร่อย ... ร้านที่ได้ยินชื่อมานานแล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสแวะมาลองสักที วันก่อนที่ผ่านมาก็เห็นคนเยอะเชียว ... แบบนี้ต้องลอง


มากัน 6 คน เลยสั่งได้เต็มที่ 8 อย่าง 9 จาน ค่ะ ... หอยแครงเผา หมึกแดดเดียว ต้มยำกุ้ง ปลากระพงทอดน้ำปลา ข้าวผัดปู ผัดผักกระเฉด หอยนางรมทรงเครื่อง และ กุ้งอบวุ้นเส้น

รสชาติอาหารโดยรวม โอเคเลยค่ะ วางปุ๊บตักกันหนุบหนับ หายเกลี้ยง ... ทยอยหายไปทีละจานอย่างรวดเร็ว ทีหายไปเร็วมาก คือ กุ้งอบวุ้นเส้น วางแป๊บเดียว วุ้นเส้นเกลี้ยง เพราะวุ้นเส้นมาน้อยเหลือเกินค่ะ เลยต้องสั่งเพิ่มอีกจาน และขอพิเศษวุ้นเส้นด้วย

กุ้งอบวุ้นเส้นที่นี่ เด็ดจริงๆ ค่ะ ... วุ้นเส้นรสชาติดี กลมกล่อม เส้นนุ่มหนึบกำลังเหมาะ ... อร่อยมาก ขนาดสาวๆ ตักเข้าปาก แล้วออกอาการเพ้อ

พอจัดการอาหารคาวเรียบร้อย ก็มุ่งหน้าไปร้านต่อไป Craft Cafe' ... จุดหมายหลัก ที่เก็บไว้ลำดับรอง มาถึงร้านปุ๊บก็เลือกที่นั่งทำเลทอง โต๊ะตัวริมกระจก เพราะเรากะว่า จะกินวาฟเฟิลแกล้มวิวนายแบบค่ะ

ได้ที่นั่งเหมาะก็สั่งเครื่องดื่ม กับ ขนม แล้วก็เริ่มแอ็ค ถ่ายรูปเล่นระหว่างรอ เครื่องดื่ม ขนม และ นายแบบต่างชาติ ที่จะเดินผ่านมา ... แหม มาช้าไปนิด ฟ้าเริ่มมืดซะแล้ว เลยมองวิวด้านนอกไม่ถนัดเท่าไหร่ แต่ก็ผลัดกันชะเง้อชะแง้ ช่วยกันดู ช่วยกันเล็งหาอาหารตา


อาหารตายังไม่เข้าตา แต่อาหารปากมาถึงแล้วค่ะ ... เครื่องดื่มทยอยออกมาทีละแก้ว Strawberry Soda, Apple Kiwi Iced Tea, Iced Latte, Black Tea Iced Latte, Thai Tea Frappe, Chocolate Frappe


ได้เครื่องดื่มมาแล้ว นั่งเม้าท์ นั่งคุยกันสักพัก ก็ถึงคิวขนมค่ะ ... Cookie and Cream Cupcake, Waffle with Ice Cream + Whipped Cream + Chocolate Sauce, Waffle with Ice Cream + Whipped Cream + Chocolate Sauce + Banana, Blueberry Cheesecake

ถึงจะจัดการอาหารคาวมาแล้ว แต่ขนมที่เห็นก็จัดการเกลี้ยงนะคะ ... สาวๆ ออฟฟิศเรา ถ้าเจอของอร่อย ถูกปาก รับรองว่าจัดการเรียบ


อิ่มแล้วก็ต้องยืดเส้นยืดสายค่ะ ... โพสท่าถ่ายรูปตามมุมต่างๆ กันอย่างสนุกสนาน แล้วโชว์ฝีมือ ฝากผลงานศิลปะเป็นที่ระลึกเอาไว้ ... ปิดท้ายด้วยการถ่ายรูปกับเจ้าของร้านค่า

สนุกสนาน เฮฮากันพักใหญ่ จนได้เวลาจะปิดร้าน ก็ร่ำลาพี่จุ๊บ กลับขึ้นรถคนดี ... ทยอยลงตามจุดต่างๆ แยกย้ายกลับบ้านค่ะ

มาคราวนี้ยังไม่ประสบความสำเร็จค่ะ ยังไม่เห็นอาหารตาแกล้มอาหารท้อง ... คงจะต้องนัดกันอีกครั้ง กลับมากินวาฟเฟิล พร้อมชมวิวหนุ่มนายแบบค่ะ แต่ตอนนี้ต้องขอเว้นวรรคพักท้องสักนิดค่า

22.7.52

ทอลซิลอักเสบ

ช่วงนี้หวัด 2009 กำลังระบาด ... ก่อนไปฮ่องกงก็โด๊ปร่างกาย ป้องกัน และ ระวังตัวเอง ... กลับมาก็ยังโอเค แม้ข่าวการระบาดของโรคนี้ในประเทศไทยจำเพิ่มขึ้น


แต่แล้วก็เริ่มมีคนป่วยค่ะ ... เมื่อวานซืนมีน้องคนนึงไม่ค่อยสบาย แล้วเมื่อวานก็ลาหยุดไป วันนี้กลับมาพร้อมกับใบรับรองแพทย์ว่า เป็น "ไข้หวัด"


ส่วนเราเมื่อวานเย็น จู่ๆ ก็เริ่มเจ็บคอ ... โอ๊ะ โอ๊ะ ไม่นะ อย่าป่วยเลย พยามยามดื่มน้ำเยอะๆ แล้วก็อาศัยยาอมแก้เจ็บคอ ที่มีตัวยาช่วยฆ่าเชื้อ


พอตกค่ำเริ่มจาม จามมาเป็นชุด ไม่รอดแน่ๆ ... แล้วตกดึกก็ยิ่งเจ็บคอมากขึ้นเรื่อยๆ กลืนน้ำลายลำบาก ... โอ๊ย ป่วยอีกแล้วเหรอ


ถ้าเป็นช่วงปกติ ก็คงซื้อยาแก้อักเสบมากิน ราว 3-5 วัน ตามจำนวนที่ควรจะได้รับ ... แต่เพราะสถานการณ์หวัด 2009 ที่กำลังระบาด เลยตัดสินใจที่จะรีบไปหาหมอ ไปตรวจ ให้คุณหมอจ่ายยามาให้ดีกว่า จะได้ใช้สิทธิประกันสังคมด้วย


เช้าวันนี้เดินไปทำงานพร้อมกับหน้ากากอนามัย และกลายร่างเป็นมนุษย์หน้ากากอยู่ทั้งวัน ... ป้องกันการแพร่เชื้อ และรับเชื้อเพิ่ม ... สาวๆ ในออฟฟิศเห็นหน้ากากก็รู้ทันทีว่าเราเริ่มป่วยแน่ๆ พร้อมใจกันไล่ให้รีบไปหาหมอ


วันนี้แวบออกจากออฟฟิศก่อนเวลานิดหน่อย รีบตรงไปโรงพยาบาล ไปเข้าคิวตรวจ ... คุณหมอสอบถามอาการนิดหน่อย แล้วขอให้อ้าปาก ตรวจดูในคอ ก่อนจะสรุปว่า "ทอลซิลเริ่มมีปัญหา" อะฮ้า กะแล้ว


ได้ยามา 4 ตัว ... 1 ในนั้นมีตัวนึงที่แปลกไปจากเดิมที่เคยเจอ เพราะเป็นยาน้ำ ที่คุณหมอสั่งให้ผสมน้ำ แล้วกลั้วคอ ก่อนจะกลืนลงไปเลย ... โอ๊ะ กลั้วคอ แล้วกลืน ยาอะไรหว่า


ออกจากโรงพยาบาล ตรงดิ่งกลับบ้านทันที ... ต้องเซฟร่างกายไว้ค่ะ เพราะวันพฤหัส วันศุกร์ วันเสาร์ มีนัดยาวตลอดค่ะ ... จะหาย หรือ จะงอมกว่าเดิมก็ไม่รู้

20.7.52

วิธีคลายเครียด

เมื่อ 5-6 ปีก่อน โชคดีได้เป็นหนึ่งใน 30 ผู้ฟัง ไปร่วมกิจกรรม Stress Buster กับ คลื่น Bangkok Radio 94 FM ค่ะ ... ไปพักร้อน คลายเครียด 3 วัน 2 คืน ที่เอวาซอน ภูเก็ต


ช่วงนั้นรู้สึกเครียด หดหู่ ห่อเหี่ยวพอดี ... ฟังคลื่นนี้ประจำอยู่แล้ว เลยรีบสมัครร่วมกิจกรรมทันที ผ่านการคัดเลือก ทดสอบ จนเข้าไปเป็น 1 ใน 30 ได้ ... ดีใจที่สุดที่จะได้ไปพักร้อนค่ะ เพราะได้ไปภูเก็ตครั้งแรก แและได้พักที่เอวาซอนด้วย


ทีมงานจัดกิจกรรมบำบัดความเครียดให้กับผู้ฟังหลายอย่างค่ะ ทั้ง Aqua Therapy แอโรบิคในน้ำ Massage Therapy นวดคลายเครียดที่ Sixsense Spa และ Yummy Therapy ผสมน้ำผลไม้สูตรเด็ดจากเชฟของเอวาซอน ... แล้วยังมีคอนเสิร์ทซึ้งๆ สนุกๆ ทั้ง 2 คืน


กลับจากทริปนี้เลยติดใจสปาไปเลยค่ะ จัดเป็นวิธีคลายเครียดประจำตัว ... หลังจากกิจกรรมครั้งนี้ ก็หาวิธีคลายเครียดให้ตัวเองเป็นระยะ เลือกแบบที่ชอบ แบบที่ถนัด ทำแล้วสบายตัว สบายใจ เป็น Therapy เฉพาะตัว ... แล้วพอลองดูก็เห็นว่า สาวๆ ในออฟฟิศก็มีวิธีคลายเครียดเฉพาะตัวเหมือนกัน เลยรวบรวมมาไว้ด้วยกันซะเลย


: Massage Therapy: ยังเป็นวิธีคลายเครียดที่ใช้อยู่ประจำค่ะ เข้าสปา ทั้งนวดไทย นวดอโรมา ช่วยให้สงบ สบาย ได้พักจริงๆ


:Shopping Therapy: เป็นวิธีคลายเครียดที่สาวๆ น่าจะใช้เป็นประจำอยู่แล้ว ได้เดินดูของ ได้ช้อปปิ้ง สร้างความเพลิดเพลิน ลืมความเครียดได้ดีค่ะ


:Cosmetics Therapy: แยกย่อยมาจากช้อปปิ้งนะคะ เพราะการเดินดูเครื่องสำอางสีสวยๆ ได้ลองเครื่องสำอางใหม่ๆ สร้างสีสันดีค่ะ


:Make Up Therapy: ซื้อเครื่องสำอางมาแล้วก็ต้องแต่งหน้าค่ะ เวลาเครียด เบื่อ เซ็ง บางทีอาจจะทำให้ขี้เกียจแต่งหน้า ปล่อยหน้าโล้นๆ แต่การแต่งหน้า ค่อยๆ เติมสีสันลงไปทีละจุด ทีละนิด ทีละหน่อย ... ช่วยให้เพลิน และสดใสขึ้นค่ะ


:Yummy Therapy: ถ้าไม่มีวิธีนี้จะเสียชื่อแก๊งค์ลูกหมูค่ะ การได้กินของอร่อยๆ เป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่หาได้ง่ายที่สุดค่ะ ... แต่ถ้าไปกินของไม่อร่อย ก็ทำให้เครียด และหงุดหงิดหนักกว่าเดิม


:Chocolate Therapy: เป็นวิธีที่สาวๆ ในออฟฟิศใช้บ่อยค่ะ เวลาเครียดๆ หยุดพัก หาชอคโกแลตกินสักนิด ช่วยให้สดชื่นขึ้นค่ะ


:Karaoke Therapy: การร้องคาราโอเกะ แบบบ้าๆ บอๆ แหกปากร้องเพลง ผิดบ้าง เพี้ยนบ้าง โดด เต้น แบบเอามันเข้าว่า ช่วยไล่ความเครียดได้ดีค่ะ


:Dance Therapy: สาวๆ ในออฟฟิศบางคนไม่ถนัดร้องคาราโอเกะ ก็เลือก ไปโดด ไปแดนซ์ในผับ ตั้งใจมันอย่างเดียว ก็ลืมเรื่องเครียดได้ค่ะ


:Paper Therapy: การฉีกกระดาษไม่ใช้แล้ว ก็คลายเครียดได้ดีนะคะ อารมณ์ใกล้เคียงกับการได้ทำลายข้าวของ ... แนะนำให้ฉีกพวกใบแจ้งหนี้บัตรเครดิตเก่าๆ ค่ะ เพราะเป็นกระดาษที่ควรทำลายก่อนทิ้งค่ะ


:Bubble Sheet Therapy: Bubble Sheet คือ พลาสติคห่อกันกระแทก ที่เป็นเม็ดกลมๆ บีบแล้วดังแป๊ะๆ ค่ะ ... น้องที่ออฟฟิศชอบบีบเจ้านี่มาก เค้าบอกช่วยคลายเครียดได้ดีค่ะ


:Amusement Park Therapy: การได้ไปเล่นในสวนสนุก ได้ทำตัวเป็นเด็กๆ เล่นเครื่องเล่นหวาดเสียวตื่นเต้น ได้ส่งเสียงกรี๊ด กรี๊ด บ้าง ก็ช่วยระบายความเครียดได้นะคะ


:Salon Therapy: การเข้าร้านทำผม สระผม ไดร์ผม ทำสีผม ทำทรีทเม้นท์ ให้รางวัลกับตัวเอง ดูแลตัวเอง ช่วยให้ใจสดชื่นค่ะ


:Nail Spa Therapy: การทำเล็บ ต่อเล็บ เพ้นท์เล็บ ทำสปามือ สปาเท้า มีคนมาดูแลบริการให้เรา นั่งเพลินๆ สบายๆ ทั้งได้บำรุงตัวเอง ได้ดูสีสันสวยๆ ก็เพลินดีค่ะ


:Travel Therapy: การได้พักร้อน ไปเที่ยวไกล หรือหาที่เที่ยวใกล้ๆ ช่วงสุดสัปดาห์ ก็เป็นการชาร์จแบตเพิ่มพลังในตัวได้ดีเลยค่ะ


:Book Therapy: หาหนังสือที่ชอบสักเล่ม แล้วปล่อยตัวเข้าไปในโลกจินตนาการ ช่วยลืมเรื่องยุ่งๆ ได้ค่ะ


นี่เป็นวิธีคลายเครียดบางส่วน ที่สาวๆ ในออฟฟิศใช้กันประจำค่ะ ... ไม่ว่าจะเครียดเรื่องงาน ทะเลาะกับเพื่อน งอนกับแฟน มีปัญหากับที่บ้าน อกหัก รักคุด สารพัดเรื่องเครียดทั้งหลายที่เกิดขึ้น ... ก็เลือกหยิบวิธีคลายเครียดมาใช้ เรื่องยุ่งกวนใจ ที่ทำให้เครียด ก็ลดลงค่ะ


ใครสนใจจะหยิบไปใช้ ยินดีนะคะ ... เลือกได้ตามชอบ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ค่ะ

18.7.52

Harry Potter and The Half Blood Prince

แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ เจ้าชายเลือดผสม เป็นหนังที่อยู่ในรายการต้องดูประจำปีนี้ค่ะ ... เพราะเป็นแฟนหนังสือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ เพราะฉะนั้นพอทำเป็นหนังก็ไม่อยากพลาดค่ะ


วางแผนกับคนดีว่าจะดูหนังเรื่องนี้ด้วยกันวันเสาร์ แต่ว่าช่วงเช้าคนดีมีนัดไปงานนิทรรศการศิลปะ ที่ลูกค้าของคนดีเป็นสปอนเซอร์ ... คนดีเลยขอแวะไปงานก่อน แล้วจะย้อนกลับมาดูหนังด้วย


คนดีเอารถไปจอดไว้ที่เซ็นทรัลเวิลด์ แล้วไปงานลูกค้าที่หอศิลปวัฒนธรรม ส่วนเราก็จองตั๋วหนังรอไว้ และเดินเล่นเตร็ตเตร่รอคนดีกลับมา ... ใกล้ๆ เที่ยงคนดีก็กลับมา ไปหม่ำมื้อเที่ยงด้วยกันที่รานบะหมี่เลขแปด อิ่มท้องเรียบร้อยก็ได้เวลาดูหนังพอดีค่ะ



แฮร์รี่ พอตเตอร์ ในรูปแบบของหนัง ก็ยังทำให้แฟนหนังสืออย่างเราตื่นตาตื่นใจได้ ... แต่ว่าภาคนี้ดูแบบจำเนื้อเรื่องจากหนังสือไม่ได้เลยค่ะ เพราะเล่ม 6 กับ เล่ม 7 เป็นเล่มที่หยิบมาอ่านซ้ำน้อยที่สุด จำเนื้อเรื่องได้ลางๆ บางส่วนแค่นั้น ... แต่หนังก็ทำให้ดูเพลินดีค่ะ


ดูเพลินจนผล็อยหลับไปแวบนึงค่ะ ... ไม่เข้าใจว่าดู แฮร์รี่ พอตเตอร์ ทีไร เป็นต้องงีบหลับแวบนึงทุกที


ดูหนังจบก็แวะกินขนมอีกหน่อย ซื้อขนมกลับบ้านอีกนิด ... ก่อนจะมุ่งหน้าไปจุดหมายต่อไป ที่ ร้าน Craft Cafe' แถวทาวน์อินทาวน์



แวะไปทักทาย เยี่ยมเยียน และแสดงความยินดีกับพี่จุ๊บที่เปิดร้านกาแฟค่ะ ... พลาดวันเปิดร้านเมื่อช่วงต้นเดือน เลยแก้ตัวด้วยการตามมาแสดงความยินดีย้อนหลัง ... ร้านบรรยากาศดี โปร่งโล่ง และมีกำแพงให้โชว์ฝีมือศิลปะ



ไปแล้วก็ต้องลองชิมค่ะ แต่เราสองคนไม่ดื่มกาแฟ เลยเลือกชิมอย่างอื่นแทน ... บูลโซดา กับ โกโก้ปั่น และ วาฟเฟิล+ไอศครีม+วิปครีม+ซอสชอคโกแลต อร่อยค่ะ ... เห็นได้ว่ากวาดเกลี้ยงไม่เหลือร่องรอย


กินไป คุยกันไป เพลินๆ สบายๆ แถมยังมีอาหารตา เป็นนายแบบ นางแบบ ชาวต่างชาติที่พักอยู่แถวๆ นั้นด้วย ... เห็นท่าว่าจะต้องชวนแก๊งค์ลูกหมูมาลองชิมสักหน่อย อิ่มท้อง แล้วยังอิ่มตาด้วย


จวนเจียนใกล้เวลาจะปิดร้าน ก็มีเสียงตามสายจากสาวกวางมาหา โทรมาเล่าเรื่องตื่นเต้นให้ฟัง เลยบอกว่าเดี๋ยวแวะไปเจอ ... อำลาพี่จุ๊บกับคุณแม่ มุ่งหน้าไปวังหิน ไปหาสาวกวางกับคุณแม่


แวะไปทักทาย สวัสดีคุณแม่และนั่งคุยอยู่พักนึง ก็ย้ายไปร้านซ้ง เพราะสาวกวางยังไม่ได้กินข้าว ... ไปนั่งกินเล่นๆ เม้าท์เพลินๆ อีกพักใหญ่ ถึงได้ร่ำลากลับบ้าน


เป็นอีก 1 วันที่มีโปรแกรมต่อเนื่อง ออกจากบ้านตั้งแต่ เก้าโมง กลับถึงบ้านก็เกือบห้าทุ่ม ... จากที่จะดูหนังก็เพิ่มโปรแกรมแวะทักทายเพื่อนๆ เพิ่มมาอีก ... เหนื่อย เพลีย แต่ก็สนุกค่ะ

15.7.52

:88 เดือน:

วันที่ 15 อีกแล้ว อายุความรักก็เพิ่มขึ้นอีก 1 เดือน ... 88 เดือนแล้วจ้า เห็นว่า 88 เป็นเลขคู่ และเป็นเลขที่คนจีนเห็นว่าเป็นเลขดี ... แบบนี้ต้องหามื้อพิเศษสักหน่อย


ห่างหายจากการทานอาหารมื้อพิเศษไปพอสมควร ไม่ได้มองหาร้านใหม่ๆ ส่วนใหญ่ก็วนเวียนอยู่กับร้านเดิมๆ ที่คุ้นเคย ... แต่เดือนนี้พิเศษ เลยมองหาร้านใหม่ๆ สักหน่อยดีกว่า


"ปาเต๊ะ" สาขาอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นร้านที่มองไว้นานแล้ว แต่ว่ายังไม่มีโอกาสแวะมาชิมสักที ... เลยถือโอกาสนี้แหละ เลือกร้านนี้เป็นร้านพิเศษสำหรับวันพิเศษค่ะ


คนดีถามว่า "อร่อยเหรอ" ก็ยังไม่เคยลอง แต่เห็นมีหลายสาขา ก็น่าจะพอใช้ได้ ... แล้วลองหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ท ก็เห็นคำแนะนำ และเมนูน่าสนใจ ... ตกลงไปลองชิมดูแล้วกัน


คนดีบอกว่า "ชวนสมาชิกแก๊งค์ลูกหมูไปด้วยดีมั้ย" แล้วแต่เลยจ้า ถ้าอยากชิมหลายอย่างก็ชวนไป ... ผลสรุปก็คือ คนดีไปล่อหลอกแกมบังคับให้สองสาวติดสอยห้อยตามไปด้วย พอสองสาวรู้ว่าเป็นโอกาสพิเศษก็ไม่อยากไป จะปล่อยให้ไปสวีทกันสองคน ... ต้องยืนยันกันว่าไม่สวีทหรอก แค่เป็นมื้อพิเศษกว่าปกตินิดหน่อยแค่นั้น กินกันหลายคนก็อร่อยดี


มุ่งหน้าจากออฟฟิศฝ่ารถติดไปถึงร้าน ... บรรยากาศร้านเก่าๆ ย้อนยุคหน่อย เพราะของตกแต่งร้านเป็นของเก่า ดูคลาสสิคดี ... เลือกโต๊ะนั่งได้ปุ๊บ จานถั่วก็มาเสิร์ฟให้เคี้ยวเพลินๆ


ปล่อยให้สาวๆ ดูเมนูไป ส่วนเราหันมาถ่ายรูปร้าน ... แต่ถ่ายมาได้เท่าที่เห็นนี่หล่ะค่ะ เพราะลืม memory stick ไว้ที่บ้าน ... เซ็งนิดๆ งัดมือถือมาถ่ายรูปอาหารที่ทยอยมาเสิร์ฟ


เห่าดงหมู โรตีแกงเขียวหวานไก่ ยำผักบุ้งกรอบ ไก่กรอบซอสมะนาว ข้าวผัดโป๊ะแตก สปาเกตตี้ซอสมะเขือเทศกับหมูอบชีส ... หน้าตาอาหารบางจานดูดี แต่บางจานดูไม่สวยเลย ไม่เป็นไรหน้าตาไม่สวยอภัยให้ได้ถ้าอร่อย ... แต่นี้ รสชาติไม่ถูกปากแก๊งค์ลูกหมูเลยสักจาน มีแต่เกือบดี แต่ยังไม่มีดีที่สุด กินไป บ่นไป


ตอนเข้ามามีลูกค้าบางโต๊ะนั่งอยู่แล้ว และก็มีทยอยมาเรื่อยๆ ... เราสี่คนเลยสงสัยว่า เราสั่งอาหารผิด หรือ มาตรฐานเราสูงกันแน่ ... กลายเป็นมื้อพิเศษจริงๆ ค่ะ เพราะกินแล้วบ่นกันเยอะเป็นพิเศษ


หมวยบีอารมณ์เสียที่ได้กินของไม่อร่อย เลยอาสาเป็นเจ้ามือเลี้ยงไอติมสเวนเซนส์ ... ขบวนเลยย้ายจากร้านอาหารไปร้านไอติม ได้ไอติมเย็นๆ ชื่นใจ อารมณ์ก็ดีขึ้น เลยแยกย้ายกันกลับบ้าน


คนดีจ๋า เดือนนี้มื้อพิเศษ ไม่พิเศษอย่าที่คาดไว้ เอาไว้แก้ตัวเดือนต่อๆ ไปแล้วกันเนอะ ... อยู่ฉลองวันพิเศษแบบนี้ด้วยกันไปอีกนานๆ นะคะ

14.7.52

คลายเส้น ที่ ไทสบาย

การเข้าสปา ไม่ว่าจะเป็นนวดไทย นวดอโรมา ถือเป็นการผ่อนคลายความเครียดทางนึง ... จัดเป็นช่วงเวลาแห่งความสงบ สบาย ถ้ามีเวลาว่าง ก็จะแวะเข้าไปใช้บริการสักที


จากการชอบเข้าสปา ก็ทำให้สืบเสาะ ค้นหา ทดลองใช้บริการอยู่หลายแห่ง ... แล้วก็มีสปาที่ถูกใจอยู่ 2-3 แห่ง


ช่วงไปเข้าวัดปฏิบัติธรรมก็มีอาการปวดหลัง เมื่อยหลัง บ่า กับ ไหล่ตึง ... จนไปฮ่องกง ไปตะลอนเดินช้อปปิ้งอยู่ 3 วันเต็ม อาการเมื่อยหลังก็มากขึ้น แล้วยังมีเมื่อยขาเพิ่มมาอีก


กลับมาเจอคนดีที่ปวดหลังจากการนั่งตัดสติกเกอร์ ประกอบชิ้นงานเตรียมส่งลูกค้าช่วง 3 วันนั้นเหมือนกัน ... เลยชวนคนดีไปนวด


อาการแบบนี้ ต้องเลือก "ศูนย์สุขภาพไทสบาย" ค่ะ ... เป็นศูนย์สุขภาพในเครือของเขาค้อทะเลภู อยู่ในปั๊มบางจาก ตรง ถ.เทียมร่วมมิตร เลยศูนย์วัฒนธรรมไปนิดเดียว


ไปถึงก็เลือก นวดไทย 90 นาทีเหมือนกันทั้งคู่ เข้าไปเปลี่ยนเสื้อให้สบายตัว และพร้อมจะนวด ... พนักงานนวดถามว่า "มีอาการตรงไหนคะ" จิ้มไปที่หลังเป็นจุดหลัก แล้วพนักงานก็ให้นอนตะแคงและเริ่มต้นนวดหลังทันที


แค่เริ่มกดก็โดนเลย เจ็บตรงจุดที่โดนกด แต่พอปล่อยมือออกก็สบาย กดเจ็บ ปล่อยสบาย เป็นแบบนี้ตลอด ... แล้วพนักงานก็ไล่ไปตามจุดต่างๆ ที่หลัง ทั้งแนวกระดูกสันหลัง สะบัก บ่า ไหล่ ... หลังจากเน้นที่หลังพักใหญ่ ก็เปลี่ยนไปนวดแขน ขา ด้วย


นวดสบาย เพลิน จนเคลิ้มหลับเป็นพักๆ ... สบายจนอยากให้นวดอีกสัก 2 ชั่วโมง


นวดเสร็จเรียบร้อยออกมาดื่มชา จ่ายตังค์ แล้วเดินตัวเบา สบาย กลับบ้าน ... ขึ้นรถมาก็คุยกับคนดีว่าเป็นยังไงบ้าง สรุปว่า ถูกใจทั้งคู่ อาการปวดเมื่อยที่มีมาทุเลาลง คงจะกลับมาใช้บริการอีกเร็วๆ นี้ เพื่อให้สบายตัวหายเมื่อยเป็นปลิดทิ้ง


เช้าวันรุ่งขึ้นก็ไปบอกสาวๆ ในออฟฟิศว่า ถ้าใครปวดเมื่อย แนะนำให้ไปใช้บริการที่นี่เลย ... นวดดี แก้อาการได้ตรงจุด และราคาไม่แพง ... สาวนุ่นที่ปวดหลังมาก ตัดสินใจลองไปใช้บริการทันที


เช็คผลสาวนุ่นหลังจากนวดมาแล้ว ... สาวนุ่น ติดใจค่ะ อาการปวดหลังดีขึ้น วางแผนจะไปนวดซ้ำอีก 2-3 ครั้ง เพื่อให้เส้นที่ตึงทั้งตัวคลายเป็นปลิดทิ้ง ... คนแนะนำไปได้ยินแล้วก็ดีใจ


ตอนนี้ติดใจนวดที่นี่มากค่ะ เพราะสบายตัวขึ้นจริงๆ ... จัดเป็นสปาสุดโปรดในตอนนี้เลยค่ะ

13.7.52

เปิดถุงช้อปปิ้งฮ่องกง

ตะลุยเที่ยวฮ่องกง เกาะสวรรค์ของนักช้อป ก็ต้องได้ของติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง ... เปิดถุงช้อปปิ้งที่หอบหิ้วมาดีกว่าค่ะ ว่าสร้างความเสียหายให้กับกระเป๋าสตางค์แค่ไหน

ก่อนออกเดินทาง ได้ทำการสำรวจข้อมูล ทำลิสท์รายการไว้แล้วว่าอะไรขาด สนใจอะไร ... ทั้้งทำลิสท์และเช็คราคา จดลงสมุดโน้ตเล่มน้อยไว้เรียบร้อย ... เริ่มช้อปปิ้งตั้งแต่ ดิวตี้ฟรี รางน้ำ ดิวตี้ฟรี สุวรรณภูมิ พอถึงฮ่องกงก็ตะลุยเข้าๆ ออกๆ ตามร้านต่างๆ ที่สนใจและอยู่ในลิสท์

ของทั้งหมดที่จะเห็นต่อไปนี้ เป็นของส่วนตัวที่ซื้อมาใช้เองนะคะ ... ของซื้อฝาก และ ของที่ฝากซื้อ ไม่ได้เอามารวมด้วยค่ะ ... เริ่มกันเลยค่ะ


เริ่มจาก ชุดที่ 1 จิปาถะ


No.1 น้องหมี สีชมพูน้ำตาล จากร้าน SaSa ... ด้านหลังมีซิป และด้านในซ่อนกระเป๋าผ้าสีชมพูสดใส ตามไปดูภาพได้ที่ บล็อกหมวยบี ค่ะ

No.2 Powder Sheet ในเครือ Kose จากร้าน SaSa ... ผ้าเช็ดจั๊กกูแร้ เอาไว้พกพาเวลาตะลอนทัวร์เหงื่อซกๆ ... ตอนเลือกเห็นมี 3 สี ชมพู ฟ้า เขียว อ่านก็ไม่ออกว่าจะเลือกอันไหนดี เลยต้องถามความเห็นของพนักงาน แต่จำไม่ได้แล้วค่ะว่าต่างกันยังไง

No.3 Veet In Shower Hair Removal Cream จากร้าน SaSa ... ครีมกำจัดขนไว้ใช้ระหว่างอาบน้ำ ว่าจะเอามากำจัดขนหน้าแข้งที่มีอยู่หรอมแหรมให้เกลี้ยงเกลา เลือกหลอดสีเขียว สูตรสำหรับผิวแห้ง ... แล้วยังมีหลอดสีชมพู แต่จำไม่ได้ว่าสำหรับผิวประเภทไหนค่ะ

No.4 All Gone Eye and Lip Makeup Remover ของ Elizabeth Arden จากร้าน SaSa ... ชิ้นนี้ไม่ได้อยู่ในลิสท์ที่ต้องการค่ะ หยิบของ Clinique ที่ใช้ประจำมา แต่พนักงานแนะนำตัวนี้ให้บอกว่าใช้ดีกว่า ... พลิกราคาดูเห็นว่าถูกกว่า Clinique ก็เลยเอามาลอง


ชุดที่ 2 สรรพสิ่งจาก Hong Kong Disney



No.5 กิ๊บรูปหู Stitch ... ชิ้นนี้เป็นเป้าหมายหลักค่ะ เพราะครั้งก่อนที่มาฮ่องกงกับหมวยบี สอยหมวก stitch ใบที่ใส่ในรูปนั่นกลับไปอย่างเดียว ... จริงๆ แอบตกหลุมรักเจ้าชิ้นนี้ แต่ไม่ได้สอยกลับมา พอกลับมาแล้วก็เพ้อถึง ฝันถึง มาคราวนี้เลยตั้งใจมาสอย

No.6 หมวก ... มา 2 ใบ แต่จริงๆ แล้วแบ่งกับคนดี คนละใบค่ะ ไว้ใส่คู่กัน ... ยังตัดสินใจแบ่งกันไม่ได้ เลยเก็บไว้ที่เราทั้งสองใบก่อน

No.7 Pin ... เป็นของสะสมค่ะ เลือกมา 2 แบบ ทั้งแบบ Stitch ตัวโปรด และ แบบเอกลักษณ์ของดิสนีย์

No.8 ไข่หมุน โมเดล Stitch ... เจอเจ้านี้ในช้อปของที่ระลึก ของโซน TomorrowLand ไม่ต้องหมุนเลยค่ะ เลือกหยิบแบบที่ชอบได้ตามใจ ... ถ้าหาไม่เจอ ขอให้พนักงานช่วยหาก็ได้ค่ะ


สอยมา 8 ตัว ... 6 ตัว แถวบน เป็นเซ็ทเดียวกัน ที่ชอบมากก็เป็น ตัวชุด Hula ตัวที่เอา bikine โพกหัว และตัวที่พันแผลทั้งตัวเหมือนมัมมี่ ไหนๆ ก็ชอบมาครึ่งทางแล้ว เลยสอยมาให้ครบเซ็ท ... 2 ตัว แถวล่าง เป็นของอีกเซ็ทค่ะ ตัวสวมหมวกกันน็อคดูน่ารักดี ส่วนตัวที่่ขี่เต่า ก็ต้องสอยเพราะพ่อชื่อเต่าค่ะ ... เอามาเก็บไว้ ถ้ามีโอกาสไปอีก จะไปสอยพวกในเซ็ทมาให้ครบ


ชุดที่ 3 เสื้อผ้าเครื่องประดับ



No.9 เสื้อยืด จาก Bossini ... ไปหาซื้อเสื้อฝากพ่อกับเจ้าน้องชาย เห็น 2 ตัวนี้แล้วชอบใจ เลยสอยมาให้ตัวเองซะด้วย

No.10 หมวก จาก H&M ... ไม่มีหมวกแบบนี้ ลองไปหยิบใส่ดู อุ๊ยตาย พอไหว ไม่ขี้เหร่ มีให้เลือกหลายสี แต่สอยสีม่วงสีโปรดมาค่ะ

No.11 ต่างหู จาก H&M ... เห็นเครื่องประดับ ลดราคา 50% เลยลองไปกวาดตาดู แล้วก็สอยมาชิ้นนึง

No.12 แว่นกันแดด จาก H&M ... เป็นคนชอบใส่แว่นกันแดดค่ะ แล้วร้านนี่ลดราคาเหลือ 30 HKD เลยสอยมาซะ เพราะแว่นทรงนี้ยังไม่มี ... คนดีเห็นแล้วตาลุกวาว จ้องจะฉกไปครอบครอง


ชุดที่ 4 สกินแคร์ ... ส่วนใหญ่เป็นที่ใช้อยู่ประจำ และมีบางชิ้นที่ซื้อมาลองค่ะ



No.13 Check and Balance Frothy Face Wash จาก Origins ... เป็นโฟมล้างหน้าที่ใช้ประจำค่ะ ใช้มาหลายหลอดแล้วค่ะ เนื้อโฟมขาว หอมกลิ่นมิ้นท์ พอตีฟองแล้วได้ฟองฟูนุ่ม ... ได้มาจาก ดิวตี้ฟรี รางน้ำ

No.14 DHC eyelash tonic ... เพราะเป็นคนขนตาสั้น และบาง เลยลองสั่งเจ้าตัวนี้มาใช้ ใช้แล้วติดใจค่ะ รู้สึกว่าขนตาแข็งแรง ร่วงน้อยลง แต่ยาวขึ้นรึเปล่า ไม่ได้สังเกตค่ะ ผลพลอยได้คือ รู้สึกว่าล้างมาสคาร่าออกง่ายขึ้นค่ะ ... ปันใจไปลองของ Etude แต่ไม่ปลื้มเท่า เลยกลับมาซบอกกับเจ้าตัวนี้ คราวนี้เลยสอย 2 หลอดเลยค่ะ จากดิวตี้ฟรี รางน้ำ

No.15 DHC Coenzyme Q19 Facial film soap ... เป็นสบู่ล้างหน้าแบบฟิล์มแผ่นบางค่ะ พอโดนน้ำแล้วขยี้ก็จะกลายเป็นฟองนุ่มๆ เจ้านี่พกพาสะดวก เหมาะสำหรับเอาไปใช้ต่างจังหวัดค่ะ

No.16 Define-A-Lash Mascara จาก Maybelline ... ไม่เห็นสูตรนี้ตามเชลฟ์ข้างนอก เลยลองสอยมาใช้ดู ไม่รู้ว่าจะเวิร์ครึเปล่าค่ะ ... สอยจากดิวตี้ฟรี รางน้ำ เพราะยอดซื้อขาดอีกนิดหน่อย จะได้ใช้โปรโมชั่นเลยลองสอยมาให้ถึงยอดค่ะ



No.17 Cleansing beauty oil premium A/O จาก Shu Uemura ... ได้เทสเตอร์มาลองใช้จากเคาเตอร์ และคุณกี้ปันมาให้ ทำให้ที่เล็งไว้นานว่าจะซื้อก็ตัดสินใจซื้อสักทีค่ะ ... พอดีในดิวตี้ฟรี รางน้ำ มีแพ็คคู่กับสูตรสีชมพู ในราคาพิเศษ คนดีก็อนุมัติ เลยสอยลงตะกร้า ... หมวยบีเห็นเข้าก็สนใจ มาออเซาะขอปันสูตรสีชมพูไปลองใช้

No.18 Clinique Take the day off : makeup remover for lids, lashes & lips ... ตัวนี้ใช้ประจำมานาน สอยจากดิวตี้ฟรี รางน้ำ มา 1 ขวด อีกขวดไปสอยจากร้าน Bonjour เพราะจะสอยจากร้าน SaSa แล้วพนักงานไม่ยอม เจอที่ Bonjour ราคาถูกกว่า ก็สอยมาเก็บไว้ซะ

No.19 Kose Seikisho Cool Cleansing Gel จากร้าน Bonjour ... ได้ตัวนี้มาแบบไม่ตั้งใจค่ะ เพราะจะไปหาตัว Mask White แต่ของหมด Perfect Clear Gel ที่อยากจะสอยมาลองก็ไม่มี เลยลองสอยตัวนี้มาใช้ซะ ... เอ้าไว้ใช้สลับกับ Origins

No.20 Tea Tree Oil Invigorating Body Wash จาก The Body Shop ... สอยจาก The Body Shop Outlet ที่ซิตี้เกท ใช้อยู่ประจำค่ะ เห็นราคาถูกกว่าที่เมืองไทยเลยสอยมาตุนไว้ ... ตัวนี้ช่วยลดปัญหาสิวที่หลังได้ดีค่ะ ได้ลองใช้ตอนได้เป็นของพรีเมี่ยมมา ใช้แล้วสิว ผด ผื่นที่หลังลดลง เลยติดใจ

No.21 Cranberry Shimmer Lotion จาก The Body Shop ... สอยมาพร้อมกับตัวบนค่ะ เห็นตัวนี้เข้าก็คิดคำนวณเงินทันที ราคาอยู่ที่ 50 กว่าเหรียญ คิดแล้วถูกมากจากราคาที่ขายปกติตอนที่ออกคอลเล็คชั่นนี้ ... ชอบกลิ่นแครนเบอรี่ของบอดี้ช้อปค่ะ แล้วไปเจอเจ้าตัวนี้วางขายตอน คริสต์มาส + ปีใหม่ เป็น Shimmer Lotion ที่หอม แล้วยังวิบวับ แต่ราคาราว 500-600 บาท


เนื้อครีมสีขาว มีชิมเมอร์เล็กละเอียดสีเงิน ... ลองทาดูก็จะเห็นผิววิบวับขึ้นมาทันที เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ออกงานตอนกลางคืนค่ะ ยิ่งเจอไฟสีส้มๆ เหลือง ยิ่งวิบวับจับตาเลยค่ะ


ชุดที่ 5 Make Up ... 2 วันก่อนเดินทาง หมวยบีส่งข่าวมาบอกว่า M.A.C มีคอลเล็คชั่นใหม่ Colour Craft คุณค่าที่เราคู่ควรมากๆ พอเปิดดูก็โดนใจเข้าจังเบ้อเร่อ กะว่าจะลองมาดูที่ ดิวตี้ฟรี สุวรรณภูมิ ถ้าเจอคงได้เสียทรัพย์



No.22 M.A.C Mineralize Skinfinish สี Soft and Gentle ... ไว้ปัดหลังจากแต่งหน้า เวลาอยากให้หน้าดูฉ่ำๆ วิ้งๆ วาวๆ ค่ะ



No.23 M.A.C Mineralize Eyeshadow (Quad) สี Odd Bits ... มี Mineralize eyeshadow รุ่น Duo ในครอบครองแล้วติดใจ พอได้เห็นสีจริงก็สวยจับจิต หมวยบียังย้ำ คุณค่าที่พี่คู่ควร เลยอดใจไม่ไหว


No.24 M.A.C Mineralize Eyeshadow (Quad) สี Assemblage ... คอลเล็คชั่นนี้มีอายแชโดว์ 6 สีค่ะ ยืนลังเลเลือกอยู่นาน ตัวนี้โดนใจเพราะไม่มีโทนขาวดำ ก่อนจะจ่ายตังค์หันไปถามหมวยบี ชีก็ว่านี่ก็คุณค่าที่พี่คู่ควร เลยสอยมาคู่กัน


ชุดสุดท้าย ของที่ระลึก


No.25 จานรูปถ่าย ... ช่วยอุดหนุนช่างภาพ ที่มาถ่ายรูปให้ตอนแวะไปชมวิว ที่วิคตอเรียพีคค่ะ ... ตอนแรกตั้งราคามาซะสูง แต่สาวๆ ลองต่อลงไปได้เล็กน้อย เลยช่วยอุดหนุนเค้า

No.26 ไข่หมุน ... มองหาของฝากไปฝากน้องฝึกงาน และอยากได้ที่ห้อยมือถืออันใหม่ให้คนดี เลยแวะไปดูตู้หมุนไข่ที่ Toy R Us แล้วก็ไม่ผิดหวังค่ะ ... ครั้งก่อนที่มาฮ่องกงก็ได้ที่ห้อยมือถือน่ารักจากที่นี่ไป เจ้า 2 ชิ้นที่เห็นนี่เป็นของคนดีค่ะ ขอยืมรูปมาประกอบ ด้านในเป็นที่ห้อยมือถือ รูป Stitch กับ ขนมค่ะ น่าร้ากกกกกกก ที่สุด ... เลยหมุนไปแจกน้องฝึกงาน หมุนมาให้คนดี และหมุนมาเก็บไว้ใช้เองด้วย

ตอนแรกรู้สึกว่าได้ของมาน้อย แต่พอมาแจกแจงที่ละรายการแบบนี้ ก็ตกใจ ... โอ้ววววว ได้มาไม่น้อยนะเนี่ย ... ยังไม่รวมของที่ฝากคนนั้นคนนี้ และ ที่ฝากซื้ออีก ... มิน่าเล่า น้ำหนักกระเป๋าถึงเพิ่มขึ้นมาตั้ง 8 กิโล

นี่ถ้ามีเวลาอีก 1 คืน 1 วัน คงช้อปอะไรได้มากกว่านี้อีกแน่ ... เห็นแบบนี้แล้วก็ดีใจที่อยู่แค่ 3 วัน 2 คืน ไม่งั้น กระเป๋าสตางค์คงบาดเจ็บมากกว่านี้

12.7.52

ฮ่องกงหรรษา # 3 : ตะลุยช้อป

ย้อนอ่าน วันที่ 1 และ วันที่ 2 ... จิ้มเลยค่ะ

วันที่ 3 ในฮ่องกง วันที่สาวๆ รอคอยค่ะ ... เพราะวันนี้เป็นฟรีเดย์ ที่ปล่อยให้สาวๆ เดินช้อปปิ้งได้ตามชอบใจ

มอร์นิ่งคอลล์วันนี้ 8 โมงเช้า สายกว่าเมื่อวานนิดหน่อย ... อาบน้ำแต่งตัว แพ็คกระเป๋าเรียบร้อย 9 โมง ได้เวลานัด ก็ขนของลงมาที่ล็อบบี้ เช็คเอาท์

รถพาทั้งคนและของไปส่งที่ โรงแรมคิมเบอร์ลี่ แถวจิมซาจุ่ย ที่จะฝากสัมภาระเอาไว้ที่นี่ และเป็นจุดนัดพบรอบเย็น ... กระเป๋าลงเรียบร้อย คนก็มุ่งหน้าไปร้านอาหารใกล้ๆ เป็นมื้อเช้าแบบติ่มซำเหมือนเมื่อวาน เมนูอาหารคล้ายกัน

กินอิ่มเรียบร้อย แต่หน้าตาสาวๆ ก็ยังสลึมสลือ เพราะเหนื่อยจากการเดินขาลาก แบกถุงใบโต ... เจ้านายเลยแจ้งข่าวดีให้ทราบว่า "วันนี้แจกตังค์ให้คนละ 100 HKD จะช้อป หรือ จะใช้เป็นค่าอาหารก็แล้วแต่" โอ้โห ได้ยินข่าวนี้ปุ๊บ วิญญาณสาวนักช้อปฟื้นกันเป็นแถว หน้าตาสดชื่น เบิกบานทุกคน

ท้องอิ่มเรียบร้อย แวะเข้าห้องน้ำสักหน่อย แล้วมุ่งหน้าไปฝั่งฮ่องกง จุดหมายอยู่ที่ร้าน H&M สาขา Central ค่ะ ... หมวยบีนำทีมสาวกลุ่มใหญ่ล่วงหน้าไปก่อน ส่วนเรานำทีมเล็กที่ยังจัดการธุระส่วนตัวกันอยู่ตามไปทีหลัง

พอถึง H&M ก็วงแตก กระจายหายไปตามกองเสื้อผ้า และมุมต่างๆ ... เสียเงินช้อปในร้านนี้กันถ้วนหน้า ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ กระเป๋า แว่นกันแดด ... พอถึงเวลานัดก็มารวมตัวกันหน้าร้าน พร้อมกับหิ้วถุงกันมาคนละใบ
รวมตัวครบทีมใหญ่ 12 คน เราก็พาเดินกลับไปลงเรือเฟอร์รี่ ข้ามกลับมาฝั่งเกาลูน ... ระหว่างรอเรือมาก็โพสท่าถ่ายรูปไปพลางๆ สร้างความแตกตื่นให้ประชาชีที่อยู่รอบข้างว่ายัยพวกนี้เป็นใคร ระหว่างถ่ายรูปกันรู้สึกได้ว่ามีสายตาพุ่งมาจากทุกทิศ บางคนก็ลุกมาดู บางคนก็ส่งเสียงแซวลอยมาตามลม

สาวๆ ไม่หวั่นค่ะ ... จนขึ้นไปนั่งบนเรือ ได้นั่งเรียงกันพอดี เราเลยจะยืดมือถ่ายรูปเก็บไว้เองตามถนัด แต่ได้ไม่ครบ น้องแถวหน้าหายไป เลยจะยืดมือถ่ายใหม่ ... หนุ่มฮ่องกงแถวหลังที่นั่งสังเกตการณ์อยู่พักใหญ่ ลุกมาอาสาถ่ายรูปให้ เลยได้ ยิ้มหวาน พร้อมคำขอบคุณจากสาวๆ ไปกระบุงโต
ถึงฝั่งเกาลูนแล้ว ก็ยังมิวายขอถ่ายรูปอีกสักนิด ก็วิวสวยนี่คะ ... ทั้งวิวตึกสวยๆ ฝั่งฮ่องกง กับ เรือสำราญลำเบิ้มที่จอดเทียบท่าอยู่

ถ่ายรูปจุใจก็ย้ายตัวเข้าไปในตึก Harbour City ที่อยู่ใกล้ๆ ... คว้าแผนผังติดมือคนละชุด แล้วนัดเวลา นัดจุดเจอกัน จากนั้นก็วงแตกอีกรอบค่ะ กระจายไปเดินตามความสนใจ

15.15 ตามเวลานัด ก็มารวมตัวกันตรงหน้าร้านกุชชี่ ... แล้วก็พาสาวๆ ยกขบวนกลับไปใกล้ๆ โรงแรม เพื่อเก็บตก เสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องสำอาง ตามรายทางและในละแวกใกล้โรงแรม ... พอถึงกลางทาง วงก็แตกอีกรอบค่ะ บอกทางคร่าวๆ ให้สาวๆ จับจุดสังเกตได้ ก็ปล่อยฟรีสไตล์

หันไปเจอรถขายไอติมซอฟท์ครีมเจ้าอร่อย เลยหันไปบอกสาวๆ ที่เดินตามหลัง ... ปรากฎว่าตาวาวชอบใจ เลยข้ามถนนไปเข้าคิวซื้อเติมพลังยามบ่าย

พอใกล้ถึงโรงแรม ก็ขอตัวกินข้าวเที่ยง (ตอนเกือบๆ สี่โมงเย็น) ... สาวๆ ส่วนใหญ่แวะหม่ำแล้วตรง Ocean Terminal เราเลยย้ำทางเดินกลับโรงแรมให้อีกรอบ เพราะตรงนี้เดินง่ายไม่ซับซ้อนแล้ว เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา เท่านี้ก็ถึง

แวะหม่ำข้าวหน้าเนื้อที่ Yoshinoya ส่วนสาวกบที่ควงมาด้วย เลือกบะหมี่น้ำหน้าไก่ทอด ... อิ่มท้องแล้วก็ออกเดินเก็บตกรายทางอีกที ... เจอสาวๆ บางส่วนที่ยังวนหาโรงแรมไม่เจอ เพราะเราบอกทางขาดไปนิด บอกให้เลี้ยวซ้ายหน้า แล้วเลี้ยวขวาถัดไป ตรงที่มีร้าน Sasa ปรากฎว่า Sasa อยู่ถัดไปอีกล็อคนึง

สุดท้ายสาวๆ ก็ทยอยกลับมาถึงโรงแรมคิมเบอร์ลี่จุดพักกระเป๋าครบถ้วน ... แพ็คกระเป๋า รอเวลา 18.00 น. รถมารับไปส่งสนามบิน

ถึงสนามบินค่อนข้างเร็ว เช็คอินก็เร็ว ผ่านตม.เข้าไปก็เร็ว เลยไปเดินวนดูร้านรวง และดิวตี้ฟรีด้านในอีกพักใหญ่ ... ก่อนจะพ่ายแพ้แก่สังขาร เพราะขาล้า เท้าระบมกันถ้วนหน้า นั่งพักหม่ำขนมรอเวลาขึ้นเครื่อง

21.55 เวลาฮ่องกง มีเสียงเรียกขึ้นเครื่อง เตรียมกลับบ้านเกิด ... ไฟลท์ขากลับนี่โชคดี ได้นั่งหน้าๆ ไม่ต้องเดินเข้าไปลึก ... เครื่องออกเลทนิดหน่อย พอเม้าท์กันเพลินๆ ก็เสิร์ฟอาหาร แต่กินได้นิดเดียว เพราะอิ่มตื้อจากของกินเล่นก่อนขึ้นเครื่องค่ะ ... อาหารของสายการบินนี้ รสชาติไม่เลวนะคะ

23.55 เวลาประเทศไทย เครื่องลงโดยสวัสดิภาพ ... ผ่าน ตม. มาได้รวดเร็ว แต่มาเสียเวลารอรับกระเป๋านานสักหน่อย กว่าจะออกมาได้ก็เที่ยงคืนกว่า

กลับถึงบ้าน รื้อกระเป๋า หยิบของฝากให้คนดี ที่ใจดีทั้งไปส่ง และรอรับ ... เปิดกระเป๋าปุ๊บ คนดีก็รู้ปั๊บว่าอันไหนคือของฝากของเค้า

ส่วนภาพที่เห็นนี่เป็นอนุสรณ์ความเสียหายของวันสุดท้ายค่ะ ... ขาดไปบางส่วน ไม่ครบทุกชิ้นที่เสียทรัพย์ไปวันนี้ค่ะ เพราะแยกของฝากออกไปบ้างแล้ว และก็ลืมหยิบของตัวเองมาถ่ายรูปด้วย

สรุปว่าทริปนี้ เหนื่อย เมื่อย ล้า และ เพลีย จากการช้อปปิ้งค่ะ ... แต่ความสุข สนุกสนานครบถ้วน ถ้ามีเวลาอีกสักวัน ได้ค้างอีกสักคืน คงจะช้อปปิ้งได้มันกว่านี้ ครบถ้วนกว่านี้

ส่วนของที่ช้อปมานิดๆ หน่อยๆ มีอะไรมาบ้าง รอติดตามนะคะ ... เดี๋ยวจะมาเปิดถุงช้อปปิ้งเฉพาะของตัวเองให้ดูอีกทีค่ะ

11.7.52

ฮ่องกงหรรษา # 2 : ซิตี้ทัวร์ ดิสนีย์แลนด์ ลุยช้อปปิ้ง

ย้อนดูวันที่ 1 ได้ ที่นี่ ค่ะ
เริ่มเช้าวันที่ 2 ในฮ่องกง ด้วยเสียงมอร์นิ่งคอลล์ ตอน 6 โมงเช้า (ฮ่องกง) เท่ากับ ตีห้า ของประเทศไทย ... วันนี้สาหัสแน่ๆ ค่ะ เช้าจรดมืดแน่นอน เพราะโปรแกรมยาวเหยียด

เสียงโทรศัพท์ดังปลุก หมวยบีรูมเมทของทริปนี้ก็เด้งไปอาบน้ำก่อน เพราะชีต้องการเวลาบรรจงแต่งหน้าให้สวยงาม ... เราก็นอนกลิ้งรอเวลาสักพัก พอห้องน้ำว่างก็เข้าไปจัดการตัวเองให้เรียบร้อย ออกมาแต่งตัว แต่งหน้า ... ต้องรีบทำเวลาทั้งคู่เพราะนัดเจอกันที่ล็อบบี้ตอน 7 โมง

ถึงจะรีบแต่ก็ขอคว้ากล้องมาเก็บภาพวิวนอกห้องสักหน่อย ... มุมมองของฮ่องกงยามเช้า ที่มองจากตึกชั้น 36 ก็สวยแปลกตาไปอีกแบบ ... เห็นสภาพอากาศแบบนี้ก็โล่งใจ ว่าคงไม่เจอพายุฝนฟ้าคะนองกระจาย หวังว่าจะไม่มีฝนมาเป็นอุปสรรคในการช้อปปิ้ง

รวมพลครบถ้วนก็ขึ้นรถมุ่งหน้าเข้าไปที่จิมซาจุ่ย เข้าไปหม่ำข้าวเช้ากันค่ะ ... ร้านอาหารของมื้อนี้น่าจะเป็นเครือเดียวกันกับมื้อเย็นเมื่อวาน ก็วางใจได้ว่าอาหารคงรสชาติใช้ได้

จ๊ก ซิวหมาย ชาซิวป๊าว ฮาก๋าว สไตล์มื้อเช้าของฮ่องกง ... ภาษาไทยก็คือ โจ๊กไข่เยี่ยวม้า ขนมจีบ ซาลาเปา ฮะเก๋า มื้อนี้อร่อยดีค่ะ

ท้องอิ่มแล้ว ทัวร์ก็สตาร์ททันทีค่ะ ... เริ่มต้นที่ จุดชมวิว Victoria Peak โชคดีที่เราเริ่มต้นทัวร์แต่เช้า คนยังไม่เยอะ เลยถ่ายรูปกับสบายๆ สาวๆ ออกแอ๊คชั่นกันเต็มที่ ... แต่พอฝนเริ่มตั้งเค้า เมฆกลั่นตัวเป็นเม็ดฝนจางๆ สาวๆ ก็วิ่งอ้าวกลับขึ้นรถทันที แหม แต่งตัวแต่งหน้าซะสวย จะเปียกแต่เช้าก็ไม่ไหวนะคะ

เพราะเคลื่อนที่รวดเร็ว เราเลยย้ายไปจุดที่ 2 Repulse Bay ได้อย่างว่องไว ... ระหว่างทางไกด์ได้แนะนำวิธีนมัสการเจ้าแม่กวนอิม และเทพเจ้าตามจุดต่างๆ ไว้ก่อนค่ะ


เริ่มตั้งแต่ต้องก้าวเท้าไหนเข้า ก้าวเท้าไหนออก ... แล้วยังแนะให้เอาแบงค์ยี่สิบไทย ลูบที่ปี่เซี๊ยะตรงข้างประตู มาพับเป็นฮู้เก็บโชคลาภพกติดกระเป๋าไว้ ... ต้องยืนตรงจุดไหนถึงจะขอพรเจ้าแม่กวนอิมได้พอดี ... เทพเจ้าแห่งโชคลาภควรจะลูบองค์ท่านตรงไหน ... แล้วเรื่องเนื้อคู่ควรจะไปขอกับเทพองค์ไหน ... ขอเรื่องการงาน ค้าขายต้องทำยังไง ... และอีกสารพัดเทคนิคค่ะ

แต่ที่สาวๆ เข้าแถวยาวเป็นพิเศษ ก็เรื่องโชคลาภกับความรักค่ะ ... โดยเฉพาะเนื้อคู่นี่ ยืนนิ่งตั้งอกตั้งใจอธิษฐาน ขอพรกันนานเชียวค่ะ

เพราะเป็นคณะทัวร์ที่มีสาวๆ เยอะ เดินไปไหนมาไหนทีก็วี้ดว๊ายตามประสาสาวๆ เลยตกเป็นเป้าสายตาของคนรอบข้าง ... ตอนยืนเข้าแถวรอขอพรเจ้าแม่กวนอิม พี่ไกด์บอกว่า ไกด์อีกกรุ๊ปนึงทักว่า "กรุ๊ปเธอมีแต่สาวๆ สวยๆ นะ" ... สาวๆ เลยจัดยิ้มหวานส่งไปให้ชุดใหญ่

แล้วที่ทำให้สะดุดตามากขึ้น ก็น่าจะเป็น "แก๊งค์สก็อต" ค่ะ ... เพราะสาวๆ บางส่วนนัดกันใส่เสื้อลายสก็อต ใครมีก็ใส่มา ใครไม่มีก็ไม่ว่ากัน นัดกันใส่เพราะจะได้สะดุดตา มองหากันง่าย

ไหว้พระขอพรจากเทพต่างๆ ครบถ้วนทุกจุดแล้ว ก็ย้ายที่ต่อค่ะ ... ทำเวลากันดีมาก เพราะตอนเดินออกมาขึ้นรถ กรุ๊ปทัวร์ต่างๆ เริ่มทยอยลง นักท่องเที่ยวเดินกันคึกคัก วุ่นวาย โชคดีจริงๆ ที่เราไหว้เสร็จเรียบร้อยแบบสบายๆ ไม่ต้องเบียดใคร

มุ่งหน้าไปจุดบังคับของ ซิตี้ทัวร์ฮ่องกง ก็คือร้านเครื่องประดับค่ะ ... คราวนี้แวะไปที่ Hong Kong Jewelly ตอนเข้าไปก็กะว่าคงไม่เสียทรัพย์ แต่ว่าไปเจอเครื่องประดับที่เป็นเครื่องรางนำโชคด้วย ผ่านการออกแบบซินแส และได้รับการปลุกเสกจาก 1 ใน 4 วัดดังของฮ่องกงแล้ว

ดูของจริงแบบเรียบๆ ก็สวยดี แต่ราคานี่ซิคะ ได้ยินราคาแล้วกระเป๋าตังค์สะเทือน ... สุดท้ายก็สอยมาจนได้ เพราะนายเปิดประเดิมซื้อชิ้นแรก เลยต่อรองขอลดราคาเผื่อให้ลูกน้องด้วย ... เราซื้อฝากคนดี เพราะเริ่มทำธุรกิจ ส่วนน้องอีกคนที่เปิดร้านเสื้อเล็กๆ ก็ซื้อเหมือนกัน เป็น 2 คน ที่กระเป๋าตังค์บาดเจ็บ ... นี่ถ้าทางร้านใจดีลดราคาลงมากกว่านี้อีก รับรองว่าได้ลูกค้าอีกเพียบ เพราะคุณสมบัติที่บรรยายมา ทั้งช่วยเรื่อง เงินทอง โชคลาภ สุขภาพ ค้าขาย และเดินทาง ครอบคลุมขนาดนี้มีติดไว้ก็อุ่นใจดี
เดินกระเป๋าเบา ใจลอยๆ ออกจากร้านนี้ ย้ายไปร้านขายโสมและยาจีน ... ดื่มชาโสมรสแปร่งๆ ถ้วยเล็กๆ แล้วก็นั่งสังเกตบรรยากาศในร้านไปเรื่อยๆ ... ร้านนี้ไม่มีสินค้าอะไรน่าสนใจ ที่จะล่อลวงเงินออกจากกระเป๋าสาวๆ ได้

ซิตี้ทัวร์ครึ่งวันผ่านไปเรียบร้อย ก็ได้เวลาแวะเติมพลังอีกรอบค่ะ ... ข้ามไปกินข้าวกลางวันแถวจิมซาจุ่ย มื้อนี้สาวๆ เติมพลังกันเต็มที่ค่ะ เพราะบ่ายเราจะเข้าไปตะลุยในดิสนีย์

นาย กับ พี่อีก 2 คน แยกตัวไปตะลอนทัวร์กันเองไม่เข้าดิสนีย์ ... ปล่อยลูกน้องสาวๆ เริงร่า กันเอง งานนี้ร่าเริงกันตั้งแต่ยังไม่ออกจากร้าน เพราะไกด์จากบริษัททัวร์ แจกเงิน 50 HKD ให้เป็นค่าอาหารเย็น

พอถึง Hong Kong Disneyland สาวๆ ก็วงแตก แยกสลายเป็นกลุ่มย่อยๆ กระจายกันไปตามจุดต่างๆ ... เราจับคู่กับสาวกบ พาไปเล่นเครื่องเล่น ไปดูโชว์ตามจุดต่างๆ ที่สนุกสนานและชอบใจมากก็ต้องยกให้ Space Moutain เครื่องเล่นที่หวาดเสียวและตื่นเต้นที่สุดใน ฮ่องกง ดิสนีย์

แต่ที่ถูกใจเรามากๆ ก็ต้องยกให้ เจ้า Stitch นี่หล่ะค่ะ ... เพราะช่วงนี้มีกิจกรรม Summer Fan ให้ stitch เป็นตัวการ์ตูนเอก มีจุดถ่ายรูปกับ stitch อยู่ตามจุดต่างๆ ทั่วปาร์ค ... โอ้โห ถูกใจคนหลงรัก stitch อย่างเราเป็นที่สุด

แยกกันเดิน แยกกันเล่น จนถึงเวลานัด 18.00 น. ก็มารวมตัวกันที่จุดนัดพบ ... พวกเราขอออกจากดิสนีย์ก่อนเวลาที่ทัวร์กำหนดค่ะ คือ ของดโปรแกรมรอดูพลุ ออกไปตะลอนช้อปปิ้งในเมืองดีกว่าค่ะ

พอรถมาปล่อยลงแถวว Mong Kok ต่อมช้อปปิ้งในตัวสาวๆ ก็เริ่มตื่น ... สดชื่น ตื่นตาตื่นใจ อยากจะเริ่มเดินลุยกันทันที แต่กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ก็เลยมองหาร้านอาหารรองท้องกันก่อนค่ะ

มาฮ่องกง ก็ต้องลองจานนี้เลยค่ะ ... หวั่น ทั่น หมิ่น บะหมี่น้ำเกี๊ยวกุ้ง ... บะหมี่เส้นเล็กบาง เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร อร่อยดีค่ะ เสียนิดเดียวที่ ร้านบรรยากาศฮ่องกงจัดๆ พนักงานส่งเสียงดังโล้งเล้งเหมือนโกรธใครอยู่ตลอด กินไปก็ตัวลีบไป

รีบกิน รีบอิ่ม แล้วก็ออกไปตั้งต้นช้อปปิ้งกันค่ะ ... ตอนแรกก็ตั้งต้นยกขบวนเดินพร้อมกัน 12 สาว แต่เดินๆ หยุดๆ รอกันไป รอกันมา เพราะความชอบ ความสนใจ และวัตถุประสงค์ไม่เหมือนกัน เลยต้องทำการแบ่งพวก แยกตัวค่ะ

ปล่อยหมวยบี พา 2 สาว เดินชมย่านรองเท้า และอุปกรณ์กีฬาไปก่อน ... ส่วนเราพาสาวๆ อีก 8 มาเดิน Lady's Market แล้วก็ดูเสื้อผ้าร้านรวงแถวนั้น ... นัดเวลา นัดเจอกันที่ทางลงรถไฟใต้ดินตรงจิมซาจุ่ย

เดินวนเข้าร้านนั้น ออกร้านนี้ นัดเวลากันเป็นจุดๆ ไป ... พอสาวๆ ได้เริ่มช้อปก็เพลินเลยค่ะ เดินดูนั่น ดูนี่ สบายตา สบายใจ แต่เริ่มไม่สบายกระเป๋า ... เดินไปเดินมา ก็กลับมาเจอกัน 12 คนอีกเหมือนเดิม ที่นี่สาวๆ บางส่วนหยุดพักดูเสื้อค่อนข้างนาน เลยเกิดการแตกตัวอีกค่ะ

แบ่งเป็น 6 : 6 เท่ากัน เราพากลุ่มแรกล่วงหน้าไปจิมซาจุ่ยก่อน เพราะสาวๆ มีจุดหมายอยู่ที่ร้านขายส่งน้ำหอมแถวถนน Granville ... รีบไปเพราะไม่แน่ใจว่าร้านจะปิดกี่โมง เดินไกล เดินเร็ว ทั้งเหนื่อย เมื่อย ล้า ... แต่พอถึงจุดหมายก็ลืมเหนื่อย วงแตกเข้าไปหาของที่ต้องการ

เดิน เดิน เดิน กันจน 5ทุ่ม ... เรากับสาวๆ กลุ่มแรกก็ชวนกันลงรถไฟใต้ดินกลับโรงแรม ขึ้นรถได้ก็มองหามุมสบายๆ พอมีที่ว่างก็รีบนั่งทันที ก็จุดหมายเราอยู่สุดสายปลายทางเลย อีกตั้ง 10 สถานีได้ ... นั่งมองคนบนรถ นั่งคุยกัน ถ่ายรูปเล่นกันไป ไม่เกิน 20 นาทีก็ถึงที่หมายค่ะ

คราวนี้ก็แตกออกเป็น 2 กลุ่มอีก เพราะต้องเรียกแท๊กซี่กลับไปโรงแรม ... แท๊กซี่ที่นี่ให้ขึ้นได้ไม่เกิน 5 คน แต่คนกลุ่มเรามีเกินเลยต้องแบ่งกันไป แล้วไปเจอกันที่ล็อบบี้

ถึงโรงแรมได้ก็แทบจะสลบไปตามๆ กัน แยกย้ายกันกลับเข้าห้องพัก อาบน้ำ เตรียมแพ๊คกระเป๋า ... เราถึงห้องก่อน ก็เริ่มเก็บของก่อน ความเสียหายทั้งหมดของวันนี้ มีอย่างที่เห็นค่ะ


ถุงผ้า 2 ใบ ถุงพลาสติค 2 ใบ และถุงกระดาษเล็กอีก 1 ทั้งของตัวเอง ของฝากซื้อ และของซื้อไปฝาก ... ตอนนี้ที่ฮ่องกงรณรงค์งดใช้ถุงพลาสติค ร้านค้าหลายร้านจะถามว่าจะเอาถุงมั้ย ถ้าเอาก็จ่ายเพิ่ม 50 เซนต์ ... แต่สาวๆ กรุ๊ปเราเตรียมพร้อม พกถุงผ้าไปเรียบร้อย

พอเทของออกมาจะแพ็คกระเป๋า ก็สงสัยว่าฉันหอบ และแบกมาได้ยังไงเนี่ย ... ทั้งหนัก และเมื่อยชะมัด

อาบน้ำเรียบร้อย ก็ออกมาเก็บของ แพ็คกระเป๋า ราวๆ เที่ยงคืนนิดๆ หมวยบีก็กลับมาถึง หอบมาไม่แพ้กัน ... ต่างคนต่างเก็บของจัดกระเป๋ากันไป เหนื่อย เมื่อย ล้า ไม่แพ้กัน แต่กว่าจะได้นอนก็ปาไป ตี 2 นู่น

เหลือวันรุ่งขึ้นให้เดินช้อปเต็มที่อีกวัน ... เอ้า ชาร์ทแบตเตรียมลุยวันต่อไปดีกว่า ติดตามวันที่ 3 ได้ ที่นี่ ค่ะ

10.7.52

ฮ่องกงหรรษา # 1 : ไปนองปิง ช้อปปิ้งซิตี้เกท

วันที่สาวๆ รอคอยมาถึงแล้วค่ะ การเดินทางเหิรฟ้าสู่เกาะฮ่องกง สวรรค์ของสาวนักช้อป ... ถึงแม้โปรแกรมทัวร์จะนัดเจอ 6.30 น. ที่สุวรรณภูมิ สาวๆ ก็ตื่นแต่เช้าเดินทางมารวมตัวกันอย่างพร้อมเพรียง


เจ้าหน้าที่จากทัวร์จัดเตรียมเอกสารไว้ให้พร้อม และเช็คอินให้เรียบร้อยแล้ว สาวๆ มาถึงก็ทยอยไปโหลดกระเป๋าได้เลยค่ะ ... โหลดกระเป๋าเสร็จก็รีบผ่าน ตม. เข้าไปด้านในทันที เริ่มต้นช้อปกันตั้งแต่ดิวตี้ฟรีนี่หล่ะค่ะ


ช้อปไปก็ต้องคอยดูเวลาไปด้วย พอใกล้เวลาก็ทยอยไปที่เกท ... CI644 พร้อมจะพาเราเหิรฟ้าแล้วค่ะ นั่งเครื่องครั้งนี้ไม่เบื่อค่ะ พอเห็นว่ามีซูโดกุให้เล่น ก็จิ้มหน้าจอเล่นเพลินไปเลยค่ะ อาหารบนเครื่องเที่ยวนี้ก็อร่อย จัดการเกือบหมด ... นั่งเพลินๆ แป๊บเดียวเท่านั้นก็ถึงฮ่องกงแล้วค่ะ เย้ เย้ เย้


เครื่องลงตรงเวลาค่ะ ราวๆ 12.45 แต่กว่าจะได้ออกมาก็เกือบๆ บ่ายสองโมง ... เพราะไปเสียเวลาอยู่ที่ ตม. พักใหญ่ มีเครื่องลงพร้อมกันหลายเครื่อง คนเพียบเลยค่ะ ออกมาได้ทัวร์ก็พาไปทานมื้อเที่ยงเลยค่ะ ไม่ไกลเลยค่ะ ร้านอาหารจีนที่อยู่ชั้นบนสนามบินนี่เอง



มีอาหารราวๆ 5-6 อย่างค่ะ ไม่แน่ใจ และไม่มีรูปถ่ายทั้งหมด เพราะนั่งโต๊ะเดียวกับนาย ขืนมัวถ่ายรูป นายคงสงสัย ...รสชาติใช้ได้ค่ะ แต่ทานได้ไม่มาก เพราะกลัวอิ่มไปแล้วท้องอืดอึดอัดค่ะ


อิ่มกันถ้วนหน้าก็ได้เวลาเที่ยวค่ะ ออกจากสนามบินไปไม่ไกลก็ถึงค่ะ ... Ngong Ping 360 ไปนั่งกระเช้าลอยฟ้าชมวิวมุมสูง รอบทิศทาง 360 องศา ตลอดระยะทาง 5.7 กิโลเมตร ... วิวสวย อากาศดี เสียแต่หมอกเยอะไปนิด เลยมองเห็นวิวไกลๆ ไม่ชัด


ลงจากกระเช้า เดินผ่าน หมู่บ้านวัฒนธรรมนองปิง (Ngong Ping Village) เพื่อไปไหว้ พระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์เทียนตัน (Tian Tan Buddha Statue ) ... กว่าจะขึ้นไปถึงก็ต้องเดินขึ้นบันไดไป 268 ขั้น นี่หล่ะค่ะที่ทำให้หอบแฮก เหงื่อแตกซิก ก็แดดแรง ร้อนเปรี้ยง แล้วต้องออกกำลังตะกายบันได ขึ้นไปถึงได้ดีใจสุดๆ



ขึ้นไปไหว้พระขอพรเรียบร้อย ก็รีบกลับลงมาค่ะ ... ไม่ใช่เพราะอากาศร้อน และอยากจะหลบแดดหรอกค่ะ แต่ใจของสาวๆ ลอยล่วงหน้าไปรออยู่ที่ Citygate Outlet แล้วค่ะ


Citygate Outlet อยู่ตรงข้ามกับสถานีกระเช้าลอยฟ้า ในนั้นมี outlet ย่อมๆ ของหลากหลายแบรนด์รวมกันอยู่ค่ะ ... จากการหาข้อมูลล่วงหน้าของสาวๆ พบว่า ที่นี่มีร้านรวงน่าสนใจหลายร้าน จัดเป็นหนึ่งในจุดช้อปปิ้งที่ควรจะแวะมา ... เข้าไปถึงก็รีบเดินสำรวจทันทีค่ะ


พอเดินจริงๆ ก็จ๋อยค่ะ เพราะ Giordano Outlet ที่หมายตาไว้ปิดไปแล้วค่ะ ... ร้านอื่นๆ ที่มีอยู่ก็ไม่ใช่แนวที่สนใจ ไม่เข้าตา ยังดีที่เจอ Body Shop Outlet ที่มีสินค้าตัวที่ใช้อยู่ลดราคาพอดี ... ไม่งั้นคงต้องเดินฆ่าเวลาจนเมื่อยหล่ะค่ะ


เดินจนถึงเวลานัด 20.00 น. ก็ไปรวมตัวกันที่จุดนัดพบ ... มุ่งหน้าไปร้านอาหารค่ำค่ะ ร้านอยู่แถว Jordan พอสาวๆ เห็นแสงสีแถวนั้น แทบจะไม่กินข้าว แต่ไปช้อปปิ้งแทน



มื้อนี้ อร่อยใช้ได้เหมือนกันค่ะ เมนูหลากหลายอย่างที่เห็น ... พระเอกของมื้อนี้คือ เป็ดย่างน้ำผึ้ง แต่ที่อร่อยไม่แพ้กันก็ต้องเป็น ปลาทอดผัดเปรี้ยวหวาน ... กินอิ่มสบายท้อง ก็ขึ้นรถมุ่งหน้าเข้าโรงแรมค่ะ


L'Hotel Nina Et Convention Centre แถว Tsuen Wan อยู่ในเขต New Territories ค่อนข้างไกลจากแหล่งช้อปปิ้งค่ะ ... แต่นับว่าสะดวกสบาย เพราะเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว



โรงแรมสูงราวๆ 60 กว่าชั้น หรูหราเชียวค่ะ ... ได้ห้องพัก 3623 เปิดประตูห้องเข้าไปก็ถูกใจกับภาพภายในห้อง และวิวที่เห็นด้านนอก ... ขนาดห้องไม่กว้างนัก แต่เตียงกว้าง หนา นุ่ม แอร์เย็นฉ่ำ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบ เสียอย่างเดียวตรงห้องน้ำนี่หล่ะค่ะ กระจกใสแจ๋วแหวว ... ก่อนจะก้าวเข้าไปอาบน้ำก็ต้องเลื่อนม่านมาบัง แต่ก็ยังพอมองเห็นเงาลางๆ อยู่ เป็นการอาบน้ำแบบเซ็กซี่เล็กๆ



พอเข้าห้องพัก ก็เตรียมตัวพักค่ะ รื้อของจากกระเป๋า และจัดระเบียบของที่ซื้อมา ทั้งจากดิวตี้ฟรี และ จากซิตี้เกท เพราะมีทั้งของตัวเอง ของฝากซื้อ และของที่ซื้อไปฝาก ... จัดระเบียบของเสร็จก็อาบน้ำ เตรียมเข้านอนค่ะ เพราะวันรุ่งขึ้นมีโปรแกรมแต่เช้า


วันที่สองจะไปตะลอนเที่ยวที่ไหน ตามไปดู ที่นี่ ได้เลยค่ะ